HOME Back

Use the

Planning a Trip to Japan?

Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp

None None

เรื่องราว พบกับมิเอะ: เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมิเอะผ่านประสบการณ์ส่วนตัวและเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนในท้องถิ่น

  • หน้าหลัก
  • เรื่องราวและแนวทาง
  • พบกับมิเอะ: เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมิเอะผ่านประสบการณ์ส่วนตัวและเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนในท้องถิ่น

นอกจากจะแนะนำให้รู้จักกับเสน่ห์ของประสบการณ์การท่องเที่ยวในท้องถิ่นแบบยั่งยืนที่ให้คุณได้สัมผัสกับชีวิตที่มีรากฐานมาจากประเพณีและประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นแล้ว คุณจะได้พบปะกับผู้คนในท้องถิ่นเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครในการเดินทางผ่านภูมิภาคนี้

เยี่ยมชมทางจิตวิญญาณที่น้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิ(Akame 48 Waterfalls)และเรียนรู้เกี่ยวกับนินจิตสึ(ศิลปะของนินจา)อิงะริว

เพื่อที่จะได้รู้จักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมิเอะอย่างแท้จริง คุณจะต้องออกไปผจญภัยยังสนามฝึกของนินจาอิงะริวที่น้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิ (Akame 48 Waterfalls) ตามแนวยาวของหุบเขา 3.3 กม. สามารถพบน้ำตกหลายแห่งซึ่งเป็นสถานที่ฝึกอบรมมาตั้งแต่สมัยก่อน ไม่ว่าคุณจะเที่ยวชมฤดูไหน คุณจะรู้สึกทึ่งกับความงามอันอุดมสมบูรณ์ ตั้งแต่ดอกซากุระฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อนอันเขียวชอุ่ม ใบไม้ที่เปลี่ยนสีดูสดใสในฤดูใบไม้ร่วง ไปจนถึงน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินเขาหรือเดินเล่นในธรรมชาติ น้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิ (Akame 48 Waterfalls) ตั้งชื่อโดยใช้เลข 48 แต่จริงๆแล้วไม่ได้มีน้ำตกแค่ 48 ที่เท่านั้น ในภาษาญี่ปุ่น เลข 48 ใช้เพื่อสื่อถึงความหมายว่า “มากมาย” จุดน่าสนใจของน้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิคือธารน้ำที่สะอาด สามารถผ่อนคลายจากเสียงของธารน้ำไหล และระหว่างทางมาน้ำตกก็มีจุดชื่นชมวิวทิวทัศย์มากมาย โดยแต่ละน้ำตกเองก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน บางที่ก็มีขนาดสูง บางที่ก็มีแคบ บางที่ก็กว้าง และยังมีน้ำตกที่น่าอัศจรรย์ที่เรียกว่า น้ำตกไดนิชิทะคิ ที่น้ำตกไดนิชิทะติมีกิจกรรมอย่างทัวร์รักโลกษ์ นั่งฝึกจิตใต้น้ำตกเพื่อพัฒนาตนเอง หลับตา รับรู้ถึงน้ำจากน้ำตกที่ไหลผ่านตัวเราอย่างนุ่มนวลเหมือนเส้นด้าย เป็นกิจกรรมที่น่าอัศจรรย์ใจ

น้ำตกอากาเมะชิจูฮะจิทะคิ

พื้นที่นี้มีเมืองเล็กๆที่อยู่กลางหุบเขาและผืนนาตั้งอยู่เขตเทือกเขาของจังหวัดมิเอะ ก็เป็นหมู่บ้านของนินจาที่มีจำนวนน้อยในประวัติศาสตร์ อิงะริว(Iga ryu) เป็นวิชาต่อสู้ที่ลึกลับที่ใช้และพัฒนาพื้นที่นี้ นินจาได้ออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อทำหน้าที่เป็นสายลับหรือทหารรับจ้างให้กับซามูไรยุคเซ็นโงะคุ

นินจิทสึที่เป็นเทคนิคการป้องกันตัวลับของนินจาก็ยังมีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน หากใครสนใจอยากรู้จักกับนินจิทสึ ต้องลองไปผจญภัยในป่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านทางตะวันตกของจังหวัดมิเอะ เมืองอิงะ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับนักรบเงาและประวัติศาสตร์ของพวกเขา ที่พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะริว (Iga ryu Ninja Museum) เราสามารถสำรวจคฤหาสน์นินจาที่มีลูกเล่น และยังสามารถชมการแสดงนินจา ที่ผู้เชี่ยวชาญสาธิตนินจิทสึ หรือทดลองขว้างอาวุธของนินจาเพื่อทดสอบความเป็นนักรบของตนเองได้

พิพิธภัณฑ์นินจาอิงะริว

สัมผัสกับการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่นระหว่างการเข้าพักในฟาร์ม

นอกเหนือจากชีวิตที่ลึกลับของเหล่านินจาแล้ว คุณจะได้รู้ว่าชาวมิเอะใช้ชีวิตอย่างไรผ่านประสบการณ์การเข้าพักในฟาร์ม ที่จัดทำโดยที่ปรึกษาด้านการพัฒนาพื้นที่เมืองไทคิ(Taiki Town) เมืองไทคิเป็นเมืองเล็กๆที่มีประชากรแค่ 8,000 คน ตั้งอยู่ทางตอนกลางใต้ของจังหวัดมิเอะ ที่นี่มีสภาพอากาศที่อบอุ่น มีชื่อเสียงในการทำการเกษตรและประมงจากธรรมชาติอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ “เมืองไทคิ หมู่บ้านเล็กๆที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น" ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรจัดโปรแกรมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการจะมาสัมผัสการใช้ชีวิตที่ชนบทญี่ปุ่น ยกตัวอย่างโปรแกรม เช่น เข้าพักในบ้านโบราณโดยสามารถเข้าพักได้แค่วันละ 1 กลุ่มเท่านั้น เราสามารถเก็บพืชผัก เช่นถั่วลิสง แตงกวา หรือผักประเภทอื่นๆที่เติบโตตามฤดูกาล ผักตามฤดูกาลเติบโตจากอากาศบริสุทธิ์ของเมืองไทคิ รอทุกคนอยู่ที่ฟาร์มแล้ว ผักที่เก็บด้วยมือของตัวเองนั้นจะต้องอร่อยแน่ๆ

เราสามารถทำสุกี้ยากี้โดยใช้เนื้อมัตสึซากะได้ เริ่มจากโฮสคนญี่ปุ่นจะช่วยสอนเราผ่าฟืน ตัวไม้นั้นผ่าง่ายแม้ว่าจะเป็นผู้หญิงทำ หุงข้าวด้วยเตาคะมะโดะที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อน ใส่ฟืนในเตาคะมะโดะและเริ่มก่อไฟ โฮสคนญี่ปุ่นจะสอนคุณในการปรับความแรงของไฟโดยการเป่าลมเข้าไปในเตา การหุงข้าวแบบโบราณนี้เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น ในระหว่างที่ข้าวกำลังหุงอยู่ เราก็จะเริ่มทำสุกี้ยากี้เนื้อมัตสึซากะ เนื่อมัตสึซากะเป็นเนื้อคุณภาพดีติดอันดับท็อปสามของประเทศญี่ปุ่น เมืองโอกิเป็นหนึ่งในเมืองที่ผลิตเนื้อมัตสึซากะ ตัวเนื้อมีลายไขมันที่สวยงาม และมีจุดหลอมละลายที่ต่ำ ทำให้เนื้อมีความนุ่ม กิจกรรมการทำสุกี้ยากี้เนื้อมัตสึซากะ แขกที่เข้าพักสามารถเลือก “เนื้อนานาโฮะ” ซึ่งเป็นเนื้อที่มีคุณภาพพรีเมี่ยมในเนื้อมัตสึซากะ

หลังจากทานอาหาร ผู้เข้าพักสามารถทำนาเบะโมจิ ซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของจังหวัดมิเอะได้ เริ่มจากการบดถั่วเหลืองด้วยครกหินเพื่อทำแป้ง นำสมุนไพรโยโมกิใส่ลงในแป้งโมจิ นำไปห่อใส่ไส้และนำไปคลุกกับผงคินาโกะ(ผงถั่วเหลืองคั่วบด) กิจกรรมที่ทำในระหว่างพักที่ฟาร์ม จะเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากในการลองใช้ชีวิตชนบทญี่ปุ่น และได้สัมผัสถึงความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่นที่แท้จริง

การเข้าพักในฟาร์ม

เรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมากมาย ที่ฝังแน่นอยู่ในประวัติศาสตร์ของอิเสะ-ชิมะ(Ise-shima)จากคนในท้องถิ่น

เราไม่อาจแยกความสำคัญของสถานที่ออกจากวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีและประวัติศาสตร์ ที่ "เมืองโอฮาไรมาจิ (Oharai-machi)" ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่หน้าเสาโทริอิที่ศาลเจ้าอิเสะ(ศาลเจ้าส่วนใน) โดยคุณสามารถพูดคุยกับผุ้คนในท้องถิ่นที่อนุรักษ์ประเพณีและการดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน แนะนำให้เดินเล่นในย่านนี้เพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง อย่าลืมลองแวะกินอาหารท้องถิ่นอย่างอากะฟุกุ(เค้กข้าวโรยด้วยถั่วแดงกวน) หรืออุด้งอิเสะ (ซุปที่มีเส้นอุด้งหนาคลุกซอส) ในระหว่างเดินเล่น ที่“โอคะเงะโยะโคโจ” ตั้งอยู่ตอนกลางของย่านเมืองโอฮาไรมาจิ มีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และร้านค้ามากมายที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งไปพร้อมกับพูดคุยกับผู้คนในท้องถิ่น ในยุคสมัยเอโดะ(ค.ศ. 1603 - 1867) ตอนที่ผู้คนจากทั่วญี่ปุ่นเดินทางมาแสวงบุญยังศาลเจ้าอิเสะ เมืองไปรษณีย์ก็เจริญรุ่งเรืองไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ต้อนรับผู้มาเยือนในเมืองและผู้ที่มาศาลเจ้า และชื่อ“โอคะเงะโยะโคโจ”มาจากคำว่า โอคะเงะ หมายถึงความขอบคุณ ต้นกำเนิดของโอคะเงะโยะโคโจเกิดขึ้นจากความรู้สึกขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อธรรมชาติและทรัพยากรที่อยู่ล้อมรอบเมืองโอฮาไรมาจิ

ทรัพยากรอันล้ำค่าอย่างหนึ่งสำหรับมิเอะก็คือนักดำน้ำอามะของพวกเขา อามะ แปลว่า “สตรีแห่งท้องทะเล” และเทคนิคการดำน้ำเพื่อหาอาหารทะเลนี้สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคนตามที่ได้ปฏิบัติติดต่อกันมายาวนานกว่า 2,000 ปีในบริเวณโทบะและชิมะ เป็นการดำน้ำที่กลั้นหายใจดำลงไปใต้น้ำเพื่อเก็บหอยเปาฮื้อ ปลิงทะเล หมึกยักษ์ หอยเม่น และสัตว์ทะเลอื่นๆ นักดำน้ำอามะจะจับสัตว์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล เป็นวิธีการที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนทางธรรมชาติ สัตว์ทะเลที่นักดำน้ำอามะจับ จะนำไปที่ศาลเจ้าอิเสะเพื่อเป็นการบูชาต่อไป และวัฒนาธรรมของนักดำน้ำอามะก็ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบัน บางพื้นที่ก็มีการใส่หมวกที่มีสัญลักษณ์ต่างๆเย็บอยู่เพื่อไม่ให้ผมปรกหน้า เช่น รูปดาว (เซมัน) หรือตาราง (โดมัน) เป็นการขอให้ทำประมงได้อย่างปลอดภัย โดยสัญลักษณ์จะเขียนด้วยปากกาที่เส้นติดต่อกัน ที่กระท่อมนักดำน้ำอามะ อย่างฮะจิมัง คะมะโดะ(Hachiman Kamado) และซาโตะอุมิอัน(Satoumi) คุณไม่เพียงแค่สามารถที่จะเพลิดเพลินกับหอยนางรมได้เท่านั้น ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารทะเลที่ย่างสดๆตรงหน้าเราโดยนักประดาน้ำ และคุณยังสามารถทำความรู้จักกับนักประดาน้ำอามะ และยังสามารถใส่เสื้อนักดำน้ำอามะเพื่อถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกกับทางนักดำน้ำอามะได้ด้วย

เมืองโอฮาไรมาจิ

โอคะเงะโยะโคโจ

กระท่อมนักดำน้ำอามะ ฮะจิมัง คะมะโดะ

กระท่อมนักดำน้ำอามะ “ซาโตะอุมิอัน”

ชื่นชมกับกระบวนการผลิตดาบซามูไรและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติริมแม่น้ำโชชิ(Choshi river)

นอกเหนือจากการเดินทางแสวงบุญไปยังคุมะโนะโคะโด อิเสะจิ(Kumano Kodo Iseji) ซึ่งเป็นทางเดินเขาอันเก่าแก่ที่เป็นฐานะมรดกโลกแล้ว คุณยังสามารถเยี่ยมชมโรงงานของช่างตีดาบ ซึ่งคุณสามารถฟังเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกระบวนการผลิตดาบญี่ปุ่นที่ซามูไรนิยมใช้กัน ดาบที่มีชื่อเสียงมักจะเกี่ยวข้องกับซามูไรที่มีชื่อเสียง เราสามารถเรียนรู้วิธีการทำดาบในแต่ละขั้นตอนจากช่างตีดาบ เช่น การขัดเกลาทามะฮากาเนะ ซึ่งทำมาจากทรายเหล็ก โดยจะทำการเกลาแบบเชื่อมและพับหลายครั้งจนกว่าจะได้ความยาวที่ต้องการ การรับชมการทำดาบจะเป็นประสบการณ์สุดแสนน่าประทับใจที่จะไม่มีวันลืมแน่นอน และการที่จะเป็นช่างตีดาบในญี่ปุ่นนั้นยากมาก ถึงขนาดที่จำเป็นจะต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรม คุณเคนอิจิโระ คะคุทะนิ เป็นช่างตีดาบมากฝีมือที่หาตัวได้ยากในประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะเป็นช่างตีดาบหลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ทางจังหวัดมิเอะเองก็ได้รับอนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรมหลังจากที่ผ่านมาได้ 14 ปี

ในคิชูตะวันออกมีแม่น้ำที่มีเสน่ห์ที่เรียกว่าแม่น้ำโชชิ(Choshi River) ด้วยความยาวเพียง 17 กม. แม่น้ำนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ความงามของแม่น้ำนั้นอยู่ที่ทิวทัศน์ธรรมชาติโดยรอบและคุณภาพของแม่น้ำด้วย กล่าวกันว่าเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ใสที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งมองเห็นได้ลึกถึงสามเมตร หากตั้งแคมป์ที่สถานที่ตั้งแคมป์ หรือกระท่อมของ Camp Inn Miyama ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโชชิ เราสามารถพักผ่อนเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติที่แม่น้ำโชชิได้จนกว่าจะพอใจ

มรดรกโลก ทางเดินเขาคุมะโนะโคโด มาโกะเสะ

ชมโรงงานของช่างตีดาบ

แม่น้ำโชชิ

กระท่อมและสถานที่ตั้งแคมป์ที่ Camp inn Miyama

การเดินทางไปยังจังหวัดมิเอะ

สามารถเดินทางมายังมิเอะได้โดยทางสนามบิน 2 แห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์(Chubu Centrair International Airport) และสนามบินนานาชาติคันไซ(Kansai International Airport) นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้บริการรถไฟด่วนพิเศษจากโอซาก้า เกียวโตและนาโกย่าได้อีกด้วย สามารถเดินทางมากับรถไฟชินคันเซนผ่านนาโกย่า หรือโดยทางรถบัสด่วนพิเศษข้ามคืนก็ได้เช่นกัน

Did this information help you?

คุณอาจจะชอบ...

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages