Use the
Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp
หมู่มวลดอกไม้ตามฤดูกาลของฮอกไกโดได้ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การดูแลสุขภาวะ และการอนุรักษ์ ซึ่งสะท้อนถึงธีมย่อย "การร่วมสร้างสรรค์" ของงาน GREEN×EXPO 2027 ได้เป็นอย่างดี ร่วมออกเดินทางตลอดระยะเวลาสี่วันเพื่อสำรวจทัศนียภาพอันหลากหลายของภูมิภาค ตั้งแต่ทุ่งดอกไม้ที่ได้รับการเพาะปลูกและดูแลอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงหมู่มวลดอกไม้ป่าบนเทือกเขาสูง พร้อมสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีกับชุมชนท้องถิ่นและเรียนรู้วิถีปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน
วันที่ 1: เพลิดเพลินใจท่ามกลางทุ่งดอกไม้ตระการตา ณ ฟูราโนะ บิเอ และคามิกาวะ
เริ่มต้นออกเดินทางโดยรถไฟจากเมืองโยโกฮาม่า เพื่อไปขึ้นเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานฮาเนดะในกรุงโตเกียว มุ่งสู่ท่าอากาศยานอาซาฮิกาว่า จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถโดยสารประจำทางหรือการขับรถยนต์ส่วนบุคคลอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเข้าสู่ใจกลางฮอกไกโด จุดหมายแรกเริ่มต้นที่ ทุ่งดอกไม้แห่งฟูราโนะ ซึ่งคุณจะได้ชื่นชมความงดงามของทุ่งลาเวนเดอร์และพืชล้มลุกนานาพรรณ ซึ่งได้รับการเพาะปลูกเพื่อประโยชน์ทั้งในแง่ของความสวยงามและมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถยนต์หรือรถโดยสารประจำทางอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงไปยัง ชิกิไซโนะโอกะ ในเมืองบิเอ เพื่อตื่นตาตื่นใจไปกับทุ่งดอกไม้หลากสีสันตามฤดูกาลที่บานสะพรั่งไล่ระดับไปตามเนินเขาอันกว้างใหญ่
ปิดท้ายวันด้วยการขับรถประมาณ 1.5 ชั่วโมงไปยัง ไดเซ็ตสึ โมริ โนะ การ์เดน ในเมืองคามิกาวะ ซึ่งเป็นสวนบนเนินเขาที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์พันธุ์พืชพื้นเมือง พร้อมทั้งมีกิจกรรมเวิร์กช็อปงานประดิษฐ์จากดอกไม้ให้ผู้มาเยือนได้ร่วมสนุก ทั้งนี้ การพักค้างคืนในย่านคามิกาวะจะช่วยให้คุณสามารถเดินทางเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น
วันที่ 2: รื่นรมย์ท่ามกลางมวลบุปผา ณ เมืองโอโซระ
หลังจากการขับรถประมาณสองชั่วโมงครึ่ง คุณจะเดินทางมาถึงสวนฮิงาชิโมโกโตะ ชิบะซากุระ สวนพิงค์มอสอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้จัดแสดงผลสำเร็จของการเพาะปลูกและดูแลรักษาโดยพลังของชุมชน ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครในท้องถิ่นร่วมใจกันดูแลแปลงดอกไม้สีชมพูสดใสผืนใหญ่โดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ นอกจากนี้ ผู้มาเยือนยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่บ่อตกปลาไปจนถึงร้านจำหน่ายอาหารท้องถิ่น
หลังจากเต็มอิ่มกับการสำรวจสวนแห่งนี้แล้ว เดินทางต่ออีกประมาณหนึ่งชั่วโมงเพื่อเข้าพักค้างคืนในย่านเทชิคางะ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีเวลาอย่างเต็มที่ในการสัมผัสประสบการณ์แสนผ่อนคลายกับน้ำพุร้อนท้องถิ่น และเพลิดเพลินไปกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันเลื่องชื่อ ซึ่งรวมถึงทะเลสาบคุชชาโระและทะเลสาบมาชู
วันที่ 3: เดินทอดน่องบนสะพานไม้ พร้อมสัมผัสธรรมชาติ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระ
ขับรถต่ออีกประมาณ 1.5 ชั่วโมงไปยัง อุทยานแห่งชาติคุชิโระชิตสึเก็น ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ณ ที่แห่งนี้ ทางเดินสะพานไม้และโปรแกรมล่องเรือแคนูพร้อมไกด์นำทาง จะพาคุณไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของระบบนิเวศอันหลากหลายอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มน้ำไปจนถึงพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ หมู่มวลดอกไม้ป่าจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเบ่งบานตามฤดูกาลตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง และยังมีโอกาสที่จะได้พบเห็นสัตว์ป่าหายากอย่างนกกระเรียนมงกุฎแดงอีกด้วย
หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติมาตลอดทั้งวันปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วยการพักผ่อน ณ เมืองคุชิโระ ซึ่งเป็นจุดพักที่สะดวกสบายต่อการฟื้นฟูร่างกายให้พร้อมสำหรับการออกเดินทางท่องเที่ยวในเช้าวันถัดไป
วันที่ 4: ออกเดินป่าระยะไกลบนเกาะเรบุน
เริ่มต้นวันด้วยการโดยสารเครื่องบินจากเมืองคุชิโระมุ่งสู่ท่าอากาศยานริชิริ จากนั้นเดินทางต่อด้วยเรือเฟอร์รีเพื่อข้ามไปยัง เกาะเรบุน ซึ่งพืชอัลไพน์ป่าของเกาะพากันเติบโตรอบหิวแนวชายฝั่ง เกิดเป็นระบบนิเวศอันเป็นเอกลักษณ์ที่เหมาะแก่การเดินป่าพร้อมไกด์นำทางเพื่อศึกษาธรรมชาติ โดยเส้นทางศึกษาธรรมชาติอย่าง เส้นทางหอชมวิวโมโมอิวะ จะพาคุณตัดผ่านพื้นที่ที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่านานาพรรณหลายร้อยชนิด พร้อมเปิดโอกาสให้รับชมทัศนียภาพอันงดงามของชายฝั่งทะเลไปพร้อม ๆ กัน
พักค้างคืนบนเกาะเรบุนเพื่อดื่มด่ำกับเสน่ห์อันเงียบสงบและห่างไกลจากความวุ่นวาย พร้อมปล่อยใจไปกับความงดงามตามฤดูกาลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฮอกไกโด
©Expo 2027
Please Choose Your Language
Browse the JNTO site in one of multiple languages