Use the
Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp
หมู่เกาะโอกินาว่าตั้งอยู่ทางใต้ของแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่นลงไปหลายร้อยกิโลเมตร และพืชพรรณกับสัตว์ป่าในเขตกึ่งร้อนของที่นี่ก็มีเอกลักษณ์แตกต่างไม่แพ้กัน สวนพฤกษศาสตร์ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันทั่วโอกินาว่าช่วยอนุรักษ์และถ่ายทอดระบบนิเวศและมรดกทางวัฒนธรรมของภูมิภาค พร้อมทั้งจัดแสดงพืชและสัตว์จากภูมิอากาศหลากหลายรูปแบบทั่วโลก นอกจากนี้ สวนเหล่านี้ยังเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนพันธุ์พืชระหว่างประเทศ การให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนธีมย่อย “ความร่วมมือ” ของ GREEN×EXPO 2027 ที่เน้นการทำงานร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่หลากหลาย และการแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับสภาพแวดล้อมกึ่งร้อนเหล่านี้ ซึ่งเต็มไปด้วยป่าชายเลน กล้วยไม้ และสัตว์ป่าหายาก พร้อมเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนและแนวปฏิบัติด้านนิเวศวิทยาที่เหมาะสม ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม
ความหลากหลายแบบเขตร้อนและแบบอื่น ๆ
สวนพฤกษศาสตร์ตะวันออกเฉียงใต้ ในเขตชิบานะ เมืองโอกินาว่า เป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น บนพื้นที่กว้างใหญ่ของสวนมีพืชมากกว่า 50,000 ต้นจาก 1,300 สายพันธุ์ รวมถึงซุ้มเฟื่องฟ้าทรงพีระมิดขนาดมหึมาสูง 8 เมตร ต้นเลือดมังกรโซโคตราที่มียางสีแดงสด และต้นเบาบับลำต้นป่องจากมาดากัสการ์ พืชหลายชนิดในที่นี้แทบไม่พบเห็นนอกเรือนกระจกในญี่ปุ่น ทำให้ที่นี่เป็นโอกาสพิเศษในการสังเกตพืชเหล่านี้ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ
ภายในสวนมีรถบัสนำเที่ยวพร้อมเครื่องบรรยายเสียง 4 ภาษา คอยพาผู้มาเยือนเยี่ยมชมพื้นที่สวนต่าง ๆ นอกจากพืชพรรณแล้ว ผู้มาเยือนยังสามารถพบปะและเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์หลากหลายชนิดได้อีกด้วย เช่น คาปิบารา อาร์มาดิลโล และแม้แต่ม้าโยนากุนิ ซึ่งเป็นหนึ่งในม้าสายพันธุ์พื้นเมืองทั้งแปดสายพันธุ์ของญี่ปุ่น อีกทั้งภายในอาคารยังมีนิทรรศการจัดแสดงแมลงมากกว่า 300 ชนิดให้ได้รับชม
ในช่วงยามค่ำคืน ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงพฤษภาคม สวนแห่งนี้จะจัด นิทรรศการจัดแสดงไฟเขตร้อนแห่งโอกินาว่า อันน่าตื่นตาตื่นใจ โดยมีไฟ LED นับพันดวงส่องประกายท่ามกลางหมู่พืชพรรณ โดยเมื่อไม่นานมานี้ สวนเริ่มใช้ไฟประดับ LED แบบประหยัดพลังงานและใช้พลังงานต่ำ ซึ่งช่วยลดมลภาวะทางแสงและลดการใช้พลังงาน ความริเริ่มเช่นนี้เองที่มีส่วนช่วยผลักดันให้สังคมที่ยั่งยืนเกิดขึ้นจริง
เล่น สำรวจ และเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติที่ บิโอสุ โนะ โอกะ
บิโอสุ โนะ โอกะ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุรุมะ เป็นอุทยานธรรมชาติและสวนพฤกษศาสตร์เชิงประสบการณ์ที่ครอบคลุมพื้นที่มากกว่าห้าสิบเอเคอร์ของความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิประเทศของโอกินาว่า ที่นี่เปรียบเสมือนห้องปฏิบัติการมีชีวิตที่ศึกษาว่าจะปกป้องชนิดพันธุ์พื้นถิ่น ควบคุมชนิดพันธุ์รุกราน และดำเนินการทั้งหมดนี้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น มีการใช้น้ำฝนและน้ำรีไซเคิลเพื่อรดน้ำต้นไม้ภายในสวน ภายในอุทยานยังผสานองค์ประกอบของวัฒนธรรมโอกินาว่าไว้ด้วย เช่น อาคารสไตล์อาณาจักรริวกิว และกิจกรรมให้ผู้มาเยือนได้สวมใส่เครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิมของริวกิว
อุทยานแห่งนี้มีกิจกรรมที่เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและระบบนิเวศท้องถิ่น โดยกิจกรรมเหล่านี้รวมถึงการเดินชมป่าพร้อมไกด์ การล่องชมทะเลสาบ หรือการนั่งเกวียนที่ควายลาก พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับสัตว์ป่าและขนบธรรมเนียมของโอกินาว่า (มีเฉพาะภาษาญี่ปุ่น) นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้สำรวจพื้นที่ทางน้ำของสวนในรูปแบบที่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นด้วยการเช่าเรือแคนูและกระดานยืนพาย (SUP) อีกด้วย
กล้วยไม้และทิวทัศน์ทะเลที่โมโตบุ
แม้ว่าสวนสาธารณะโอเชียนเอ็กซ์โปจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่า ชูราอูมิ อันโด่งดังระดับโลก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ภายในอุทยานก็ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องความหลากหลายของพืชอย่างแท้จริง ได้แก่ สวนพรรณไม้เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ทรอปิคอล ดรีม เซ็นเตอร์ และหมู่บ้านพื้นเมืองโอกินาว่ากับสวนพฤกษศาสตร์โอโมโระ สวนพรรณไม้เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนมีพืชมากกว่า 400 ชนิด ปลูกอยู่บนพื้นที่ 16.8 เอเคอร์ โดยจัดแบ่งออกเป็นโซนต่าง ๆ
ทรอปิคอล ดรีม เซ็นเตอร์ มีเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้มากกว่า 2,000 ชนิด รวมถึงพืชและผลไม้เขตร้อนที่ผลิบานตลอดทั้งปี เรือนกระจกแต่ละหลังมีธีมเฉพาะของตนเอง เช่น เรือนกระจกแคทลียา ที่รวบรวมกล้วยไม้แคทลียา และเรือนกระจกวิกตอเรีย สำหรับบัววิกตอเรีย ครูเซียนา ขนาดยักษ์ พืชน้ำจากทวีปอเมริกาใต้ชนิดนี้มีขนาดใหญ่ถึงขั้นสามารถรองรับน้ำหนักของเด็กคนหนึ่งได้ หอคอยสูง 36 เมตรอันเป็นเอกลักษณ์ของศูนย์แห่งนี้เปิดมุมมองกว้างไกลเหนือสวนและท้องทะเล ในบางวันจะมีการจัดเวิร์กช็อป เช่น การประดิษฐ์งานจากพืชอย่างที่รองแก้วและเทอร์ราเรียม โดยรูปแบบกิจกรรมจะเปลี่ยนไปในแต่ละเดือน นอกจากนี้ยังมีบริการนำชมพร้อมไกด์อีกด้วย
หมู่บ้านพื้นเมืองโอกินาว่าและสวนพฤกษศาสตร์โอโมโระเป็นการจำลองหมู่บ้านในสมัยอาณาจักรริวกิว โดยมีองค์ประกอบอย่างป่าศักดิ์สิทธิ์ (อูตากิ) น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (อูกามิงะ) และยุ้งฉางยกพื้นสูง อาคารต่าง ๆ สะท้อนให้เห็นว่าชาวโอกินาว่าปรับตัวเข้ากับภูมิอากาศกึ่งร้อนแบบมหาสมุทรอย่างไร และมอบภาพสะท้อนของวิถีชีวิตในอดีต สวนพฤกษศาสตร์โอโมโระเป็นที่อยู่ของพืชพื้นถิ่นโอกินาว่า 22 ชนิด ผู้มาเยือนยังสามารถทำความรู้จักกับ โอโมโระซาอุชิ ซึ่งเป็นคอลเล็กชันเพลงที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ของโอกินาว่า และสะท้อนความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างผู้คนกับธรรมชาติได้อีกด้วย
พายเรือคายักผ่านป่าชายเลนในยัมบารุ
ภูมิภาคยัมบารุทางตอนเหนือของโอกินาว่าเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ ซึ่งเป็นที่ตั้งของป่ากึ่งเขตร้อนอันเขียวชอุ่ม ป่าชายเลน และภูเขาหินปูน ระบบนิเวศเหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์หายาก รวมถึงนกโอกินาว่าเรล ซึ่งเป็นนกใกล้สูญพันธุ์ที่บินไม่ได้และไม่พบที่ใดในโลกอีก ในภูมิภาคนี้ยังมีป่าชายเลนเกซาชิ ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดของโอกินาว่า ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 เฮกตาร์ ป่าชายเลนแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติของญี่ปุ่น และทำหน้าที่เป็นถิ่นอาศัยสำคัญของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำ นกอพยพ และปลาในวัยอ่อน อีกทั้งยังเป็นแนวกันชนชายฝั่งที่มีความสำคัญ ช่วยปกป้องแนวชายฝั่งจากการกัดเซาะและคลื่นพายุซัดฝั่ง
ผู้มาเยือนสามารถสำรวจสภาพแวดล้อมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้ผ่านทัวร์เชิงนิเวศพร้อมไกด์ ซึ่งรวมถึงการพายเรือคายัก ไปตามลำน้ำกร่อยอันแสนสงบ หรือการเดินป่าตามลำน้ำที่โอบล้อมด้วยผืนป่า โปรแกรมเหล่านี้เน้นการท่องเที่ยวที่มีผลกระทบต่ำต่อสิ่งแวดล้อม และมอบวิถีการเรียนรู้คุณค่าทางนิเวศของระบบป่าชายเลนในโอกินาว่าอย่างลึกซึ้ง
ดินแดนใต้สุดอันอุดมด้วยธรรมชาติและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ห่างจากเกาะหลักของโอกินาว่าไปทางใต้เกือบสามร้อยกิโลเมตรคือเกาะมิยาโกจิมะ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านแหล่งดำน้ำ และเป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนเทศบาลเมืองมิยาโกจิมะ สวนแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่เกือบสี่สิบเฮกตาร์ มีพืชกึ่งเขตร้อนราว 1,600 ชนิด รวมถึงต้นเดโกะ ซึ่งมีดอกสีแดงสดที่ถือเป็นสัญลักษณ์ท้องถิ่นแห่งโชคลาภและความรุ่งเรือง
ผู้มาเยือนสามารถเดินเล่นไปตามเส้นทางอันแสนร่มรื่นเพื่อชื่นชมพืชพรรณอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะได้ตามอัธยาศัย ก่อนจะแวะชมหมู่บ้านหัตถกรรมเทศบาลเมืองมิยาโกจิมะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน ที่นี่มีเวิร์กช็อปซึ่งช่างฝีมือท้องถิ่นจะสาธิตงานหัตถกรรมดั้งเดิมหลากหลายประเภท เช่น เครื่องปั้นดินเผา สิ่งทอ และการทำเครื่องประดับจากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น ใกล้กันนั้น พิพิธภัณฑ์เทศบาลเมืองมิยาโกจิมะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรม และพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเกาะ
ประเด็นสำคัญ
สวนพฤกษศาสตร์และอุทยานธรรมชาติของโอกินาว่าไม่ได้มีบทบาทเพียงจัดแสดงพืชพรรณงดงามเท่านั้น หากยังเป็นตัวอย่างที่มีชีวิตของความยั่งยืน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมท้องถิ่น ความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่หลากหลายและการแบ่งปันองค์ความรู้ซึ่งสวนพฤกษศาสตร์เหล่านี้สะท้อนออกมา สอดคล้องกับธีมย่อย ความร่วมมือของ GREEN×EXPO 2027
©Expo 2027
Please Choose Your Language
Browse the JNTO site in one of multiple languages