Use the
Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp
ภูมิภาคเซโตะอุจิแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือระหว่างชุมชน รัฐบาล และกลุ่มนักนวัตกรรม ซึ่งสะท้อนถึงธีมย่อย "ความร่วมมือ" ของงาน GREEN×EXPO 2027 โดยการเดินทางระยะเวลาสี่วันนี้ จะพาคุณไปสำรวจว่าเกาะต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้สามารถฟื้นฟูภาคเกษตรกรรม โอบรับความยั่งยืน และขับเคลื่อนการพลิกฟื้นทางวัฒนธรรมได้อย่างไร ตั้งแต่การปลูกมะกอกและทำนาข้าวขั้นบันได ไปจนถึงนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชตระกูลส้ม และโรงบ่มไวน์ที่บริหารจัดการโดยชุมชน
วันที่ 1: การปลูกมะกอกและภูมิทัศน์นาข้าวขั้นบันไดในคางาวะ
นั่งรถไฟเข้าสู่โตเกียวและขึ้นบินจากสนามบินฮาเนดะไปยังสนามบินทาคามัตสึ จากนั้นขับรถต่อประมาณสองชั่วโมงไปยังสวนมะกอกโชโดชิมะ บนเกาะโชโดชิมะ จังหวัดคางาวะ ออกสำรวจภูมิภาคที่ประสบความสำเร็จในการปลูกมะกอกเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่น และเข้าชมพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มะกอกเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเพาะปลูกที่ยาวนานนับศตวรรษ
ในช่วงบ่าย เดินทางต่อด้วยรถยนต์และเรือเฟอร์รี่ประมาณ 90 นาทีไปยังเกาะเทชิมะ ร่วมสำรวจว่าพื้นที่นาข้าวขั้นบันได ผลงานศิลปะจัดวาง และผืนดินทำกินที่ได้รับการฟื้นฟูของเกาะแห่งนี้ แสดงให้เห็นว่าเกาะที่เคยเป็นบ่อทิ้งขยะในอดีต ได้รับการพลิกโฉมจนกลายมาเป็นชุมชนเกษตรกรรมและวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร และพักค้างคืนบนเกาะนี้
วันที่ 2: พืชสวนที่ยั่งยืนและศิลปะในโอคายาม่า
นั่งเรือเฟอร์รี่ระยะทางสั้น ๆ ไปยังเกาะอินุจิมะ เกาะเล็ก ๆ ในจังหวัดโอคายาม่าที่ได้รับการพลิกฟื้นให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งผ่านเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและศิลปะร่วมสมัย เข้าเยี่ยมชมอินุจิมะ ไลฟ์ การ์เดน เพื่อชมแปลงผัก สวนสมุนไพร และทุ่งดอกไม้ที่ได้รับการปรับปรุงพื้นที่ขึ้นมาใหม่ พร้อมเรียนรู้วิธีการนำเทคโนโลยีเชิงนิเวศที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำมาใช้สนับสนุนวิถีชีวิตประจำวัน
ในบริเวณใกล้เคียงกัน พิพิธภัณฑ์ศิลปะอินุจิมะ เซเรนโช ได้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่อุตสาหกรรมเก่าสามารถนำมาปรับเปลี่ยนประโยชน์การใช้งานอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร จากนั้นเดินทางกลับไปพักค้างคืนที่เกาะเทชิมะ
วันที่ 3: นวัตกรรมการเพาะปลูกพืชตระกูลส้มและเกษตรกรรมที่ยั่งยืนในฮิโรชิม่า
นั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังท่าเรืออุโนะ ในโอคายาม่า และขับรถต่อประมาณสองชั่วโมงไปยังท่าเรืออาคิตสึ ในฮิโรชิม่า จากนั้นนั่งเรือเฟอร์รี่อีกประมาณ 30 นาทีไปยังเกาะโอซากิคามิจิมะ ภูมิภาคนี้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการเพาะปลูกพืชตระกูลส้มที่ล้ำสมัย โดยมีการนำเซนเซอร์ หุ่นยนต์ และเทคนิคการชลประทานอัจฉริยะมาใช้ ในส่วนของชิกิฟาร์ม จะมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืนและปรัชญาขยะเหลือศูนย์
ผู้เข้าพักสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อเรียนรู้วิธีการนำเปลือกส้มและกิ่งไม้ที่ถูกทิ้งมาแปรรูปเป็นแผ่นรองแก้วและผ้าพันคอที่มีสีสันสวยงามได้ พร้อมสัมผัสกับแนวทางนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมที่ยั่งยืนของเกาะนี้ด้วยตนเอง จากนั้นพักค้างคืนในพื้นที่ดังกล่าวและเพลิดเพลินไปกับที่พักพร้อมวิวทะเล
วันที่ 4: ไวน์ชุมชนและเสน่ห์ชายฝั่งทะเลในเอฮิเมะ
ขับรถต่อประมาณหนึ่งชั่วโมงไปยังเกาะโอมิชิมะ ในจังหวัดเอฮิเมะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางปั่นจักรยานชิมานามิ ไคโด ออกสำรวจโรงบ่มไวน์มินนาโนะ พื้นที่ที่เคยเป็นสวนส้มร้างซึ่งได้รับการปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นไร่องุ่น และผลิตไวน์ออร์แกนิกมากกว่า 20 สายพันธุ์ในปัจจุบัน ผู้มาเยือนจะได้เห็นความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนทุกเพศทุกวัยที่เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การบรรจุขวด ไปจนถึงการจำหน่ายไวน์ จากนั้นเดินเล่นชมหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ และเพลิดเพลินกับทัศนียภาพชายฝั่งทะเล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างชุมชนบนเกาะ ผืนดิน และท้องทะเล
©Expo 2027
Please Choose Your Language
Browse the JNTO site in one of multiple languages