Use the
Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp
ในญี่ปุ่นปัจจุบัน แนวคิดเรื่องซาโตยามะ ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคม และสะท้อนภูมิปัญญาแห่งการใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ ซาโตยามะ หมายถึงพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตชนบทและเขตเมือง ซึ่งชุมชนท้องถิ่นใช้ความรู้ดั้งเดิมในการดูแลป่าไม้ พื้นที่เกษตร และแหล่งน้ำ แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยค้ำจุนความหลากหลายทางชีวภาพเท่านั้น แต่ยังหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของผู้คนอีกด้วย ซาโตยามะเป็นตัวอย่างอันสมบูรณ์แบบของธีมย่อย การอยู่ร่วมกัน ของ GREEN×EXPO 2027 โดยมอบบทเรียนจากวัฒนธรรมเกษตรกรรมเกี่ยวกับการผสานธรรมชาติเข้ากับชีวิตประจำวันของเรา
นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีซาโตยามะแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง สามารถออกสำรวจการเกษตรกรรม อาหาร และวัฒนธรรมพื้นบ้านในจังหวัดอย่างอิชิกาวะ นากาโนะ และกิฟุได้ พื้นที่เหล่านี้ในภูมิภาคโฮคุริคุ ชินเอ็ตสึ และโทไกของญี่ปุ่นมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยให้ผู้มาเยือนซาบซึ้งถึงบทบาทสำคัญของธรรมชาติในชีวิตประจำวันได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ฟาร์มสเตย์ในอิชิคาวา
ผู้มาเยือนสามารถดื่มด่ำกับวิถีซาโตยามะได้อย่างแท้จริงด้วยการเข้าพักแบบฟาร์มสเตย์ ที่ ชุนรัน โนะ ซาโตะ หรือฟาร์มทาคิกาฮาระ ซึ่งเป็นรีสอร์ตชนบททั้งสองแห่ง ทางตอนเหนือของจังหวัดอิชิคาวา
ที่ ชุนรัน โนะ ซาโตะ บนคาบสมุทรโนโตะ ผู้เข้าพักจะได้พักในเกสต์เฮาส์แบบดั้งเดิมกว่า 40 แห่ง และร่วมกิจกรรมตามฤดูกาล เช่น การปักดำข้าว การเก็บเห็ด การทำถ่าน และการรับประทานอาหารร่วมกันรอบอิโระริ (เตาไฟฝังพื้น) อาหารจะเสิร์ฟในภาชนะทำมือจากเครื่องเขินวาจิมะท้องถิ่น สะท้อนความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างวัฒนธรรมของภูมิภาคกับธรรมชาติ
ห่างจากคานาซาวะ เมืองเอกของจังหวัดอิชิคาวาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงฟาร์มทาคิกาฮาระ คือชุมชนชนบทที่ได้รับการฟื้นชีวิตขึ้นใหม่ ซึ่งคนรุ่นใหม่จากเมืองและคนท้องถิ่นที่อยู่มานานร่วมมือกันอนุรักษ์วิถีซาโตยามะไว้ ผู้มาเยือนจะได้เข้าพักที่ ทาคิกาฮาระ คราฟต์ แอนด์ สเตย์ ซึ่งเป็นที่พักภายในพื้นที่ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และยังมีซาวน่าที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง เคนโกะ คุมะ พร้อมให้บริการอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กช็อปงานหัตถกรรมดั้งเดิมและกิจกรรมออกหาอาหารตามภูเขา ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับชาวบ้านในหมู่บ้านให้ได้ร่วมสนุกกัน
โอบรับการบำบัดด้วยป่าในอิยามะ
จังหวัดนากาโนะมีชื่อเสียงด้านหิมะและสกีรีสอร์ต แต่ความผูกพันกับธรรมชาติของที่นี่หยั่งรากลึกตลอดทั้งปี ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสัมผัสประสบการณ์ชินรินโยคุ หรือการอาบป่า ซึ่งหมายถึงการดื่มด่ำกับบรรยากาศของผืนป่าผ่านการเดินอย่างช้า ๆ และมีสติ โดยแท้จริงแล้วไม่ได้หมายถึงการอาบน้ำตามตัวอักษร แต่เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าเพื่อเชื่อมโยงกับโลกธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง หนึ่งในสถานที่ที่เหมาะสำหรับการอาบป่าคืออิยามะ เมืองเกษตรกรรมชนบททางตอนเหนือของจังหวัดนากาโนะ ผู้มาเยือนสามารถเข้าพักในมินชุกุ (ที่พักแบบครอบครัวดำเนินการเอง) กับครอบครัวเกษตรกรบริเวณชานเมืองได้ กิจกรรมฝึกสติประกอบด้วยการปูเสื่อโยคะบนพื้นป่า การนั่งอย่างสงบ และการปรับจิตให้รับรู้จังหวะของโลกธรรมชาติ
ในช่วงเดือนที่อากาศหนาว ผู้เข้าพักจะได้รับเชิญให้เดินด้วยรองเท้าหิมะ ผ่านผืนป่า ที่ซึ่งต้นไม้สูงใหญ่ช่วยให้จิตใจสงบ และหิมะใหม่ดูดซับเสียงรอบตัว จนเกิดเป็นความเงียบสงบขาวสะอาดชวนประทับใจ
มื้ออาหารกลางสวนผลไม้ในตอนกลางของนากาโนะ
ซาโตยามะไม่ใช่เพียงสถานที่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการได้ดื่มด่ำกับพื้นที่ที่ดำรงชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ ที่เมืองมัตสึคาวะ เมืองแห่งสวนผลไม้ในตอนกลางของนากาโนะ คุณสามารถสัมผัสสิ่งนี้ได้โดยตรงผ่านทัวร์ผจญภัยอาหารกูร์เมต์ในสวนผลไม้ โปรแกรมจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารระยะเวลาสองวันนี้สะท้อนหลักการของซาโตยามะ โดยให้ความสำคัญกับความเป็นท้องถิ่น ความสอดคล้องกับฤดูกาล และความยั่งยืน ผ่านการกินและการเรียนรู้ตามฤดูกาล
ผู้เข้าร่วมจะได้ลิ้มรสความอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาคจากแหล่งผลิตโดยตรง โดยคุณสามารถจิบไซเดอร์ท่ามกลางสวนเดียวกับที่แอปเปิลเติบโต เพลิดเพลินกับไวน์ที่ทำจากองุ่นท้องถิ่น และลิ้มรสอาหารหลายคอร์สได้ที่ ร้านอาหารออร์ชาร์ด มัตสึคาวะ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางดงไม้สงบเงียบ นี่ไม่ใช่แค่จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร แต่คือการยกโต๊ะอาหารมาไว้กลางฟาร์มจริง ๆ นอกจากนี้ ตลอดการเดินทาง คุณยังจะได้พบกับเกษตรกรและเรียนรู้เกี่ยวกับงานของพวกเขาอีกด้วย
สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยกว่าการเก็บผลไม้ คืออีกวิธีที่ใช้เวลาสั้นกว่าแต่ยังให้ประสบการณ์ซาโตยามะอย่างเต็มอิ่มไม่แพ้กัน และบางครั้งยังมาพร้อมความสุขเพิ่มเติมจากการได้นำผลผลิตที่คุณเก็บเองกลับบ้านอีกด้วย
เรียนรู้วิถีชีวิตดั้งเดิมท่ามกลางขุนเขา
ในจังหวัดกิฟุหมู่บ้านพื้นบ้านฮิดะ คือพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่อนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมในยุคก่อนสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ เมื่อชุมชนชนบทยังต้องพึ่งพาวัสดุจากธรรมชาติและจังหวะของฤดูกาล ภายในหมู่บ้านประกอบด้วยบ้านแบบกัชโชสึคุริราว 30 หลัง อาคารเหล่านี้มีหลังคามุงจากลาดชัน ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับหิมะตกหนักของภูมิภาค
ผู้มาเยือนสามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปในพิพิธภัณฑ์เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมบนภูเขาและงานหัตถกรรมดั้งเดิมได้ ซึ่งหลายอย่างยังคงปฏิบัติสืบต่อกันอยู่ในพื้นที่ฮิดะ ทาคายามะ โดยรอบจนถึงปัจจุบัน ภายใต้การดูแลของช่างฝีมือท้องถิ่น ผู้มาเยือนจะได้ลองทอผ้า หรือประดิษฐ์ของใช้เรียบง่ายด้วยมือ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและองค์ความรู้ที่ผ่านการสั่งสมมารุ่นต่อรุ่น หลังจากเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แล้ว ขอแนะนำให้ลองออกสำรวจวิถีซาโตยามะต่อด้วยทัวร์จักรยาน เพื่อชื่นชมภูมิทัศน์ชนบทโดยรอบและสังเกตแนวทางเกษตรกรรมดั้งเดิมเหล่านี้ในชีวิตจริง
เดินทอดน่องในผืนป่าและเยือนเมืองพักแรมทางใต้ของกิฟุ
นากาเซ็นโดเป็นเส้นทางสายสำคัญที่เชื่อมเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) กับเกียวโตผ่านภูเขาในญี่ปุ่นตอนกลาง ถนนสายยาว 532 กิโลเมตรนี้ใช้เวลาเดินมากกว่า 15 วัน และมีเมืองพักแรม 69 แห่งให้ผู้เดินทางแวะพักระหว่างทาง เมืองพักแรมมาโกเมะจากคริสต์ศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนากัตสึกาวะ เป็นหนึ่งในจุดแวะพักที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดบนเส้นทางประวัติศาสตร์สายนี้
เมืองแห่งนี้สร้างอยู่บนทางลาดชัน จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมอบทัศนียภาพอันงดงามของหุบเขาโดยรอบ ระหว่างที่เดินเล่นไปตามถนนสายต่าง ๆ คุณจะพบร้านค้าที่จำหน่ายงานหัตถกรรมและขนมท้องถิ่น รวมถึงโรงน้ำชาและโรงแรมขนาดเล็กหลายแห่งให้แวะพักได้ เช่นเดียวกับนักเดินทางผู้เหน็ดเหนื่อยเมื่อหลายศตวรรษก่อน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มาโกเมะ วาคิ-ฮอนจิน เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากจะช่วยเปิดมุมมองให้เห็นวิถีชีวิตของเมืองพักแรมและประวัติศาสตร์ของนากาเซ็นโดได้อย่างชัดเจน
นอกจากการเดินชมตัวเมืองแล้ว ผู้มาเยือนจำนวนมากยังใช้โอกาสนี้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามผ่านการเดินป่าอย่างเงียบสงบ เส้นทางรอบมาโกเมะเปิดโอกาสให้คุณเดินทอดน่อง ท่ามกลางร่มเงาเขียวชอุ่มของต้นไซเปรสและสนซีดาร์ พร้อมเสียงนกร้องและสายน้ำไหลที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ
ประเด็นสำคัญ
ภูมิภาคโฮคุริคุ ชินเอ็ตสึ และโทไกอุดมไปด้วยภูมิทัศน์ดั้งเดิมที่สะท้อนธีมย่อย การอยู่ร่วมกัน ของ GREEN×EXPO 2027 โดยแสดงให้เห็นว่ามนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติมาอย่างยาวนานได้อย่างไร ที่นี่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้มีปฏิสัมพันธ์และดื่มด่ำกับวิถีชีวิตชนบทผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น ฟาร์มสเตย์ การเดินป่า และการรับประทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติ การสำรวจวัฒนธรรมซาโตยามะไม่เพียงเปิดมุมมองสู่อดีต แต่ยังมอบแนวคิดสำหรับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนมากขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกัน
©Expo 2027
Please Choose Your Language
Browse the JNTO site in one of multiple languages