HOME Back

ใช้ ไอคอนบนหน้าเว็บเพื่อเพิ่มลงในรายการโปรด

กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นใช่ไหม

แชร์ภาพการท่องเที่ยวของคุณร่วมกับเราโดยใส่แฮชแท็ก #visitjapanjp

รายการโปรดของฉัน

sg063 sg063

คู่มือแนะนำ ศาสนาพุทธแบบเซ็นและการเข้าฌานในญี่ปุ่น วัดบางแห่งก็มีสถานที่ให้ทำสมาธิแบบพุทธ

การทำสมาธิแบบญี่ปุ่นมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเนื่องจากประโยชน์ทางสุขภาพทั้งด้านจิตวิญญาณ กาย และใจ

ที่มาของกิจกรรมนี้มีที่มาย้อนกลับไปถึงต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซ็น ซึ่งเป็นศาสนาที่นำทางสู่ความรู้แจ้งผ่านการทำสมาธิ การศึกษาวิจัยหลายชิ้นเผยว่าคุณประโยชน์ด้านสุขภาพส่วนหนึ่งจากการฝึกฝนสมาธิแบบฉบับเซ็น ได้แก่ การควบคุมความวิตกกังวลและความเครียด เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการใช้ชีวิตดำเนินไปอย่างรวดเร็ว การทำสมาธิจึงเป็นวิธีที่เยี่ยมในการผ่อนคลายและสัมผัสความสงบภายในจิตใจ การทำสมาธิแบบเซ็นไม่ได้มีไว้เพื่อคนญี่ปุ่นอย่่างเดียว เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมกับธรรมเนียมปฏิบัติอายุหลายร้อยปีของเซ็นได้ตามสถานที่พักผ่อนและวัดพุทธต่าง ๆ ทั่วทั้งประเทศ

ประวัติของพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่น

ศาสนาพุทธเผยแพร่มายังญี่ปุ่นในช่วงราว ๆ ศตวรรษที่ 6 ผ่านจีนและเกาหลีตามเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นกลุ่มเส้นทางค้าขายเก่าแก่โบราณ ความเชื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นอย่างศาสนาชินโตเองก็ถือกำเนิดก่อนพุทธศาสนาจะมาถึง โดยผู้คนเชื่อกันว่าวิวัฒนาการมาจากศาสนาโบราณที่บูชาธรรมชาติ แม้ศาสนาพุทธจะช่วยหล่อหลอมและพัฒนาศาสนาชินโต แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็คงไม่สะดวกใจนักถ้าจะบอกว่าตัวเองมีจิตเลื่อมใสแรงกล้าในศาสนาใดศาสนาหนึ่ง นอกจากนี้พวกเขายังสักการะทั้งวัดและศาลเจ้า

ศาสนาพุทธนิกายนี่น่าจะถือได้ว่าเป็นทีรู้จักแพร่หลายสูงสุดในญี่ปุ่นคือนิกายเซ็น อีกทั้งวัฒนธรรมญี่ปุ่นในหลาย ๆ แง่มุมถ้าไม่ได้รับอิทธิพลอย่างมากก็ต้องเป็นผลพวงโดยตรงจากคติของเซ็น สวนญี่ปุ่น พิธีชงชา และแม้กระทั่งศิลปะป้องกันตัว ต่างก็มีรากฐานต้นกำเนิดมาจากเซ็นด้วยกันทั้งสิ้น

พระพุทธศาสนานิกายเซ็น คือการฝึกฝนสมาธิเพื่อให้บรรลุภาวะสัจจะแห่งตนและความรู้แจ้ง ผู้ที่ปฏิบัติตามหลักของเซ็นไม่ได้ศรัทธาในเทพเจ้าที่ทรงฤทธิ์เดช แต่จะได้รับคำชี้แนะจากอาจารย์ของตนขณะก้าวเดินไปตามเส้นทางแห่งจิตวิญญาณนี้แทน

สถานที่เงียบสงบ คือจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับทำสมาธิ

วิธีทำสมาธิ

การทำสมาธิมีคุณประโยชน์นานัปการต่อสุขภาพ การศึกษาวิจัยชี้ว่ากิจกรรมนี้ช่วยควบคุมภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล ลดความเครียด ช่วยให้นอนเต็มอิ่มมากขึ้น และในบางกรณีถึงขั้นรักษาอาการปวดเรื้อรัง หากคุณมีความสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาพุทธนิกายเซ็นและวิธีทำสมาธิ ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากเทคนิคการทำสมาธิแบบญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงเลื่องลืออย่างซาเซ็น เน้นไปที่ความคิดเบื้องลึกและการขบคิดพิจารณา อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำสมาธิแบบเซ็น

ส่วนสำคัญของเทคนิคซาเซ็น คือการใช้ท่านั่งในสถานที่สะอาดและเงียบเชียบ โดยให้นั่งคุกเข่า หรือนั่งท่าดอกบัว หรือกึ่งดอกบัว ยืดหลังตรง เก็บคาง และยื่นคอให้เหมือนกับว่าจะไปให้ถึงเพดาน ขณะฝึกสมาธิแบบซาเซ็น อย่าพยายามควบคุมการหายใจและปล่อยให้ลมหายใจเข้าออกเบา ๆ ตามธรรมชาติ เมื่อความคิดผุดขึ้นมาในจิตใจ ปล่อยให้ความคิดดังกล่าวเกิดขึ้นและสลายไปโดยไม่ต้องพิพากษ์ อย่าคอยไล่ตามหรือหลีกเลี่ยงความคิดเหล่านี้

เปิดประสบการณ์การทำสมาธิสไตล์ญี่ปุ่น

ผู้คนในญี่ปุ่นมักจะฝึกสมาธิแบบเซ็สชิน หรือการทำสมาธิเป็นกลุ่มตามวัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรม หากกำลังมองหาที่สุดของประสบการณ์แบบเซ็นอย่างถ่องแท้ คุณมาถูกทางแล้ว

นักท่องเที่ยวจากทั่วทั้งโลกมาเยือนญี่ปุ่นเพื่อศึกษาการทำสมาธิที่วัดต่าง ๆ เมื่อเข้าร่วมการทำสมาธิแบบเซ็สชิน ตามปกติแล้วคุณจะได้เรียนรู้หลักพื้นฐานของการทำสมาธิ รวมถึงวิธีผนวกวิถีเซ็นเข้ากับชีวิตประจำวัน จากนั้นจึงได้รับคำชี้แนะไปตามขั้นตอนการทำสมาธิแบบเซ็สชินภายในอาณาเขตอันเงียบสงบของวัด เมื่อเสร็จสิ้นชั้นเรียนแล้วส่วนมากคุณจะได้ทัวร์ชมพื้นที่ของวัด หรือมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ตามหลักของนิกายเซ็น

จุดที่ขึ้นชื่อในเรื่องวัดเซ็นได้แก่ เกียวโต นารา และคะมะคุระ โดยวัดหลายแห่งในแถบนี้มีชั้นเรียนการทำสมาธิให้คุณเลือก ส่วนบริเวณที่เป็นที่รู้จักน้อยลงมาหน่อย อย่างเซ็นไดและโอสึกิเองก็มีชั้นเรียนเช่นเดียวกัน ปกติแล้วคุณต้องจองล่วงหน้าจึงจะเข้าร่วมชั้นเรียนซาเซ็นได้ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมการทำสมาธิที่ให้บริการเป็นภาษาอังกฤษในหลายที่ทั่วญี่ปุ่น (ทั้งนี้แน่นอนว่าวัดแต่ละแห่งย่อมแตกต่างกันไป) บางแห่งพร้อมให้คุณฝึกฝนสมาธิเป็นประจำทุกวัน ขณะที่บางแห่งอาจมีชั้นเรียนแค่สัปดาห์ละครั้ง ดังนั้นควรศึกษาและวางแผนให้ดีก่อนไปเข้าร่วม เขตพื้นที่วัดเซ็นเกือบทั้งหมดจะโดดเด่นด้วยสวนที่เปิดให้คุณเที่ยวสำรวจก่อนหรือหลังกิจกรรม เพื่อช่วยส่งเสริมสมาธิและจิตตั้งมั่น

สวนเซ็นล้วนออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมสร้างสมาธิ

สวนเซ็น

ย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 6 พระสงฆ์ได้รังสรรค์สวนเซ็นขึ้นเพื่อช่วยสร้างความสงบให้กับจิตใจและส่งเสริมการทำสมาธิ องค์ประกอบของสวนเซ็นหรือสวนหินญี่ปุ่นส่วนมาก ได้แก่ กรวด ทราย มอส ต้นไม้ และพุ่มไม้ตัดแต่ง ตลอดไปจนถึงก้อนหินน้อยใหญ่ที่จัดวางเอาไว้ด้วยความพิถีพิถันและถี่ถ้วนสุด สิ่งที่ต้องทำเพื่อเนรมิตสวนเซ็นขึ้นมา คือการกวาดทรายและกรวดเป็นลวดลายก้นหอยหรือระลอกคลื่น ซึ่งมักจะเป็นสัญลักษณ์แทนสายน้ำ ส่วนก้อนหินหลากหลายขนาดก็ใช้เพื่อสื่อถึงธาตุต่าง ๆ อย่างเช่นธาตุไม้หรือธาตุไฟ นอกจากนี้กรวดผิวเรียบที่ใช้ควรต้องผ่านการสึกกร่อนตามธรรมชาติมากกว่าการการทำให้เรียบด้วยฝีมือของมนุษย์ เพราะสวนเซ็นเลียนแบบแก่นแท้ของธรรมชาติมากกว่าประโยชน์ใช้สอยหรือรูปโฉมของธรรมชาติ ผลที่ปรากฏคือสถานที่เงียบสงบและกล่อมเกลาจิตใจซึ่งช่วยส่งเสริมการพินิจภายในและการทำสมาธิ

สวนเซ็นโดยมากจะมีขนาดเล็ก รวมถึงสร้างขึ้นเพื่อให้เราชื่นชมจากมุมมองใดมุมมองหนึ่งภายนอกตัวสวนเพียงแค่จุดเดียว ตัวอย่างสวนเซ็นที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่นได้แก่ วัดโคเมียวจิในคะมะคุระ และวัดเรียวอันจิในเกียวโต นอกจากวัดเรียวอันจิ จะเป็นแหล่งมรดกโลกยูเนสโกแล้ว เขตพื้นที่ภายในวัดแห่งนี้เดิมทียังเคยเป็นคฤหาสน์ของขุนนางผู้มั่งคั่งรายหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นวัดเซ็นเมื่อปีค.ศ. 1450 อย่างไรก็ตาม ต้นกำเนิดและความหมายที่แท้จริงของสวนอันเลื่องชื่อภายในวัดยังคงเป็นปริศนาเสมอมา

กิจกรรมที่มีให้เข้าร่วมภายในวัด ได้แก่ ศิลปะการเขียนพู่กันและพิธีชงชา

ประสบการณ์อื่น ๆ ที่สัมผัสได้ในวัด

นอกเหนือไปจากชั้นเรียนสมาธิและการชื่นชมสวนเซ็นแล้ว นักท่องเที่ยวที่อยากรู้อยากเห็นยังสัมผัสประสบการณ์อื่น ๆ ในวัดได้อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะไปเยือนที่ใดในประเทศ คุณก็สามารถร่วมพิธีชงชา ชั้นเรียนศิลปะการเขียนพู่กันชาเคียว หรือพักค้างคืนในวัดอย่างที่เรียกกันว่าชุคุโบ

วัฒนธรรมชามีความหมายเท่ากับพระพุทธศาสนานิกายเซ็นในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีจุดกำเนิดมาจากวิถีแบบฉบับเซ็น อีกทั้งศาสนาพุทธนิกายเซ็นยังมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อการหล่อหลอมพิธีชงชา วัดบางแห่งจะมีชั้นเรียนพิธีชงชาให้เข้าร่วม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ประวัติและแนวคิดปรัชญาของธรรมเนียมปฏิบัตินี้ จากนั้นค่อยรับชมครูผู้สอนแสดงพิธีชงชา เสร็จแล้วจึงปิดท้ายด้วยการต้มและดื่มชาที่ตัวเองเป็นผู้ชง

ศิลปะการเขียนพู่กันชาเคียว คือศิลปะแห่งการคัดลอกพระธรรมคำสอนด้วยมือ แม้ว่าชาเคียวจะเป็นศิลปะที่วิจิตรงดงาม แต่วิธีการเขียนจำเป็นต้องใช้มากกว่าแค่ความสนใจในงานศิลปะ คุณต้องเพ่งสมาธิจดจ่อเต็มที่ทุกครั้งที่ตวัดพู่กัน ดังนั้นชาเคียวจึงเป็นกิจกรรมที่ฝึกปรือทั้งสติและวินัย วัดหลายแห่งมีชั้นเรียนชาเคียวให้บริการสำหรับผู้ที่สนใจ

ลำดับสุดท้าย คือวัดเซ็นบางแห่งจะมีพื้นที่สำหรับใช้เป็นเกสต์เฮาส์ที่เรียกว่าชุคุโบ ที่ซึ่งคุณจะมีโอกาสได้ลองค้างคืนจริง ๆ ในวัด สมัยก่อนมีแต่พระสงฆ์และนักจาริกแสวงบุญเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้พักแรมในวัด แต่เนื่องจากกระแสความสนใจในพุทธศาสนานิกายเซ็นเพิ่มสูงขึ้น วัดต่าง ๆ จึงพากันเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างแดนมาค้างคืนกันมากขึ้น

ข้อมูลทั้งหมดถูกต้อง ณ เดือนมีนาคมค.ศ. 2019

คุณอาจจะชอบ...

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages