HOME Back

Use the

Planning a Trip to Japan?

Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp

ฤดูหนาว

การเดินทางในฤดูหนาวผ่านเมืองต่างๆ ดินเเดนศักดิ์สิทธิ์ และหิมะ

โทยามะ โอซาก้า ฮอกไกโด

เริ่มต้นจากความสงบเงียบ สัมผัสความมีชีวิตชีวาของวิถีชีวิตประจำวัน ก่อนมุ่งหน้าสู่โลกแห่งหิมะขาวโพลน การเดินทางในฤดูหนาวครั้งนี้จะพาคุณออกเดินทางจากโทยามะและโอซาก้าสู่ฮอกไกโด เดินทางข้ามจากเกาะหลักของญี่ปุ่นไปยังเกาะทางตอนเหนือ เส้นทางที่ทอดยาวข้ามภูมิภาคจะค่อยๆ เผยให้เห็นเสน่ห์อันหลากหลายของภูมิประเทศ วัฒนธรรมและประเพณีของญี่ปุ่น 
การได้เยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม และสัมผัสธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล จะทำให้คุณได้ใช้เวลาอย่างเนิบช้าและดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แปรเปลี่ยนจากท้องถนนในเมืองสู่ทุ่งหิมะ พร้อมเก็บภาพความประทับใจของฤดูหนาวตลอดเส้นทาง

 

 

ภูมิภาคโทยามะ —กาลเวลาที่ร้อยเรียงผ่านการอธิษฐานและงานฝีมือ

 

จังหวัดโทยามะ ตั้งอยู่ริมทะเลญี่ปุ่นและรายล้อมรอบด้วยเทือกเขาอันสวยงาม เป็นภูมิภาคที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารเลิศรสที่ใช้วัถุดิบอาหารทะเลสดใหม่ ด้วยการเดินทางที่สะดวกและบรรยากาศอันเงียบสงบ โทยามะจึงได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูดสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนแบบสบายๆ สามารถเดินทางจากสถานีโตเกียวมายังสถานีโทยามะได้ภายในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงด้วยชิงกันเซ็น ขณะที่สถานีชินทะกะโอกะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง และสามารถเดินทางได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถ

 

วันที่ 1 จากโตเกียวสู่โทยามะ: วัฒนธรรมพุทธศาสนาแห่งทะกะโอกะ ประตูสู่โทยามะ

 

ราเม็งมาโคโตยะ

โทยามะแบล็คราเม็ง (Toyama Black Ramen) อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของโทยามะ โดดเด่นด้วย น้ำซุปเบสโชยุสีดำสนิทที่มีรสออกเค็ม เข้มข้นและกลิ่นพริกไทยดำที่เป็นเอกลักษณ์ เดิมทีคิดค้นขึ้นเพื่อให้เป็นอาหารที่ช่วยชดเชยเกลือแร่ให้กับผู้ใช้แรงงาน จึงขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติที่เข้มข้นและหนักแน่น
ที่ร้านราเม็งมาโคโตยะ (Ramen Makotoya) ในเมืองทะกะโอกะ เอกลักษณ์ของโทยามะแบล็คราเม็งยังคงได้รับการสืบทอดพร้อมปรับสมดุลรสชาติให้มีความประณีตมากยิ่งขึ้น ราเม็งชามนี้โดดเด่นด้วยน้ำซุปที่กลมกล่อมและอุดมไปด้วยรสชาติของดาชิ เข้ากันได้พอดีกับเส้นราเม็งที่หนาและเหนียวนุ่ม เกิดเป็นราเม็งรสชาติกลมกล่อมที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนหลากหลายวัย ราเม็งมาโคโตยะ 

 

https://visit-toyama-japan.com/th/travel-inspiration/toyama-black-ramen

 

[google map]

 

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ทะกะโอกะ

พระพุทธรูปองค์ใหญ่ทะกะโอกะมีความสูงประมาณ 16 เมตร และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เคียงคู่กับพระพุทธรูปในนาราและคามาคุระ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเมืองทะกะโอกะอีกด้วย เมื่อคุณเดินเข้าไปใกล้ 
พระพักตร์ของพระพุทธรูปจะดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามมุมมองที่ต่างกัน จนบางครั้งให้ความรู้สึกว่าพระเนตรกำลังค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยพระพักตร์อันงดงามและสัดส่วนที่สมดุล
พระพุทธรูปองค์นี้จึงได้รับการขนามนามว่าเป็น "บุรุษรูปงามที่สุดในญี่ปุ่น" 
ที่นี่เป็นสถานที่อันเงียบสงบ เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนสามารถได้ชื่นชมความงดงามของพุทธศิลป์ญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด

 

[google map]

 

วัดซุยริวจิ

วัดซุยริวจิสร้างขึ้นในช่วงต้นยุคเอโดะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติและถือเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของสถาปัตยกรรมวัดนิกายเซน การวางผังอาคารวัดตามแบบแผนของวัดนิกายเซน ได้รับผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนานิกายเซนในยุคนั้น 
ความสมมาตรที่เกิดจากการเรียงตัวเป็นแนวตรงของประตูซันมงอุโบสถบุทสึเด็น  และหอบรรยายธรรมเป็นภาพที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัดยังมีทางเดินที่มีหลังคาคลุมล้อมรอบอุโบสถบุทสึเด็นและลานกรวดอันงดงาม ซึ่งล้วนมอบบรรยากาศอันเงียบสงบ ให้คุณได้ทบทวนจากภายใน

 

 

[google map]

 

วันที่ 2 โทยามะ: การฝึกปฏิบัติธรรมวิถีเซนและงานหัตถกรรมดั้งเดิมแห่งเมืองอินามิ

 

วัดซุยริวจิ – การนั่งสมาธิซาเซ็นในยามเช้าตรู่

เข้าร่วมกิจกรรมการนั่งสมาธิซาเซ็นยามเช้าตรู่ที่จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ ณ หอสมาธิของวัดซุยริวจิ ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด ผู้เข้าร่วมจะได้จดจ่ออยู่กับอิริยาบถและลมหายใจอย่างเงียบสงบ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ฝึกขั้นต้น ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมเซนของญี่ปุ่นในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง หลังจากเสร็จสิ้นการนั่งสมาธิแล้ว เดินทางกลับไปยังโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า จากนั้นขับรถต่อประมาณ 40 นาทีไปยังอินามิ เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านงานแกะสลักไม้ซึ่งสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน แม้ในปัจจุบันก็ยังสามารถพบเห็นเวิร์กช็อปของช่างฝีมือได้ทั่วทั้งเมือง ลองเดินเล่นไปตามท้องถนนที่งานแกะสลักอันประณีตกลมกลืนไปกับทัศนียภาพในชีวิตประจำวัน และเพลิดเพลินกับอาหารกลางวันแบบสบายๆ ที่คาเฟ่เปี่ยมเสน่ห์ของย่านนี้

 

 

[google map]

 

Bed and Craft

ในช่วงบ่าย เข้าร่วมเวิร์กชอปเพื่อเรียนรู้ทักษะจากช่างฝีมือท้องถิ่น ที่ Bed and Craft โดยแขกที่เข้าพักจะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมท่ามกลางชุมชนที่ยังคงสืบสานงานหัตถกรรมและสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง ภายใต้การแนะนำโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นตะเกียบลงรัก ช้อนไม้แกะสลัก หรือแม้แต่ภาพพิมพ์แกะไม้ ผลงานแต่ละชิ้นจะกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

 

คุณสามารถนำกลับบ้านเพื่อเป็นของที่ระลึกชิ้นพิเศษจากการเดินทาง หลังจากเวิร์กช็อปเสร็จสิ้นแล้ว เช็คอินเข้าสู่ที่พักส่วนตัวซึ่งปรับปรุงมาจากอาคารเก่าแก่ Bed and Craft เป็นโรงแรมที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ซึ่งบ้านแต่ละหลังได้รับการออกแบบและตกแต่งโดยช่างฝีมือในเมืองอินามิที่มีความเชียวชาญแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักไม้ งานลงรัก หรือเครื่องเซรามิก ทำให้ที่พักแต่ละแห่งที่ตั้งอยู่รอบเมืองนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมมอบบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกราวกับได้พักผ่อนอยู่ภายในหอศิลป์อย่างแท้จริง

 

สำหรับตัวเลือกในการรับประทานอาหารก็มีความหลากหลายเช่นกัน ร้านอาหารพันธมิตรในระยะเดินถึงให้บริการอาหารอิตาเลียนและฝรั่งเศส สไตล์สร้างสรรค์ที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่น หรือผู้เข้าพักสามารถเลือกเพลิดเพลินกับอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิดั้งเดิมภายในที่พักก็ได้เช่นกัน 
Bed and Craft ไม่ได้เป็นเพียงการพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเมืองอินามิผ่านงานหัตถกรรม อาหาร และการใช้ชีวิตภายในชุมชนอย่างใกล้ชิด

 

[google map]

 

ภูมิภาคโอซาก้า: เมืองที่มีชีวิตชีวาซึ่งหล่อหลอมจากวัฒนธรรมการค้าขาย

 

จากสถานีชินทะกะโอกะ คุณสามารถเดินทางไปโอซาก้าได้ในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมงโดยชิงกันเซ็นและรถไฟด่วนพิเศษ โอซาก้าเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นรองจากโตเกียว เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องผู้คนที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย ทั้งยังโด่งดังในฐานะจุดหมายปลายทางด้านอาหารรสเลิศ จนมักถูกขนานนามว่า"เมืองแห่งคุอิดาโอเระ" หรือเมืองที่ผู้คนชื่นชอบการกินจนล้มกลิ้ง ด้วยถนนหนทางที่คึกคักชวนให้สำรวจและประสบการณ์ด้านอาหารมากมายที่รอให้ได้มาลิ้มลอง โอซาก้าจึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเสมอมา 

 

วันที่ 3 โทยามะสู่โอซาก้า: การเดินทางมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกเมืองโอซาก้าอันเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา

 

คานิ โดราคุ

ร้านคานิ โดราคุ ตั้งอยู่ในย่านโดทงโบริ หนึ่งในย่านที่คึกคักและมีชื่อเสียงที่สุดของโอซาก้า โดยเป็นที่รู้จักจากป้ายรูปปูขยับได้อันเป็นเอกลักษณ์ ร้านอาหารเก่าแก่ที่เชี่ยวชาญเมนูปู แห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คที่เป็นที่รู้จักดีของย่านมานานหลายทศวรรษ
ลูกค้าสามารถชมวิวแม่น้ำโดทงโบริ พร้อมลิ้มรสปูสดใหม่ที่คัดสรรมาอย่างดี ปรุงในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงคอร์สอาหารไคเซกิปูและเมนูหม้อไฟ

 

[google map]

 

ล่องเรือทมโบริ

เพลิดเพลินกับการล่องเรือระยะสั้นประมาณ 20 นาทีไปตามแม่น้ำโดทงโบริ ที่ไหลผ่านใจกลางย่านโดทงโบริ จากผืนน้ำ ผู้โดยสารสามารถชมบรรยากาศอันคึกคักของสองฝั่งคลองที่เรียงรายไปด้วยป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์และป้ายสีสันสดใสได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงค่ำการล่องเรือจะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เมื่อแสงไฟนีออนที่สะท้อนบนผิวน้ำ เกิดเป็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่งดงามและมีชีวิตชีวา

ล่องเรือทมโบริ (ลิงก์เพิ่มเติม) 

 

https://osaka-info.jp/th/spot/tombori-river-cruise/

 

[google map]

 

วันที่ 4 โอซาก้า: เยี่ยมชมสองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อไหว้พระขอพร

 

วัดคัตสึโอจิ

วัดคัตสึโอจิ ตั้งอยู่ในสวนมิโน ห่างจากใจกลางเมืองโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,300 ปี และยังเป็นสถานที่ยอดนิยมในการไปฮัตสึโมเดะ (Hatsumode) หรือการสักการะศาลเจ้าหรือวัดเป็นครั้งแรกของปี วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อในฐานะสถานที่สำหรับขอพรด้านชัยชนะและความสำเร็จ 
จึงมีผู้มาเยือนจากทั่วโลกเดินทางมาสักการะเป็นจำนวนมาก
ภายในบริเวณวัด มีตุ๊กตาดารุมะจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมปรารถนาและการประสบความสำเร็จที่ผู้ศรัทธานำมาถวาย ตุ๊กตาดารุมะที่วางเรียงรายเหล่านี้สร้างบรรยากาศที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัดแห่งนี้
อนึ่ง ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ที่จอดรถของวัดจำเป็นต้องจองล่วงหน้า และขอแนะนำให้ใช้บริการรถรับส่งจากสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดโดยตรง
 

https://osaka-info.jp/th/spot/katsuoji/

 

[google map]

 

ศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ

หลังจากเดินทางกลับเข้าสู่ใจกลางเมืองและเพลิดเพลินกับอาหารกลางวันสไตล์โอซาก้าบริเวณสถานีนัมบะแล้ว เดินทางต่อด้วยระบบขนส่งสาธารณะไปยังศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,800 ปี เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่โดดเด่นที่สุดของญี่ปุ่นและเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าสุมิโยชิทุกแห่งทั่วประเทศ จุดเด่นของที่นี่ คือ อาคารศาลเจ้าหลักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติและสะพานโค้งไทโกะ (Taiko Bridge) อันเป็นเอกลักษณ์
ตั้งแต่สมัยโบราณ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ได้รับความเคารพศรัทธามาอย่างยาวนานในฐานะเทพเจ้าผู้คุ้มครองแห่งท้องทะเลและเทพเจ้าแห่งการชำระล้างสิ่งชั่วร้าย ปัจจุบันยังเป็นที่นิยมในการเดินทางมาขอพรต่างๆ อีกหลายด้าน เช่น ขอให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัย ขอให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง เป็นต้น ในช่วงสามวันแรกของปีใหม่ จะมีผู้มาเยือนเพื่อสักการะขอพรประมาณสองล้านคนในแต่ละปี

 

[google map]

 

ภูมิภาคฮอกไกโด: มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติท่ามกลางทิวทัศน์ที่ปกคลุมด้วยหิมะ

 

ฮอกไกโด ภูมิภาคที่อยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น อันเลื่องชื่อทางด้านภูมิทัศน์ธรรมชาติอันกว้างใหญ่และทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ทางฝั่งตะวันออกของฮอกไกโด หรือที่รู้จักกันในชื่อ โดโตะ ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านพื้นที่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และไม่ถูกรุกล้ำ 
ภูมิภาคนี้ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์อันเงียบสงบและยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอยู่อย่างอิสระของบรรดาสัตว์ป่าน้อยใหญ่
จากสนามบินโอซาก้า อิตามิ นักเดินทางสามารถเดินทางไปยังสนามบินคุชิโระ ซึ่งเป็นดั่งประตูหลักสู่ฮอกไกโดตะวันออก โดยต่อเครื่องที่สนามบินนิวชิโตเสะ

 

วันที่ 5 โอซาก้าสู่คุชิโระ (ฮอกไกโด): การเดินทางสู่ฮอกไกโดตะวันออกที่เต็มไปด้วยหิมะ

 

จากสนามบินคุชิโระ ใช้เวลาเดินทางโดยรถบัสราวหนึ่งชั่วโมงเพื่อเข้าสู่ใจกลางเมือง เริ่มต้นด้วยการไปเยือน คุชิโระ ฟิชเชอร์แมนส์ วาร์ฟ (Kushiro Fisherman’s Wharf) ศูนย์การค้าสุดคึกคัก ซึ่งคุณจะได้พบกับอาหารท้องถิ่น สาเกท้องถิ่น และขนมหวานต่างๆ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสำหรับการหาซื้อของฝาก ใกล้ๆ กันนั้นยังมีสะพานนุซะไม ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องทิวทัศน์ยามเย็นที่สวยงามอีกด้วย

 

โรบะตะยากิ เร็งกะ

โรบะตะยากิเป็นวิธีการปรุงอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยการนำวัตถุดิบมาย่างบนเตาถ่านที่ตั้งอยู่ตรงหน้าลูกค้าสดๆ เมืองคุชิโระเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งกำเนิดของวัฒนธรรมการทำอาหารนี้ ร้านโรบะตะยากิ เร็งกะ เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมในคุชิโระมาอย่างยาวนาน ที่นี่ อาหารทะเลสดใหม่ตรงจากท่าเรือคุชิโระจะถูกนำมาย่างให้เห็นกันตรงหน้า สร้างบรรยากาศการรับประทานอันเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคของร้านซึ่งตั้งอยู่ในโกดังอิฐที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ จึงยิ่งเพิ่มเสน่ห์พิเศษให้กับมื้ออาหารของคุณ

 

https://en.kushiro-lakeakan.com/eat_souvenir/7660/

 

[google map]

 

วันที่ 6 จากคุชิโระถึงทะเลสาบอะคัง: จากเมืองท่าสู่พื้นที่ชุ่มน้ำสีขาว

 

ตลาดคุชิโระวาโช

ตลาดคุชิโระวาโชเป็นหนึ่งในสามตลาดหลักของฮอกไกโด ร่วมกับตลาดเช้าฮาโกะดาเตะและตลาดนิโจในซัปโปโร ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุชิโระ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองท่าชั้นนำของญี่ปุ่น 
เมนูขึ้นชื่อของท้องถิ่นคือ "คัทเทะด้ง" หรือข้าวหน้าอาหารทะเลที่คุณสามารถเลือกวัตถุดิบได้ด้วยตัวเอง นักชิมสามารถเดินถือชามข้าวไปรอบๆ ตลาด แล้วเลือกท็อปปิ้งที่ชอบจากร้านต่างๆ เพื่อรังสรรค์ข้าวหน้าอาหารทะเลในแบบฉบับของตัวเอง 
ตลาดแห่งนี้เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่ และเป็นจุดรับประทานอาหารเช้ายอดนิยมที่ผู้มาเยือนจะเพลิดเพลินไปกับอาหารทะเลสดใหม่ของคุชิโระได้ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ
 

https://www.visit-hokkaido.jp/en/spot/detail_10020.html

 

[google map]

 

รถไฟ SL เที่ยวชมพื้นที่ชุ่มน้ำในฤดูหนาว

รถไฟท่องเที่ยวที่วิ่งผ่านทิวทัศน์ฤดูหนาวของ คุชิโระชิทสึเก็ง โดยปกติแล้วจะให้บริการเฉพาะช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปีเท่านั้น รถไฟขบวนนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก บรรยากาศที่ชวนให้คิดถึงวันวาน ด้วยการตกแต่งภายในสไตล์ย้อนยุคและเตาผิงดารุมะแบบดั้งเดิมที่คอยให้ความอบอุ่น
บนรถไฟยังมีร้านค้าที่ผู้โดยสารสามารถซื้อกาแฟ ขนมหวาน และสินค้าที่ระลึกธีม SL (รถจักรไอน้ำ) ได้ นอกจากนี้ ระหว่างทางหากโชคดี อาจได้พบเห็นสัตว์ป่า เช่น กวางเอโซะ หรือ นกกระเรียนมงกุฎแดง ซึ่งทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็นประสบการณ์ฤดูหนาวในฮอกไกโดที่พิเศษไม่เหมือนใคร

 

https://www.visit-hokkaido.jp/en/spot/detail_11290.html

 

ขึ้นรถไฟที่สถานีคุชิโระและลงที่สถานีโทโระ หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว เดินทางต่อไปยังทะเลสาบอะคัง ใช้เวลาขับรถประมาณ 90 นาที ใกล้ๆ กับสถานีโทโระนั้นเป็นที่ตั้งของ ศูนย์พิพิธภัณฑ์เชิงนิเวศทะเลสาบโทโระ “อารุคตโตะ” และระหว่างทางยังมีจุดชมวิวที่สวยงามหลายแห่ง นอกจากนี้ยังสามารถแวะที่ เขตรักษาพันธุ์นกกระเรียนมงกุฎแดงสึรุอิ-อิโตะ ซึ่งผู้มาเยือนสามารถชมนกกระเรียนมงกุฎแดงได้อย่างใกล้ชิด เส้นทางนี้จึงมีสถานที่น่าสนใจมากมายรอให้แวะชมตลอดทาง

 

อะคัง ยุคุ โนะ ซาโตะ สึรุกะ

 

เช็คอินเข้าพักที่รีสอร์ทน้ำพุร้อน ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบอะคังภายในอุทยานแห่งชาติอะคัง-มาชู รีสอร์ทแห่งนี้มีทั้งห้องอาบน้ำในร่มและบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งที่สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบ รวมถึงห้องซาวน่าและสปา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการผ่อนคลายหลังจากการเดินทางมาทั้งวัน ภายในโรงแรมมีเคาน์เตอร์กิจกรรมที่ช่วยให้คุณเข้าถึงโปรแกรมประสบการณ์ตามฤดูกาลได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยความครบครันทั้งธรรมชาติ น้ำพุร้อน และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่รวมไว้ในที่เดียว ที่นี่ถือเป็นฐานที่มั่นชั้นเยี่ยมสำหรับการออกสำรวจพื้นที่ทางตะวันออกของฮอกไกโด

 

[google map]

 

เทศกาลน้ำแข็งทะเลสาบอะคัง

งานเทศกาลฤดูหนาวประจำปีที่จัดขึ้นบนผิวน้ำแข็งของทะเลสาบอะคัง ในช่วงเทศกาล จะมีการจุดดอกไม้ไฟสุดตระการตาส่องสว่างท้องฟ้าเหนือทะเลสาบทุกค่ำคืน การจัดแสดงแสงสีและเทคนิคภาพต่างๆ ช่วยขับบรรยากาศอันมหัศจรรย์ และเมื่อน้ำแข็งและแสงสว่างผสานกัน จะก่อเกิดเป็นภูมิทัศน์ฤดูหนาวที่งดงามราวกับความฝัน 

 

วันที่ 7 จากทะเลสาบอะคังถึงชิเระโทะโกะ: เล่นสกีบนหิมะนุ่มละเอียด (Powder Snow) ของฮอกไกโด

 

การเล่นสกีที่ทะเลสาบอะคัง

ที่ลานสกีแห่งชาติอะคังโคฮัง อุทาระ ผู้มาเยือนสามารถเพลิดเพลินกับเส้นทางสกีที่หลากหลาย ซึ่งเหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ไปจนถึงนักสกีระดับผู้ช่ำชองที่ต้องการเส้นทางที่ท้าทายยิ่งขึ้น ลานสกีแห่งนี้ยังมีลานสโนว์บอร์ดและพื้นที่สำหรับเด็ก จึงเหมาะเป็นจุดหมายสำหรับครอบครัวด้วยเช่นกัน ด้วยทำเลที่ตั้งที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของวิวทะเลสาบอะคังได้ ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับที่นี่ และถึงแม้ลานสกีแห่งนี้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นเป็นกันเอง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของทั้งชาวท้องถิ่นและนักเดินทาง

 

จากบริเวณทะเลสาบอะคัง ใช้เวลาขับรถราวสามชั่วโมงไปยังย่านอุโตโระอนเซ็นใน ชิเระโทะโกะ ดินแดนมรดกโลกทางธรรมชาติที่ได้รับการรองโดยองค์การยูเนสโก ระหว่างทางมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่งที่ควรค่าแก่การแวะชมไม่ว่าจะเป็น ภูเขาอิโอ หรือน้ำตกโอชินโคชิน

 

[google map]

 

วันที่ 8 ชิเระโทะโกะ: สำรวจภูมิทัศน์ฤดูหนาวมรดกโลก

 

การเดินบนแผ่นน้ำแข็งลอย

 

ในฤดูหนาว ทะเลโอค็อตสค์จะถูกปกคลุมไปด้วยธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่ ทำให้เกิดทิวทัศน์สีขาวโพลนไปทั่วท้องทะเล ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่นนี้พบเห็นได้เพียงไม่กี่แห่งในโลกเท่านั้น หนึ่งในกิจกรรมฤดูหนาวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในชิเระโทะโกะคือการได้เดินไปบนแผ่นน้ำแข็งลอย ผู้มาเยือนจะได้สวมชุดดรายสูทแบบพิเศษและสามารถลองเดินบนธารน้ำแข็ง หรือลอยตัวท่ามกลางทะเลน้ำแข็ง เพื่อสัมผัสกับปรากฏการ์ณ์ทางธรรมชาติอันแสนน่าทึ่งนี้อย่างใกล้ชิด

 

การชมสัตว์ป่า

 

พื้นที่ชิเระโทะโกะอุดมไปด้วยธรรมชาติและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดแม้ในช่วงฤดูหนาว ร่วมเดินทางไปกับไกด์ผู้ชำนาญ ออกสำรวจภูมิประเทศที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ มองหาฝูงกวางเอโซะ รวมถึงนกอินทรีทะเลสเตลเลอร์และนกอินทรีหางขาวที่บินโฉบเฉี่ยวไปตามแนวชายฝั่งและท้องฟ้าในยามฤดูหนาว ท่ามกลางทิวทัศน์อันเงียบสงบของหิมะและน้ำแข็งในชิเระโทะโกะ นี่คือโอกาสสุดพิเศษที่จะได้สัมผัสกับสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดและดื่มด่ำไปกับจังหวะของธรรมชาติ

 

[google map]

 

วันที่ 9 จากชิเระโทะโกะสู่เมมัมเบ็ตสึ: การเดินทางกลับพร้อมความทรงจำแห่งฮอกไกโดตะวันออก

 

จากบริเวณชิเระโทะโกะ-อุโทโระอนเซ็นไปยังสนามบินเมมัมเบ็ตสึ เดินทางโดยรถบัสใช้เวลาราวสองชั่วโมงครึ่ง ระหว่างทาง สามารถแวะที่ อะบะชิริ เพื่อล่องเรือชมแผ่นน้ำแข็งลอย หรือเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เรือนจำอะบะชิริได้ มีสถานที่ท่องเที่ยวฤดูหนาวที่เป็นเอกลักษณ์ของอะบะชิริหลายแห่งกระจายอยู่ตามเส้นทาง อันเป็นบทส่งท้ายของการสัมผัสเสน่ห์อันโดดเด่นของฮอกไกโดตะวันออกก่อนที่อำลาดินแดนแห่งนี้ไป

 

 

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages