Use the
Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp
Photo copyright: 写真提供:公益財団法人東京都公園協会
การเดินทางระยะเวลาสี่วันในครั้งนี้ จะนำพาคุณไปสำรวจวัฒนธรรมการจัดสวนอันหยั่งรากลึกในภูมิภาคคันโต เริ่มตั้งแต่สวนไดเมียวอันเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์และเขตศาสนสถานของวัดวาอาราม ไปจนถึงชุมชนต่าง ๆ ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นจากวิถีประเพณีด้านพืชสวน การเดินทางสายนี้จะเผยให้เห็นว่าพื้นที่สีเขียวช่วยเกื้อหนุนทั้งมรดกทางวัฒนธรรมและเมืองในยุคปัจจุบันได้อย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับธีมย่อย "การปรับตัวร่วมกัน" ของงาน GREEN×EXPO 2027 ด้วยการแสดงให้เห็นว่าสวนต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยที่แปรเปลี่ยนไปได้อย่างไร ในขณะที่ยังคงทำหน้าที่หล่อหลอมสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของมนุษย์เราอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 1: เดินทอดน่องชมสวนประวัติศาสตร์ในอิบารากิ
เดินทางประมาณสามชั่วโมงจากสถานีโยโกฮาม่า ไปยังสวนไคราคุเอ็น ในเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ซึ่งที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นสวนสาธารณะยุคแรก ๆ ของประเทศที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามาเพลิดเพลินร่วมกันได้ โดยสวนแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่งในเรื่องความงามของดอกบ๊วย
หลังจากเดินชมทัศนียภาพภายในสวนจนเต็มอิ่มแล้ว พักค้างคืนต่อที่เมืองมิโตะเพื่อปล่อยใจไปกับพื้นที่แห่งศิลปะและแวะเวียนไปเยี่ยมชมวัดวาอารามต่าง ๆ ในเมือง
วันที่ 2: ค้นพบวัฒนธรรมบอนไซในไซตามะ
เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการนั่งรถไฟประมาณสองชั่วโมงไปยังหมู่บ้านบอนไซโอมิยะ ในเมืองไซตามะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้เพาะเลี้ยงบอนไซจากรุ่นสู่รุ่นได้ร่วมกันขัดเกลาและสืบสานศิลปะแห่งการฟูมฟักไม้ย่อส่วนนี้ ผู้มาเยือนสามารถเดินสำรวจสวนบอนไซที่มีอยู่หลากหลายแห่ง รวมถึงเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะบอนไซโอมิยะ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะแห่งแรกของโลกที่อุทิศให้แก่วัฒนธรรมบอนไซโดยเฉพาะ
หลังจากได้ทำความรู้จักกับงานฝีมืออันเก่าแก่แขนงนี้แล้ว ถึงเวลาออกเดินทางต่อไปยังโตเกียวสำหรับกิจกรรมในช่วงค่ำ
วันที่ 3: การผสมผสานระหว่างพื้นที่สีเขียวในอดีตและปัจจุบันใจกลางโตเกียว
วันถัดมา ออกเดินทางไปยังสถานีโคราคุเอ็น แล้วเดินชมรอบ ๆ สวนโคอิชิกาวะ โคราคุเอ็น ซึ่งเป็นสวนสไตล์เดินเล่นที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603–1867) โดยมีการผสมผสานองค์ประกอบการออกแบบทางศิลปะของญี่ปุ่นและจีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ในช่วงบ่าย นั่งรถไฟต่อประมาณ 30 นาทีไปยังสวนมิยาชิตะในย่านชิบุยะ ซึ่งเป็นพื้นที่สวนสาธารณะของเมืองที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยผสมผสานพื้นที่สีเขียว แหล่งช้อปปิ้ง และร้านอาหารเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน จากนั้นพักค้างคืนในย่านนี้เพื่อเพลิดเพลินกับการสำรวจใจกลางเมืองโตเกียว
วันที่ 4: ค้นพบรากเหง้าแห่งวิถีเซนในคามาคุระ
ในวันสุดท้าย ออกเดินทางด้วยรถไฟประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งไปยังวัดเค็นโชจิ ในเมืองคามาคุระ ซึ่งเป็นอารามฝึกตนในวิถีเซนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น
พื้นที่อันกว้างขวางของวัดแห่งนี้รวมไปถึงสวนของวัดที่สะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์แบบเซนอย่างเด่นชัด ทั้งยังเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของการนำหลักการ "หยิบยืมทัศนียภาพ" มาใช้ ด้วยการผสานภูมิทัศน์โดยรอบให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบสวน ปัจจุบัน วัดแห่งนี้ยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการฝึกปฏิบัติวิถีเซนอย่างต่อเนื่อง
©Expo 2027
Please Choose Your Language
Browse the JNTO site in one of multiple languages