หากคุณกำลังวางแผนทริปที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารอร่อย “เมืองเซนได (Sendai)” และโดยรอบจังหวัดมิยากิ (Miyagi) คือคำตอบ! สามารถเที่ยวตามแผนนี้ได้เลยแบบ 3 วัน ให้ถ่ายรูปอัปลงโซเชียลแบบไม่ซ้ำ
และข่าวดีคือ การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองเซนไดสะดวกยิ่งขึ้น ด้วยเที่ยวบินตรงของสายการบิน Thai AirAsia X ไปลงที่สนามบินเซนได (Sendai Airport) เริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 นี้ ดูตารางเวลาบินได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/visitjapanth/posts/thaiairasiax
วันที่ 1 Culture & Shopping
ศาลเจ้าคานาเฮบิสึอิ (Kanahebisui Shrine)
ศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี และเป็นที่เคารพบูชาของผู้คนที่ต้องการเสริมโชคลาภด้านการเงิน และความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจ
หนึ่งในจุดไฮไลต์คือ “หินจามนเซกิ (Jyamon Seki)” หรือ "หินลายงู" ที่เรียงรายอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารหลัก โดยเชื่อว่า หากนำกระเป๋าเงินมาสัมผัสกับหินเหล่านี้ จะนำโชคลาภด้านเงินทองมาให้
เครื่องรางของที่นี่ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน อาทิ “กระเป๋าเรียกทรัพย์” เอาไว้ใส่เงินหรือสมุดบัญชี และ “บัตรเครดิตเทพเจ้าประทาน” เชื่อว่าช่วยเสริมดวงด้านการเงิน นอกจากนี้ยังมี เซียมซีรูปปั้นงูสีขาวคาบกระดาษทำนายดวง ที่มีเฉพาะที่ศาลเจ้านี้เท่านั้น
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://visitmiyagi.com/contents/kanahebisui-shrine/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/MqG2Aa6e1yPBKR4h8
ปราสาทอาโอบะ (Aoba Castle หรือ Sendai Castle Ruins )
ตั้งอยู่บนยอดเขา Aoba ในตัวเมือง Sendai ปัจจุบันถึงแม้ไม่มีตัวปราสาทหลงเหลืออยู่ แต่ได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะ และจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่มองเห็นวิวเมืองเซนไดได้โดยรอบ และยังมีรูปปั้นของท่านดาเตะ มาซะมุเนะ (Date Masamune) ไดเมียวผู้ก่อตั้งและปกครองเมืองเซนได ตั้งอยู่เป็นสัญลักษณ์
ใกล้กันยังเป็นที่ตั้ง Aoba Castle Museum พิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์ของปราสาทแห่งนี้ โดยมีวัตถุโบราณ และภาพจำลองปราสาทในสมัยก่อนด้วยเทคโนโลยี VR ด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://th.discoversendai.travel/places/site-of-sendai-castle/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/pinqrxV4NqBez7H9A
ซุยโฮเด็น (Zuihoden Mausoleum)
สุสานของท่านดาเตะ มาซะมุเนะ ตั้งอยู่ในตัวเมือง Sendai โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุค Azuchi-Momoyama ที่มีลวดลายแกะสลักอันวิจิตร และลงสีสันอย่างประณีตสวยงาม จนได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติของตระกูลดาเตะ ท่ามกลางบรรยากาศสงบร่มรื่นด้วยป่าสนซีดาร์อายุนับร้อยปี และในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีราว ๆ กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีการเปิดไฟประดับยามค่ำคืนอีกด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://th.discoversendai.travel/places/zuihoden-mausoleum/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/5VZkupMKgkMwY2xw8
ถนนช้อปปิ้ง ซันมอลล์ อิชิบันโช (SUNMALL Ichibancho Shopping Street)
แหล่งช้อปปิ้งใกล้กับสถานี Sendai เต็มไปด้วยร้านค้าทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและสากล ร้านขายของฝาก และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อของเซนได เช่น ลิ้นวัวย่าง (Gyutan) หรือขนมโมจิถั่วแระ (Zunda Mochi) เป็นต้น
ที่นี่เป็นถนนคนเดินที่ครอบด้วยหลังคา ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร และยังเดินเชื่อมต่อไปยังถนนช้อปปิ้งอื่น ๆ อีกถึง 5 สาย ให้ได้ช้อปอย่างจุใจ อีกทั้งในวันที่ 6 – 8 สิงหาคมของทุกปี ถนนสายนี้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลชื่อดัง Sendai Tanabata Festival ที่จะประดับประดาไปด้วยโคมไฟกระดาษหลากสีสวยงาม และมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ร่วมสนุกมากมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://th.discoversendai.travel/must-do/the-shopping-arcades-on-the-westside-of-sendai-station/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/EVXC9fex7HJ1wivM7
แผนเสริมเพิ่มเติม
ใครที่เคยเที่ยวในตัวเมือง Sendai มาแล้ว และอยากลองทำกิจกรรมอื่น ๆ ก็มีสวนผลไม้ใกล้ตัวเมือง Sendai มาแนะนำ เช่น
JR Fruit Park Sendai Arahama
สวนผลไม้ขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถมาเก็บผลไม้ตามฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี เช่น สตรอว์เบอร์รี่ (ปลายพฤศจิกายนถึงต้นมิถุนายน) บลูเบอร์รี่ (ปลายมิถุนายนถึงต้นสิงหาคม) แอปเปิ้ล (กันยายนถึงต้นธันวาคม) และผลไม้อื่น ๆ อีกมากมาย
รายละเอียดเพิ่มเติม: https://stbl-fruit-farm.jp/arahama/inbound_en/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/1KM4pqaJn4tv97mG6
วันที่ 2 Seafood & Scenic Islands
ตลาดขายส่งผลิตภัณฑ์ประมงชิโอกามะ (Shiogama Seafood Wholesale Market)
ตั้งอยู่ในเมืองชิโอกามะ (Shiogama) ใกล้ท่าเรือชิโอกามะ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีปริมาณการจับปลาทูน่าสด (Maguro) มากที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้ตลาดแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความสดและคุณภาพ
ภายในตลาดมีร้านค้ากว่า 140 ร้าน จำหน่ายทั้งอาหารทะเลสด และอาหารแปรรูป รวมถึงมีร้านอาหารให้นั่งรับประทานอาหารได้ด้วย อีกไฮไลต์คือ สามารถทำข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon) สไตล์ตัวเอง โดยเลือกอาหารทะเลที่ชอบทานได้อย่างสนุกสนาน
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://th.discoversendai.travel/places/shiogama-seafood-wholesale-market/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/posoSrPCuCEXh5pY9
อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay)
ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 ทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวสวย ๆ ของอ่าวที่เต็มไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 260 เกาะด้วยการล่องเรือรอบอ่าว หรือจากจุดชมวิวต่าง ๆ เช่น
Matsushima Rikyu อาคารไม้ริมอ่าวที่นำมารีโนเวทให้กลายเป็น ศูนย์ท่องเที่ยวที่รวมร้านค้าและร้านอาหาร และยังมีจุดชมวิว 360° บนดาดฟ้า รวมถึงมุมถ่ายภาพสวย ๆ มากมาย และในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีการเปิดไฟประดับในยามค่ำคืนอีกด้วย
นอกจากนี้ รอบอ่าวมัตสึชิมะยังมีวัดและศาลเจ้า รวมทั้งเรือนน้ำชา Kanrantei Tea House ที่เคยให้บริการเหล่าซามูไรในสมัยโบราณ ปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไป แวะจิบชาเขียวชมวิวอ่าวไปพร้อมกัน
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://th.discoversendai.travel/itineraries/one-day-journey-to-matsushima/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/EF23zx55zV1LRh8HA
แผนเสริมเพิ่มเติม
ใครที่มีเวลา สามารถเดินทางไปเที่ยวต่อยังสถานที่ใกล้เคียง เช่น
เกาะทาชิโระจิมะ (Tashirojima Cat Island)
มีอีกชื่อเรียกว่า “เกาะแมว” เพราะมีประชากรแมวอาศัยอยู่จำนวนมากกว่ามนุษย์ ไม่ว่าจะเดินไปที่ใดก็จะได้พบเจอแมวน่ารัก ๆ ให้ได้เล่นหรือถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน
เกาะนี้ยังมี “ศาลเจ้าแมว” เนื่องจากเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์นำโชคมาตั้งแต่สมัยอดีต และร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายของฝากธีมแมวสุดน่ารัก อีกทั้งมีโรงแรมชื่อว่า Manga Island ที่ออกแบบบ้านพักเป็นรูปหน้าแมว แม้แต่ลวดลายบนผนัง ป้ายบอกทาง ก็ล้วนเป็นลายแมว ตั้งอยู่บริเวณจุดชมวิวของเกาะอีกด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://th.visitmiyagi.com/articles/cat-island-tashirojima/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/Z3kUaUK3GZhDArcm6
วันที่ 3: Samurai & Nature
ตลาดเช้า เซนได อะซะอิชิ (Sendai Asaichi Morning Market)
ตั้งอยู่ใกล้สถานี Sendai เดินเพียง 5 นาทีก็ถึง เป็นถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 70 ร้าน จำหน่ายทั้งอาหารสด ผักผลไม้ตามฤดูกาล ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ให้ได้ซื้อกลับไปเป็นของฝาก และยังมีร้านอาหารให้นั่งทานได้ด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://discoversendai.travel/places/sendai-asaichi-morning-market/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/XHuVBeDwqFnXNcHr6
ปราสาทชิโรอิชิ (Shiroishi Castle)
ตั้งอยู่ที่เมืองชิโรอิชิ (Shiroishi) แม้ตัวปราสาทที่เห็นในปัจจุบันจะเป็นการบูรณะขึ้นใหม่ แต่ยังคงความสง่างามแบบดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน จากบนยอดปราสาทสามารถมองเห็นวิวเมืองได้แบบพาโนรามา และโดยรอบปราสาทเป็นสวนสาธารณะ Masuoka Park ซึ่งมีต้นซากุระกว่า 200 ต้น บานสะพรั่งในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายน เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)
ที่ปราสาทแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถลองสวมชุดเกราะซามูไร แล้วเดินเล่นถ่ายภาพรอบปราสาท ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคเอโดะ
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://shiroishi-navi.jp/en/detail/shiroishi-castle/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/Roeo2ucepccATaHw7
หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซะโอ (Zao Fox Village)
ตั้งอยู่เชิงเขาซะโอ (Mt. Zao) เต็มไปด้วยสุนัขจิ้งจอกหลากหลายสายพันธุ์ รวมกว่า 100 ตัว ที่เลี้ยงอย่างอิสระในพื้นที่กว้าง นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้อย่างใกล้ชิด หรือใครอยากลองสัมผัสความนุ่มฟูของลูกสุนัขจิ้งจอก ก็มีบริการให้อุ้มได้ด้วย (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://th.discoversendai.travel/places/zao-fox-village/
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/rZxoKn6DCZ8Z3muo9
โทกัดตะ อนเซ็น (Togatta Onsen) และพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาโคเคชิซะโอ (Zao Kokeshi Museum)
Togatta Onsen เป็นเมืองน้ำพุร้อนเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี รายล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ และน้ำแร่ของที่นี่มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยคลายปวดของกล้ามเนื้อ แถมยังมีอนเซ็นสาธารณะ รวมถึงโรงแรมเรียวกังให้เลือกเข้าพักมากมาย
ที่เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Zao Kokeshi Museum พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงตุ๊กตาโคเคชิกว่า 5,500 ตัวจากทั่วญี่ปุ่น พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปให้ลองเพนต์สีตุ๊กตาโคเคชิด้วยตัวเอง สนุกได้ทั้งครอบครัว
รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.tohokukanko.jp/zh_th/attractions/detail_1165.html
ที่ตั้ง : https://maps.app.goo.gl/4Q2VNCFjuitKGYFT8
สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ ในแต่ละฤดูกาล
โดยรอบเมือง Sendai ยังมีเสน่ห์เฉพาะในแต่ละฤดู ทุกครั้งที่มาเยือนจะได้พบกับประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำแบบ
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม–พฤศจิกายน):
สถานที่เที่ยวแนะนำ อาทิ “หุบเขานารุโกะ (Naruko Gorge)” ที่มีจุดถ่ายรูป “สะพานโอฟุคะซะวะ (Ofukazawa Bridge)” อันเป็นเอกลักษณ์ และมีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 2.2 กิโลเมตร ให้ได้ดื่มด่ำกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสีอย่างเต็มอิ่ม
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์):
นอกจากจะเต็มไปด้วยลานสกีให้ได้สนุกสนานกับกิจกรรมหิมะมากมาย ยังสามารถชมปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า “ปีศาจหิมะ (Snow Monsters)” ที่เกิดจากการทับถมของหิมะบนต้นสน กลายเป็นรูปร่างคล้ายปีศาจนั่นเอง หาชมได้เพียงไม่กี่แห่งในโลก เช่นที่ Sumikawa Snow Park สกีรีสอร์ตบริเวณภูเขาซะโอ ที่มีให้บริการรถตะลุยหิมะ พาชมวิวปีศาจหิมะได้อย่างสะดวกสบาย แถมอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกอีกด้วย
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม):
ในช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายน มีจุดชมซากุระสวย ๆ หลายแห่ง อาทิ “ฮิโตะเมะ เซ็มบง ซากุระ (Hitome Senbon Sakura)” ทิวแถวต้นซากุระนับพันต้น ที่มองเห็นได้ตลอดสองฝั่งแม่น้ำชิโรอิชิ (Shiroishi River) และยังมีให้บริการรถ Slope car ลอดเข้าไปในอุโมงค์ซากุระ เพื่อขึ้นไปยังยอดเขาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่
ฤดูร้อน (กรกฎาคม–สิงหาคม):
เป็นช่วงเวลาที่สนุกสนานกับหลากหลายกิจกรรมกลางแจ้ง หากมาในช่วงฤดูร้อน ขอแนะนำให้แวะไปชม “ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟโอคามะ (Okama Crater)” ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น โดยน้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนสีไปตามแสงแดดที่ตกกระทบในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
บทความใน Facebook: https://www.facebook.com/visitjapanth/posts/3-days-sendai-travel-guide/