HOME Back

ใช้ ไอคอนบนหน้าเว็บเพื่อเพิ่มลงในรายการโปรด

กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นใช่ไหม

แชร์ภาพการท่องเที่ยวของคุณร่วมกับเราโดยใส่แฮชแท็ก #visitjapanjp

รายการโปรดของฉัน

แนะนำเส้นทางปั่นจักรยานพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไม่ควรพลาด

เส้นทางปั่นจักรยานที่มีวิวภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง

 

ปัจจุบันเทรนด์การปั่นจักรยานเสือหมอบ ถือเป็นกีฬา และการออกกำลังกายที่เป็นที่นิยม หลาย ๆ คนก็เริ่มปั่นเพื่อรักษาสุขภาพ สร้างความสนุกสนาน หรือเพื่อใช้ออกทริปกับเพื่อน ๆ และประเทศญี่ปุ่นเอง ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีถนนหนทางที่เอื้ออำนวยในการปั่นจักรยาน

รูปแบบของจักรยานที่มีให้เช่าในประเทศญี่ปุ่น

ร้านเช่าจักรยานในประเทศญี่ปุ่นจะมีจักรยานให้เลือกเช่าหลายประเภท เพื่อให้เหมาะกับเส้นทางที่ปั่น ได้แก่

・City Cycle จักรยานทรงแม่บ้าน เป็นประเภทจักรยานที่พบมากที่สุดในญี่ปุ่น และตามร้านเช่า สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือปั่นบนเส้นทางที่ไม่คดเคี้ยว หรือขึ้นลงเนินมากนัก

・Mountain Bike จักรยานเสือภูเขา เป็นจักรยานที่มีระบบสปริง และล้อขนาดใหญ่ และหนักกว่าปกติ เพื่อใช้ปั่นแบบออฟโรด อย่างบนเส้นทางเทือกเขา ทางโคลน และเส้นทางดินที่มีผิวทางไม่เรียบ ค่อนข้างขรุขระ

・Road Bike จักรยานเสือหมอบ เป็นจักรยานที่เหมาะกับการปั่นเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ การปั่นระยะทางไกล และการแข่งความเร็ว น้ำหนักของตัวจักรยานค่อนข้างเบา และมีแฮนด์ที่ต่ำโค้งลงไป เพื่ออยู่ในตำแหน่งที่ลู่ลมมากที่สุด

・Cyclocross Bike เป็นจักรยานที่ผสมผสานรูปแบบของจักรยานเสือภูเขา และจักรยานเสือหมอบ แต่ต่างกันเรื่องของความผ่อนคลายในท่านั่งการปั่น จะใช้ยางที่ใหญ่เหมือนจักรยานเสือภูเขา โดยรวมคือเป็นจักรยานทรงเสือหมอบที่ลุยทางขรุขระได้

・E Bike จักรยานไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์เป็นกำลังในการขับเคลื่อน เหมาะสำหรับเส้นทางเรียบที่ไม่ไกลมาก ใช้แทนการเดิน น้ำหนักของจักรยานมักจะเบาเพื่อให้ผู้ใช้งานยกได้สะดวก

 

ราคาเช่ารายชั่วโมง หรือเช่าเหมาวัน

ราคาการเช่าจักรยานปั่นในประเทศญี่ปุ่นจะขึ้นอยู่กับประเภทของจักรยาน และสถานที่ หรือเมืองที่เช่า ถ้าเช่าในแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองใหญ่ อาจมีราคาสูงกว่าเช่าตามสถานที่เที่ยวในต่างจังหวัด

・City Cycle ราคา 200-400 เยนต่อ 1 ชั่วโมง / 800-1,000 เยน ต่อ 3 ชั่วโมง และเหมาตลอดวันราคา 500-1,500 เยน

・Mountain Bike และ Road Bike ราคา 500 เยนต่อ 1 ชั่วโมง / 1,500 เยน ต่อ 3 ชั่วโมง และเหมาตลอดวันราคา 2,500 เยน

・Cyclocross Bike ราคา 500-1,000 เยนต่อ 1-3 ชั่วโมง และเหมาตลอดวันราคา 2,500-3,000 เยน

*ราคาดังกล่าวเป็นราคาโดยประมาณเท่านั้น ขึ้นอยู่กับสถานที่ และประเภทจักรยานที่เช่า

 

อุปกรณ์ที่ควรเตรียมในการปั่นจักรยานที่ประเทศญี่ปุ่น

・เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับการปั่นจักรยาน ต้องกระชับ ระบายอากาศได้ดี และไม่มีอะไรรุงรังระหว่างการปั่น

・หมวกกันกระแทก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

・ถุงมือ เพื่อป้องกันการเหงื่ออกแล้วแฮนด์ลื่น อาจเกิดอุบัติเหตุได้

・รองเท้าผ้าใบ

・น้ำเปล่า หรือเกลือแร่

・ยาประจำตัว ยาดม ยาแก้ปวด หรือ สเปรย์พ่นแก้ปวด ใช้ได้ทั้งเยียวยาอาการปวด และบรรเทาขณะเป็นตะคริวเฉียบพลัน

・ไฟหน้า และไฟท้าย หรือแผ่นสะท้อนแสง ในกรณีต้องปั่นช่วงเช้ามืด หรือช่วงกลางคืน

 

กฎกติกามารยาททั่วไปในการปั่นจักรยานที่ประเทศญี่ปุ่น

・ห้ามนั่งซ้อนท้ายจักรยาน

・ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อน หรือในขณะปั่นจักรยาน

・กรุณาเปิดไฟขณะปั่นจักรยานในเวลากลางคืน

・งดการฟังเพลง ใช้โทรศัพท์ หรือกางร่มในขณะปั่นจักรยาน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

 

ครั้งนี้ขอแนะนำ 3 เส้นทางปั่นจักรยาน ที่สามารถเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันงดงามระหว่างทางได้

สำหรับการท่องเที่ยวไปกับจักรยานคู่ใจที่ญี่ปุ่นนั้น มีหลากหลายเส้นทาง ทั้งระยะใกล้ และไกล เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ หรือสิงห์นักปั่นมืออาชีพ โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วงนี้ นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการปั่นจักรยานท่ามกลางอากาศเย็น ๆ และวิวใบไม้แดง

 

เส้นทางรอบภูเขาไฟฟูจิกับทะเลสาบทั้ง 5 (Fuji Five Lakes Enjoyment Course)


 

เส้นทางปั่นจักรยานเลียบทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

 

จุดเด่นของเส้นทาง

เส้นทางรอบภูเขาไฟฟูจิ กับทะเลสาบทั้ง 5 (Fuji Five Lakes Enjoyment Course) ในจังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) เป็นเส้นทางปั่นจักรยานบริเวณรอบภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) มีจุดเด่นอยู่ที่ถนนเลียบทะเลสาบทั้ง 5 แห่งที่เชื่อมต่อกัน ได้แก่ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ทะเลสาบยามานากะโคะ (Yamanakako) ทะเลสาบโมโตสุโคะ (Motosuko) ทะเลสาบโชจิโคะ (Shojiko) และทะเลสาบไซโคะ (Saiko) ซึ่งสามารถมองเห็นความงดงามของภูเขาไฟฟูจิได้หลากหลายมุมมองตลอดระหว่างการปั่นจักรยาน

 

เส้นทางปั่นจักรยานจากจุดจอดรถ Kenritsu Fuji-Hokuroku Parking Lot วนทั่ว 5 ทะเลสาบ

 

เส้นทางการปั่น ระยะทาง และข้อมูลที่ควรทราบ

เส้นทางปั่นจักรยานรอบภูเขาไฟฟูจิ กับทะเลสาบทั้ง 5 (Fuji Five Lakes Enjoyment Course) นี้จะเริ่มต้นปั่นจากจุดจอดรถ Kenritsu Fuji-Hokuroku Parking Lot ไม่ไกลจากสถานี Kawaguchiko และสิ้นสุดคอร์สในที่เดียวกัน สามารถหาเช่าจักรยานได้ที่บริเวณสถานี Kawaguchiko และปั่นมายังจุดเริ่มต้น โดยใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

เส้นทางทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็น 5 เส้นทางย่อยตามแต่ละทะเลสาบด้วยกัน

・เส้นทางแรกเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบยามานากะโคะ(Yamanakako) เริ่มต้นจากจุดจอดรถ Kenritsu Fuji-Hokuroku Parking Lot ผ่านศาลเจ้าคิตะกุจิ ฮงกู ฟูจิ เซนเก็นจิงจะ (Kitaguchi Hongu Fuji Sengen-jinja Shrine) วนรอบทะเลสาบยามานากะโคะ (Yamanakako) 1 รอบ และไปยังสวนดอกไม้ยามานากะโคะ ฮานะโนะมิยาโกะ (Yamanakako Hananomiyako Park), หมู่บ้านน้ำใสโอชิโนะฮัคไค (Oshino Hakkai) และ หมู่บ้านนินจา (Shinobi No Sato Ninja Village)

・เส้นทางต่อมาเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ปั่นต่อมาจากหมู่บ้านนินจา (Shinobi No Sato Ninja Village) ข้ามสะพานคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Bridge) ไปยังศาลเจ้าคาวากุจิ อะสะมะ (Kawaguchi Asama Shrine) จากนั้นมุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้โออิชิ (Oishi Park) และผ่านอุโมงค์เมเปิ้ล (Momiji Corridor) ก็จะปั่นครบรอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) 1 รอบพอดี

・เส้นทางต่อมาเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบไซโคะ (Saiko) และมุ่งหน้าต่อไปยังทะเลสาบโชจิโคะ (Shojiko) โดยจะปั่นวนแต่ละทะเลสาบอย่างละ 1รอบ

・และเส้นทางสุดท้ายเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าต่อไปยังทะเลสาบโมโตสุโคะ (Motosuko) ผ่านจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ที่เป็นทัศนียภาพเดียวกับบนธนบัตร 1,000 เยน จากนั้นจะกลับไปยังจุดจอดรถ Kenritsu Fuji-Hokuroku Parking Lot

ระยะทางรวมทั้งสิ้น มีความยาวถึง 110 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง (ไม่รวมแวะเที่ยว) และเป็นเส้นทางเรียบ ๆ ที่มีลักษณะความชันน้อย เพียงแค่ 150 เมตร จึงเหมาะกับมือใหม่หัดปั่น หรือว่านักปั่นสายชิล แต่ด้วยระยะทางที่เกิน 100 กม. และอาจทำให้จบคอร์สแบบใช้พลังค่อนข้างเยอะ วิธีที่ง่ายที่สุดในการวางแผนปั่นระยะทางไกลคือ การแบ่งครึ่งระยะทางออกเป็น 1-2 วัน

 

จุดพักจักรยาน และจุดเช่าจักรยานรอบเส้นทาง

เส้นทางรอบภูเขาไฟฟูจิ กับทะเลสาบทั้ง 5 (Fuji Five Lakes Enjoyment Course) จะมีจุดพักสำหรับนักปั่นจักรยาน สามารถดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ เติมลมยาง หรือยืมเครื่องมือสำหรับซ่อมจักรยานได้ หรือผู้ที่ไม่ได้นำจักรยานส่วนตัวไปปั่น ก็สามารถหาเช่าจักรยานได้ที่ร้านเช่าจักรยานอยู่หลายแห่งในบริเวณใกล้สถานี และยังสามารถเลือกรูปแบบของจักรยานตามที่ถนัดได้ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานเสือหมอบ หรือจักรยานไฟฟ้า

ชื่อร้าน สิ่งอำนวยความสะดวก เว็บไซต์
7-11 สาขา Yamanakako Asahigaoka ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / เครื่องมือซ่อม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/60324
7-11 สาขา Yamanakako Hirano ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / เครื่องมือซ่อม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/60322
Fujisan bike จุดเช่าจักรยาน / รับฝากของ https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/29953
Rental Cycle Buu-san จุดเช่าจักรยาน / รับฝากของ https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/29950
SORA no SHITA จุดเช่าจักรยาน / รับฝากของ https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/41419

หากระหว่างทางไม่มีจุดพักจักรยาน แต่ต้องการเข้าห้องน้ำ สามารถใช้ห้องน้ำที่ร้านสะดวกซื้อได้เช่นกันหรือสามารถเช็คได้จาก
เว็บไซต์จุดพักจักรยานทั่วประเทศ
https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info_category/cycle-station (ภาษาญี่ปุ่น)
เว็บไซต์จุดเช่าจักรยานทั่วประเทศ
https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info_category/bike-rental-sports-type (ภาษาญี่ปุ่น)

 

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การปั่นจักรยาน

・ช่วงฤดูร้อน: กลางเดือนมิถุนายน ถึง ปลายเดือนสิงหาคม

ทิวทัศน์โดยรอบจะมีสีสันของความเขียวชอุ่ม และเหล่าดอกไม้นานาพันธุ์ออกดอกบานสะพรั่ง สลับกันเรียงรายอยู่ตามเส้นทาง ท่องฟ้าแจ่มใส มองเห็นภูเขาไฟฟูจิที่ไร้หิมะปกคลุมยอดได้อย่างชัดเจน

・ช่วงฤดูใบไม้ร่วง: ปลายเดือนตุลาคม ถึง กลางเดือนพฤศจิกายน

ธรรมชาติสองข้างทางจะเริ่มผลัดใบเป็นสีเหลืองและแดง ภาพสีสันของใบไม้ และภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ที่สะท้อนบนผืนน้ำ เผยให้เห็นบรรยากาศโรแมนติกราวกับภาพวาด

 

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเส้นทางจักรยานนี้

หมู่บ้านน้ำใสโอชิโนะฮัคไค (Oshino Hakkai) ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

 

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเส้นทางจักรยานนี้ เช่น “หมู่บ้านน้ำใสโอชิโนะฮัคไค (Oshino Hakkai)” เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่รายล้อมด้วยบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จำนวน 8 บ่อ สามารถปั่นจักรยานไปถึงได้เมื่อวนผ่านบริเวณทะเลสาบยามานากะโคะ (Yamanakako)

อีกหนึ่งสถานที่น่าแวะในละแวกเดียวกัน คือ “หมู่บ้านนินจา (Shinobi No Sato Ninja Village)” ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบนินจาท่ามกลางบรรยากาศจำลองไว้อย่างครบครัน อีกทั้งยังสามารถแวะพักทานอาหาร พร้อมกับชมวิวภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) แบบใกล้ชิดได้อีกด้วย

 

จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิบนธนบัตร 1,000 เยนที่ทะเลสาบโมโตสุโคะ (Motosuko)

 

จุดหมายถัดไปคือ “สวนโออิชิ ปาร์ค (Oishi Park)” สวนดอกไม้ที่สามารถมองเห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) และทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ได้พร้อมกัน ภายในสวยแห่งนี้ มีดอกไม้มากถึง 90 สายพันธุ์ โดยจะหมุนเวียนปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลให้ชมได้ตลอดทั้งปี และเมื่อขับเลาะทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) มาเรื่อย ๆ ก็จะผ่าน “อุโมงค์ใบเมเปิ้ล (Maple Corridor)” เป็นถนนเส้นเล็ก ๆ เลียบทางแม่น้ำ ที่มีต้นเมเปิ้ลเรียงรายตลอดสองฝั่งบนระยะทางกว่า 150 เมตร ในช่วงเดือนตุลาคม ใบเมเปิ้ลจะร่วงหล่นตามพื้น และปกคลุมผิวน้ำ กลายเป็นสีส้มแดงไปทั่วบริเวณทั้งด้านบน และด้านล่าง เวลามองทอดยาวไปตามทางเดิน จึงมีลักษณะเหมือนกับอุโมงค์

และจุดสุดท้ายที่แนะนำคือ “จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิบนธนบัตร 1,000 เยน” ที่ทะเลสาบโมโตสุโคะ (Motosuko) คนนิยมมาถ่ายรูปโดยการพับครึ่งธนบัตร 1,000 เยนแล้วเอามาต่อกับวิวภูเขาไฟฟูจิของจริง

 

 

ที่อยู่ Kawaguchiko Station
3641 Funatsu, Fujikawaguchiko, Minamitsuru District, Yamanashi
การเดินทาง จากสถานี Shinjuku โดยสารรถไฟ JR Chuo ลงสถานี Otsuki ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นโดยสารรถไฟ Fujikyuko ลงสถานี Kawaguchiko ใช้เวลา 50 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.yamanashi-kankou.jp/zenryoku/cycling/course/004.html
https://www.yamanashi-kankou.jp/kankou/spot/p1_4342.html
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.yamanashi-kankou.jp/zenryoku/en/cycling/course/004.html
https://www.yamanashi-kankou.jp/english/index.html
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.yamanashi-kankou.jp/thai/index.html

 

เส้นทางทตโตริ อุมินามิ โร้ด (Tottori Uminami Road)


 

เส้นทางปั่นจักรยานเลียบหาดมองเห็นชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast) ในจังหวัดทตโทริ (Tottori)

 

จุดเด่นของเส้นทาง

เส้นทางทตโตริ อุมินามิ โร้ด (Tottori Uminami Road) เส้นทางปั่นจักรยานเลียบหาดในจังหวัดทตโทริ (Tottori) มีจุดเด่นที่ดึงดูดให้นักปั่นจักรยานจากทั่วประเทศเดินทางมาท้าทายร่างกาย มีทิวทัศน์ของแก่งหินที่เว้าแหว่งอย่าง ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast) และชายฝั่งอื่น ๆ ในมุมที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ไปพร้อม ๆ การได้ปั่นจักรยานผ่านภูเขา และทะเลจะทำให้รู้สึกสดชื่น และผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

 

เส้นทางปั่นจักรยานจาก สถานี Sakaiminato ในเมืองคิทะโร (Kitaro) ทางฝั่งตะวันตก และสิ้นสุดที่สถานี Higashihama ในเมืองอิวามิ (Iwami) ทางฝั่งตะวันออก

 

เส้นทางการปั่น ระยะทาง และข้อมูลที่ควรทราบ

เส้นทางทตโตริ อุมินามิ โร้ด (Tottori Uminami Road) นี้ จะปั่นเลียบชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น (Sea of Japan) เป็นแนวเส้นตรงไปเรื่อย ๆ โดย เริ่มต้นปั่นจากสถานี Sakaiminato ในเมืองคิทะโร (Kitaro) ทางฝั่งตะวันตก และสิ้นสุดที่สถานี Higashihama ในเมืองอิวามิ (Iwami) ทางฝั่งตะวันออก หรือสามารถเริ่มปั่นจากฝั่งไหนก็ได้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางจากสถานี Tottori ไปยัง 2 สถานีดังกล่าวได้โดยรถไฟ และหาเช่าจักรยานปั่นได้ที่บริเวณใกล้สถานี

ระหว่างทางปั่นจักรยานจะผ่านจุดชมวิวสวย ๆ มากมายโดยเริ่มจากทิวทัศน์ในตัวเมืองคิทะโร (Kitaro) ผ่านถนนมิซุกิ ชิเงะรุ (Mizuki Shigeru Road) ซึ่งเป็นถนนที่ประดับตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนอสูรที่ปรากฎในเรื่องอสูรน้อยคิตาโร่ (Gegege no Kitaro) และค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทิวทัศน์ของชายฝั่งทะเล ได้แก่ ชายฝั่งฮาคุโตะ (Hakuto Coast), ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast), เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) แหล่งอนเซ็นไคเคะ (Kaike Onsen Beach) เป็นต้น

ระยะทางรวมทั้งสิ้น มีความยาวถึง 143.1 กิโลเมตร ใช้เวลาในการปั่นประมาณ 6-7 ชั่วโมง (ไม่รวมแวะเที่ยว) ตัวถนนทอดยาวโค้งไปตามภูเขา และชายฝั่งทะเล บางช่วงจะมีลักษณะเป็นทางขึ้นลงเนินเขา และมีความลาดชันอยู่พอสมควร ประมาณ 1,373 เมตร จึงเหมาะกับผู้ที่มีความชำนาญระดับปานกลางขึ้นไป หรือเคยปั่นจักรยานระยะไกลมาก่อน เพราะค่อนข้างใช้พละกำลังอย่างมาก

 

จุดพักจักรยาน และจุดเช่าจักรยานรอบเส้นทาง

เส้นทางทตโตริ อุมินามิ โร้ด (Tottori Uminami Road) จะมีจุดพักสำหรับนักปั่นจักรยาน สามารถดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ เติมลมยาง หรือยืมเครื่องมือสำหรับซ่อมจักรยานได้ หรือผู้ที่ไม่ได้นำจักรยานส่วนตัวไปปั่น ก็สามารถหาเช่าจักรยานได้ที่ร้านเช่าจักรยานอยู่หลายแห่งในบริเวณใกล้สถานี และยังสามารถเลือกรูปแบบของจักรยานตามที่ถนัดได้ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานเสือหมอบ หรือจักรยานไฟฟ้า

ชื่อร้าน สิ่งอำนวยความสะดวก เว็บไซต์
Shimatori ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / เครื่องมือซ่อม / อาหารเครื่องดื่ม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/48007
Bikai ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / เครื่องมือซ่อม / อาหารเครื่องดื่ม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/47988
Wave ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / เครื่องมือซ่อม / อาหารเครื่องดื่ม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/47937
SANKO Yumeminato Tower จุดเช่าจักรยาน https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/58418
Iwamimachi Sight Seeing Information Center จุดเช่าจักรยาน https://www.iwamikanko.org/rental-cycle/

หากระหว่างทางไม่มีจุดพักจักรยาน แต่ต้องการเข้าห้องน้ำ สามารถใช้ห้องน้ำที่ร้านสะดวกซื้อได้เช่นกันหรือสามารถเช็คได้จาก
เว็บไซต์จุดพักจักรยานทั่วประเทศ
https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info_category/cycle-station (ภาษาญี่ปุ่น)
เว็บไซต์จุดเช่าจักรยานทั่วประเทศ
https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info_category/bike-rental-sports-type (ภาษาญี่ปุ่น)

 

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การปั่นจักรยาน

・ช่วงฤดูใบไม้ผลิเข้าฤดูร้อน : เดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน

ช่วงฤดูนี้เป็นช่วงที่สภาพอากาศเย็นสบายกำลังดี สูดลมหายใจได้เต็มปอด ทำให้การปั่นจักรยานระยะทางไกลไม่เหนื่อยจนเกินไป ตลอดสองฝั่งจะร่มรื่นไปด้วยแมกไม้อันอุดมสมบูรณ์ และบางจุดอาจมีดอกซากุระบานให้ได้ชม

・ช่วงฤดูใบไม้ร่วง: กลางเดือนตุลาม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

ระหว่างทางมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast) ทางฝั่งตะวันออกของเนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) จะพบกับทุ่งดอกหอมญี่ปุ่น (Rakyou) ออกดอกสีม่วงบานสะพรั่งไปทั่ว ราวกับพรมผืนใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณ พร้อมกับภูเขาไดเซ็น (Mt. Daisen) ที่จะถูกปกคลุมไปด้วยสีสันของต้นบีชที่ผลัดใบ ทอดยาวอยู่เป็นฉากหลัง

 

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเส้นทางจักรยานนี้

เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) ขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

 

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเส้นทางจักรยานนี้ เช่น “พิพิธภัณฑ์มิซุกิ ชิเงะรุ (Mizuki Shigeru Road)” ที่จัดแสดงเรื่องราวชีวิต และผลงานของคุณมิซุกิ ชิเงะรุ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องอสูรน้อยคิตาโร่ (Gegege no Kitaro) หรือแวะพักแช่อนเซ็นคลายความเหนื่อยล้าที่ “แหล่งอนเซ็นไคเคะ (Kaike Onsen Beach)” ไปพร้อม ๆ กับชมวิวทะเล ระหว่างทางแนะนำให้ลองแวะทานราเมนซุปกระดูกวัวตามร้านราเมน ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดทตโทริ (Tottori)

และจุดหมายต่อมาคือ “เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes)” เป็นเนินทรายขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 50 เมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานธรณีซันอินไคกัง (San'in Kaigan Geopark) หันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของผืนทะเลทรายสีน้ำตาลตัดกับสีฟ้าของท้องทะเลได้พร้อมกัน ไม่ไกลจากเนินทราย แนะนำให้แวะชมงานศิลปะแกะสลักที่ทำมาจากทรายได้อย่างสวยงามอลังการที่ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (Tottori Sand Dunes The Sand Museum)”

 

โขดหินเว้าแหว่งที่ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast)

 

และจุดสุดท้ายจะปั่นจักรยานผ่านชายฝั่งทะเลที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น “ชายฝั่งอุระโดเมะ (Uradome Coast)” เป็นชายฝั่งลักษณะเว้าแหว่งที่ทอดตัวยาวประมาณ 15 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยวิวหน้าผาสูงชัน ถ้ำหินรูปทรงแปลกตา และโขดหินขรุขระที่ยื่นออกมาจากผืนน้ำสีมรกต หากใครที่ไม่เร่งรีบก็สามารถพายเรือแคนนู หรือนั่งเรือออกไปชมอย่างใกล้ชิด

 

 

ที่อยู่ Sakaiminato Station
Taishomachi, Sakaiminato, Tottori
Higashihama Station
Kugami, Iwami, Tottori
การเดินทาง จากสถานี Tottori โดยสารรถไฟ Super Matsukaze ลงสถานี Yonago ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 7 นาที จากนั้น โดยสารรถไฟ JR Sakai ลงสถานี Sakaiminato ใช้เวลา 42 นาที

หรือจากสถานี Tottori โดยสารรถไฟ JR San'in Main Line ลงสถานี Higashihama ใช้เวลา 30 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.tottori-guide.jp/cycling/archives/16
https://www.tottori-guide.jp/tourism/tour/view/556
https://www.pref.tottori.lg.jp/282838.htm
https://www.iwamikanko.org/rental-cycle/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.iwamikanko.org/rental-cycle/#
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

เส้นทางภูเขาอิชิซุจิ โร้ดเวย์ (Mount Ishizuchi Roadway)


 

เส้นทาง UFO Line บริเวณภูเขาคาเมะกาโมริ (Mt. Kamegamori) ในจังหวัดเอฮิเมะ (Ehime)

 

จุดเด่นของเส้นทาง

เส้นทางภูเขาอิชิซุจิ โร้ดเวย์ (Mount Ishizuchi Roadway) เส้นทางปั่นจักรยานรอบภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) ในจังหวัดเอฮิเมะ (Ehime) จุดเด่นของเส้นทางคือนอกจากจะได้ชมความใหญ่ตระการตาของภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) ที่มีความสูงถึง 1,982 เมตร สูงที่สุดในภาคตะวันตกของญี่ปุ่นแล้ว ยังจะได้ปั่นบนเส้นทางสันภูเขา (UFO Line) ที่รายล้อมด้วยขุมทรัพย์ของธรรมชาติ ทั้งพืชป่าไม้ที่หายาก ลำธารใส และผ่านแหล่งอนเซ็นระหว่างทาง และในเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นฤดูใบไม้ร่วง จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดง สีเหลือง และสีส้มอันงดงามปกคลุมทั่วบริเวณ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาปีนเขา หรือปั่นจักรยานชมใบไม้แดงกันทุกปี

 

เส้นทางปั่นจักรยานเริ่มต้นที่เมืองไซโจ (Saijo) มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก และวนรอบภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) เพื่อกลับเข้ามาตัวเมือง

 

เส้นทางการปั่น ระยะทาง และข้อมูลที่ควรทราบ

เส้นทางภูเขาอิชิซุจิ โร้ดเวย์ (Mount Ishizuchi Roadway) นี้จะปั่นเป็นวงกลมรอบภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) โดยเริ่มต้นปั่นจากบริเวณลานน้ำพุ Saijo City Aquatopia ในเมืองไซโจ (Saijo) ไม่ไกลจากสถานี Iyo Saijo และสิ้นสุดคอร์สในที่เดียวกัน สามารถหาเช่าจักรยานได้ที่บริเวณสถานี Iyo Saijo และปั่นมายังจุดเริ่มต้น ใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

จุดแรกของเส้นทางจะปั่นผ่านตัวเมืองไซโจ (Saijo) และมุ่งหน้าขึ้นเขาไปยังบริเวณรอบภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) ระหว่างทางจะพบกับขุมทรัพย์ทางธรรมชาติมากมาย เช่น หุบเขานาเมะคาวะ (Namekawa Canyon), น้ำตกชิระอิ (Shirai Falls), หุบเขาโอโมโกะ (Omogo Gorge) และตัดผ่านสันเขาเข้าถนนที่เรียกว่า UFO Line บริเวณสันภูเขาคาเมะกาโมริ (Mt. Kamegamori) จากนั้นจะค่อย ๆ ลดระดับลงมาเข้าสู่ตัวเมืองไซโจ (Saijo) อีกครั้ง และผ่านแหล่งอนเซ็นบุโจ อนเซ็น (Bujo Hot Spring) ก่อนจะกลับไปที่บริเวณลานน้ำพุ Saijo City Aquatopia

ระยะทางรวมทั้งสิ้น 147 กิโลเมตร ใช้เวลาในการปั่นประมาณ 7-8 ชั่วโมง (ไม่รวมแวะเที่ยว) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาสลับซับซ้อน เป็นเส้นทางที่มีระดับสูงต่ำ และคดเคี้ยวขึ้นลงเนินอยู่ตลอด บางช่วงมีความชันมากสุดถึง 1,300-1,700 เมตร ทำให้ต้องใช้แรงค่อนข้างมากจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีความชำนาญ หรือผู้ที่ชอบปั่นจักรยานแบบขึ้นเขา

 

จุดพักจักรยาน และจุดเช่าจักรยานรอบเส้นทาง

เส้นทางภูเขาอิชิซุจิ โร้ดเวย์(Mount Ishizuchi Roadway จะมีจุดพักสำหรับนักปั่นจักรยาน สามารถดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ เติมลมยาง หรือยืมเครื่องมือสำหรับซ่อมจักรยานได้ หรือผู้ที่ไม่ได้นำจักรยานส่วนตัวไปปั่น ก็สามารถหาเช่าจักรยานได้ที่ร้านเช่าจักรยานอยู่หลายแห่งในบริเวณใกล้สถานี และยังสามารถเลือกรูปแบบของจักรยานตามที่ถนัดได้ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานเสือหมอบ หรือจักรยานไฟฟ้า

ชื่อร้าน สิ่งอำนวยความสะดวก เว็บไซต์
Kuromori ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / อาหารเครื่องดื่ม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/51311
Tuchigoya terrace ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / อาหารเครื่องดื่ม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/51335
Cross Point ห้องน้ำ / จุดเติมลมยาง / เครื่องมือซ่อม https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/51639
Saijo Tourism & Exchange Center จุดเช่าจักรยาน https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/51631
B-shop OCHI จุดเช่าจักรยาน https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info/37029

หากระหว่างทางไม่มีจุดพักจักรยาน แต่ต้องการเข้าห้องน้ำ สามารถใช้ห้องน้ำที่ร้านสะดวกซื้อได้เช่นกันหรือสามารถเช็คได้จาก
เว็บไซต์จุดพักจักรยานทั่วประเทศ
https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info_category/cycle-station (ภาษาญี่ปุ่น)
เว็บไซต์จุดเช่าจักรยานทั่วประเทศ
https://tabi-rin.com/archives/bicycle_info_category/bike-rental-sports-type (ภาษาญี่ปุ่น)

 

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การปั่นจักรยาน

・ช่วงฤดูใบไม้ผลิเข้าฤดูร้อน : เดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน

ธรรมชาติรอบด้านจะถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี หรือบางแห่งอาจยังคงมีดอกซากุระผลิบานอยู่บ้าง สภาพอากาศในช่วงนี้กำลังเย็นสบาย ร่างกายจะปะทะลมเย็น ๆ ให้ความรู้สึกสบายตัว สดชื่นระหว่างการปั่นจักรยาน

・ช่วงฤดูใบไม้ร่วง: กลางเดือนตุลาม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

ทิวทัศน์สีสันสดสของใบไม้เปลี่ยนสี จะย้อมให้ภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) และภูเขาคาเมะกาโมริ (Mt. Kamegamori) ทั่วทั้งบริเวณกลายเป็นสีแดงฉานจนสุดลุกหูลุกตา กลายเป็นความงามอันน่ามหัศจรรย์ที่สามารถชมได้ระหว่างทาง

 

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเส้นทางจักรยานนี้

ผู้คนนิยมปีนหน้าผาเพื่อขึ้นไปสักการะศาลเจ้าอิชิซุจิ (Ishizuchi Shrine) บนยอดเขาชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) อันศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่

 

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเส้นทางจักรยานนี้ เช่น “ภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi)” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดของญี่ปุ่น สามารถปั่นจักรยานไปได้ และขึ้นกระเช้าต่อเพื่อไปสักการะยังศาลเจ้าจูกุ โจจูฉะ (Chugu Joju-sha) ที่อยู่บริเวณตอนกลางของภูเขา

ระหว่างปั่นผ่านบริเวณรอบภูเขาอิชิซุจิ (Mt. Ishizuchi) ทางฝั่งตะวันตกจะได้พบกับ “หุบเขานาเมะคาวะ (Namekawa Canyon)” โดดเด่นด้วยหินขนาดใหญ่กว่า 1 กิโลเมตร ที่ถูกแม่น้ำกัดเซาะเป็นเวลาหลายพันปีจนเกิดเป็นเส้นทางน้ำผ่านระหว่างหินสวยงาม

 

ธารน้ำใสที่มองเห็นทะลุพื้นด้านใต้ในหุบเขาโอโมโกะ (Omogo Gorge)

 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสธรรมชาติ แนะนำให้เที่ยวสำรวจรอบ ๆ “หุบเขาโอโมโกะ (Omogo Gorge)” ซึ่งเป็นหุบเขาลึกที่มีความยาว 8 กิโลเมตร ปกคลุมไปด้วยพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งหน้าผา แก่งหิน และธารน้ำใสที่มองเห็นทะลุพื้นด้านใต้ สามารถชมความงามธรรมชาติทั้งสีสันของฤดูกาลทั้ง 4
และจุดหมายถัดมาคือถนนที่เรียกว่า “UFO Line” ซึ่งเป็นระยะทางคดเคี้ยวกว่า 27 กิโลเมตรบริเวณสันภูเขาคาเมะกาโมริ (Mt. Kamegamori) สองข้างทางจะเห็นเป็นทุ่งหญ้าสีทองอร่ามตาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนตุลาคม

นอกจากนี้จะแวะพักที่ “บุโจ อนเซ็น (Bujo Hot Spring)” เป็นจุดแช่อนเซ็นแบบเช้า-เย็นกลับที่ใช้น้ำจากแหล่งอนเซ็นขึ้นชื่ออย่างนิบุคาวะ (Nibukawa Hot Spring) เพื่อช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าระหว่างการปั่นจักยาน

 

 

ที่อยู่ Iyo Saijo Station
Omachi, Saijo, Ehime
การเดินทาง จากสถานี Matsuyama โดยสารรถไฟ LTD. EXP SHIOKAZE ลงสถานี Iyo-Saijo ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://tabi-rin.com/archives/course/9294
https://cycling-ehime.com/routes/ishiduchi-rindo/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://cycling-ehime.com/en/routes/ishiduchi-rindo/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

ค้นหา

Categories

Archives

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages