HOME Back

ใช้ ไอคอนบนหน้าเว็บเพื่อเพิ่มลงในรายการโปรด

กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นใช่ไหม

แชร์ภาพการท่องเที่ยวของคุณร่วมกับเราโดยใส่แฮชแท็ก #visitjapanjp

รายการโปรดของฉัน

เสน่ห์ย่านเมืองเก่า น้ำใส ไม่ไกลจากโอซาก้า

โรงหมักสาเกในย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward)

 

หุ่นจำลองการทำงานในโรงหมักสาเกแห่งหนึ่งในย่านนาดะโกะโก (Nadago-go)

 

ย่านเมืองเก่าของประเทศญี่ปุ่น ที่อนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี ทั้งอาคารสถาปัตยกรรม บรรยากาศ และผู้คนที่อยู่มาแต่โบราณ ซึ่งสถานที่เหล่านี้ มีหลายแห่งทั่วประเทศ ทั้งหมู่บ้านโบราณ ย่านเส้นทางการค้า ย่านโรงน้ำชา หรือย่านโรงหมักสาเก เป็นต้น

“สาเก” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นที่จริงแล้วหมายถึงแอลกอฮอล์

เกือบทุกจังหวัดในญี่ปุ่นจะมีการผลิตสาเก และจำแนกเป็นหลากหลายชนิด แต่ล่ะท้องถิ่นก็มีสาเกที่ขึ้นชื่อ มีรสชาติที่เฉพาะตัว ซึ่งมักจะเข้ากันได้ดีหากดื่มร่วมกับอาหารจานพิเศษของท้องถิ่นนั้น ๆ

ครั้งนี้ขอแนะนำ 3 ย่านโรงหมักสาเกที่โด่งดังในญี่ปุ่น

ย่านโรงหมักสาเกจะรอบล้อมไปด้วยแหล่งน้ำที่สะอาด และบริสุทธิ์ มีตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมซึ่งคงไว้รูปแบบดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินย่านเมืองเก่าพร้อมได้เรียนรู้ และลิ้มรสเกี่ยวกับสาเกท้องถิ่น

 

ย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) ทางตอนใต้ของจังหวัดเกียวโต (Kyoto)


โรงหมักสาเกในย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward)

 

ย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) รายล้อมด้วยแม่น้ำ 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำคะสึระ (Katsura River), แม่น้ำคาโมะ (Kamo River) และแม่น้ำอุจิ (Uji River) ซึ่งล้วนเป็นน้ำแร่ใต้ดินคุณภาพดี เหมาะแก่การนำไปผลิตสาเก  และมีแนวเทือกเขาฮิงาชิยามะ(Higashiyama Range) จึงทำให้ย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) เป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในย่านโรงเหล้าสาเกชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น

 

จุดเริ่มต้นของการผลิตสาเกที่ย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) 

เกิดจากโชกุนโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Totomi Hideyoshi) ได้สร้างปราสาทฟุชิมิ (Fushimi Castle) ในปีค.ศ. 1594 และพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทโดยการขุดคลอง สร้างถนน และเริ่มมีการผลิตเหล้าสาเกขึ้นตามไปด้วย จนปีค.ศ. 1657 ย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) มีโรงเหล้าสาเกถึง 83 โรง สามารถผลิตสาเกได้ถึง 2.7 ล้านลิตร

ปัจจุบันย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) ยังคงเต็มไปด้วยโรงบ่มเหล้าอันเก่าแก่กระจายตัวอยู่กันตามตรอกซอกซอย แต่ละแห่งยังคงอนุรักษ์ความเป็นญี่ปุ่นด้วยตึกเก่า โครงสร้างไม้ หลังคากระเบื้อง สามารถเดินชมสถาปัตยกรรมโบราณ พร้อมกับเข้าไปชิมความอร่อยของสาเกท้องถิ่นตามแต่ละที่ได้

 

สถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์โรงหมักสาเกเก็คเคคัง โอคุระ (Gekkeikan Okura Sake Museum)

 

พิพิธภัณฑ์โรงหมักสาเกเก็คเคคัง โอคุระ (Gekkeikan Okura Sake Museum) 

โรงหมักสาเกเก็คเคคัง โอคุระ (Gekkeikan Okura) ตั้งอยู่ริมคลองโฮริ (Hori River) เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายสาเกที่มีชื่อว่า คาซางิยะ (Kasagiya) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1637 ซึ่งดำเนินธุรกิจมากว่า 380 ปี  ที่แห่งนี้ได้ถูกคงไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องมือในการผลิตสาเกเพื่อบอกเล่าวัฒนธรรม และความเป็นมาของสาเกย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward)  มีทั้งโถงทางเดินที่อธิบายประวัติความเป็นมา ห้องจัดแสดงภาชนะไม้ ถังสาเก และเครื่องมืออื่น ๆ ที่ใช้ทำสาเก มีบ่อน้ำผุดบาดาลลึก 50 เมตร เรียกว่า ซาคะมิสึ (Sakamizu) เป็นน้ำสะอาด คุณภาพดี เหมาะแก่การนำมาทำน้ำสาเก รวมถึงยังมีการสาธิตการหมักสาเกแบบดั้งเดิม โดยย่อขนาดไลน์การผลิตมาไว้ที่ห้องกระจก พร้อมทั้งมีห้องชิมสาเก และจุดจำหน่ายสาเกอีกด้วย

 

สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward)

Sake affogato ไอศกรีมวลิลาที่เสิร์ฟกับสาเกที่ผสมมะนาวยูสุ ที่ร้าน Fushimi Yume Hyakushu Café

 

ไอศกรีม และของหวานที่ทำจากสาเกพื้นเมือง 
ลิ้มรสความอร่อยอันนุ่มนวลของสาเกไอศกรีม เค้กสาเก หรือพุดดิ้งสาเก ซึ่งเป็นขนมหวานยอดนิยมในท้องถิ่น ตามร้านต่างๆในย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) เช่น

1. ร้านขายของที่ระลึกชินเซ (Shinsei) บริหารโดยโรงเหล้าสาเกยะมะโมโตะ ฮนเคะ (Yamamoto Honke)

เว็บไซต์ https://yamamotohonke.jp/shop/ (ภาษาญี่ปุ่น)

2. ร้าน Fushimi Yume Hyakushu Café บริหารโดยโรงเหล้าสาเกเก็คเคคัง (former head office of Gekkeikan)

เว็บไซต์ https://sharing-kyoto.com/eat_yume-hyakushu/story (ภาษาอังกฤษ)

 

ล่องเรือจิคโคคุบุเนะ (Jikkokubune)

 

ล่องเรือจิคโคคุบุเนะ (Jikkokubune)
ในอดีตสมัยเอโดะเส้นทางน้ำแห่งนี้เคยใช้เรือส่งข้าวและสาเกจากย่านฟุชิมิ (Fushimi Ward) ไปยังจังหวัดโอซาก้า (Osaka) ปัจจุบันได้ถูกดัดแปลงให้เป็นเรือชมวิวโดยเฉพาะในช่วงฤดูซากุระ และฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะสวยงามเป็นพิเศษ 
หนึ่งรอบ ใช้เวลา 50 นาที  : ราคา ผู้ใหญ่ 1,200 เยน (เด็กมัธยมต้นขึ้นไป), เด็ก 600 เยน (ต่ำกว่าเด็กประถม)
เว็บไซต์ https://kyoto-fushimi.or.jp/ship/ (ภาษาญี่ปุ่น)
 

 

ที่อยู่ Gekkeikan Okura Sake Museum
247 Minamihamacho, Fushimi Ward, Kyoto
การเดินทาง จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟ JR Osaka Loop Line ลงสถานี Kyobashi ใช้เวลา 7 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Keihan Main Line ลงสถานี Fushimimomoyama ใช้เวลา 50 นาที จากนั้นเดินต่อ 10 นาที
เวลาทำการ 9:30 น.-16:30 น. (กรุณาเข้าก่อนเวลา 16:00 น.)
วันหยุด เทศกาลโอบ้ง 13-16 สิงหาคม
เทศกาลปีใหม่ 28 ธันวาคม – 4 มกราคม
ค่าใช้จ่าย อายุ 20 ปีขึ้นไป 600 เยน
ระหว่าง 13 ปี ถึง 19 ปี 100 เยน
ต่ำกว่า 12 ปี ฟรี
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.gekkeikan.co.jp
https://kyoto-fushimi.or.jp
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.gekkeikan.co.jp/english/kyotofushimi/museum.html
http://www.fushimi.or.jp/sake_guide/was/
https://kyoto-fushimi.or.jp/english.html
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

ย่านนาดะ (Nada Ward) ของจังหวัดเฮียวโกะ (Hyogo)


บรรยากาศรอบ ๆ ย่านนาดะ (Nada Ward) ©️ KOBE TOURISM BUREAU

 

ย่านนาดะ (Nada Ward) หรือ ที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันในนามว่า "นาดะโกะโก" (灘五郷 / Nadago-go) ประกอบด้วย 5 พื้นที่ที่มี ได้แก่ นิชิโกะ (Nishigo), มิคะเกะ (Mikage), อุโอะซะคิ (Uozaki), นิชิโนะมิยะ (Nishinomiya)และ อิมะสุ (Imazu) เป็นพื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตสาเกเป็นอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากอุดมไปด้วยน้ำที่มีแร่ธาตุธรรมชาติ หรือน้ำกระด้างคุณภาพสูงที่เรียกว่ามิยามิซุ (Miyamizu) พร้อมข้าวพันธุ์ยะมะดะ นิชิกิ (Yamada Nishiki) ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดในการหมักสาเก และอากาศที่เหมาะสม ทำให้ได้สาเกที่เข้มข้น และเฝื่อน

 

จุดเริ่มต้นของการผลิตสาเกที่ย่านนาดะ (Nada Ward)

นอกจากสภาพแวดล้อมที่ดีแล้ว พื้นที่ในย่านนาดะ (Nada Ward) ยังมีท่าเรือที่สะดวกต่อการขนส่งสินค้าในสมัยเอโดะ ทำให้โรงบ่มสาเกรายใหญ่ ๆ มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่นี่ เป็นที่รู้จักกันในชื่อโอโตะโกะสาเก (Otokozake) รวมถึงยังมีกระบวนการกลั่นที่เป็นเอกลักษณ์ และสาเกมาสเตอร์อย่าง ทัมบะโทจิ (Tamba Toji) ซึ่งเป็นหัวใจหลักสู่รสชาติอันยอดเยี่ยมของสาเก สืบทอดต่อกันมากว่าหลายศตวรรษตั้งแต่ปีค.ศ. 1330 

ปัจจุบันย่านนาดะ (Nada Ward) กินพื้นที่กว้างถึง 12 กิโลเมตร มีโรงหมักสาเกมากถึง 27 แห่ง บางแห่งเปิดเป็นร้านค้า และพิพิธภัณฑ์จัดแสดง ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปชมกระบวนการกลั่น และลิ้มรสความอร่อยของสาเกแต่ละโรงงานได้ 


นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟ หรือเดินเล่นไปตามตรอกซอกซอย ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเหล้าอันเก่าแก่ หรือหากใครเป็นสายกิจกรรมก็สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมแสตมป์ แรลลี่ ตามล่าหาคำใบ้ผ่านการแวะเวียนไปยังโร่งบ่มต่าง ๆ โดยของรางวัลจะมีทั้งคูปองที่พัก และ เหล้าสาเกท้องถิ่นเป็นต้น
เว็บไซต์แสตมป์ แรลลี่ปี 2020 https://nada-tanbou2020.com (ภาษาญี่ปุ่น)

โรงหมักสาเกฮาคุซึรุ (Hakutsuru Sake Brewery Museum) ที่ยังคงสถาปัตยกรรมไว้แบบดั้งเดิม

 

พิพิธภัณฑ์โรงหมักสาเกฮาคุซึรุ (Hakutsuru Sake Brewery Museum)

เดิมที่เป็นโรงหมักสาเกรูปแบบดั้งเดิมสาขาแรก ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยไทโช (Taisho Period) ตอนต้น และดำเนินการผลิตสาเกมาตลอดจนถึงปีค.ศ. 1969 จากนั้นได้เปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในนั้นมีการจัดแสดงนิทรรศการอุปกรณ์ขนาดจริง มีทั้งหมด 2 ชั้น มีทั้งห้องนึ่งข้าว ห้องเพาะพันธุ์เชื้อรา และห้องหมักข้าว มีทั้งถังขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ซีดาร์ญี่ปุ่นซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ในการหมัก และหุ่นขนาดเท่าคนจริง เพื่อจำลองภาพบรรยากาศ อีกทั้งยังมีบริการแผ่นพับ และคลิปวีดีโอบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมร้านค้าที่ให้ชิมสาเกฟรี สามารถเลือกซื้อสาเกได้หลากหลายชนิดตั้งแต่สาเกข้าว สาเกผลไม้ สาเกหวาน และสินค้าอย่างชุดสาเกที่ทำจากเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น

 

สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวย่านนาดะ (Nada Ward)

ซอฟท์ครีมอามะสาเก (Sakagura Amasake Softcream)

 

ซอฟท์ครีมอามะสาเก (Sakagura Amasake Softcream)

ซอฟท์ครีมเนื้อเนียนหวานนุ่มที่ทำจากเหล้าอามะสาเก เป็นเหล้าหวานที่ผลิตจากกากสาเก (Sake kasu) ซึ่งเป็นส่วนของแข็งที่เหลือทิ้งจากกระบวนการหมักสาเก นำมาผสมกับน้ำตาล และน้ำ ทำให้มีปริมาณแอลกอฮอล์เล็กน้อย หอมสาเกอ่อน ๆ จำหน่ายอยู่ที่พิพิธภัณฑ์โรงบ่มสาเกฮาคุซึรุ (Hakutsuru Sake Brewery Museum) ราคาประมาณ 300 เยน
 

รถไฟฮังชินที่วิ่งรอบพื้นที่นาดะโกะโก (Nadago-go) ©️PR TIMES

 

นั่งรถไฟท้องถิ่นไปชิมสาเก
นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟท้องถิ่นของฮังชิน ที่วิ่งรอบนาดะโกะโก (Nadago-go) ตั้งแต่พื้นที่นิชิโกะ (Nishigo), มิคะเกะ (Mikage), อุโอะซะคิ (Uozaki), นิชิโนะมิยะ (Nishinomiya) ไปจนถึงอิมะสุ (Imazu) ซึ่งความพิเศษของรถไฟคันนี้จะตกแต่งด้วยขบวนด้วยภาพของเหล่าแมวที่กำลังเริงร่ากับสาเก โดยจะมีทั้งหมด 4 แบบ 4 ฤดูกาล เพื่อสื่อถึงการเพลิดเพลินกับการดื่มสาเกได้ทุกฤดูในญี่ปุ่น  
เว็บไซต์ http://www.nadagogo.ne.jp.e.agg.hp.transer.com/gogo/ (ภาษาอังกฤษ)
 

 

ที่อยู่ Hakutsuru Sake Brewery Museum
4 Chome-5-5 Sumiyoshi Minamimachi, Higashinada Ward, Kobe, Hyogo
การเดินทาง จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟ JR Tokaido Sanyo Main Line ลงสถานี JR Nishinomiya ใช้เวลา 17 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Hanshin Main Line ลงสถานี Sumiyoshi ใช้เวลา 12 นาที จากนั้นเดินต่อ 5 นาที
เวลาทำการ 9:30 น.-16:30 น.
กรุณาเข้าก่อนเวลา 16:00 น.
วันหยุด เทศกาลโอบ้ง 13-17 สิงหาคม
เทศกาลปีใหม่ 27 ธันวาคม – 4 มกราคม
ค่าใช้จ่าย ไม่มี
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
http://www.hakutsuru.co.jp/
https://www.nadagogo.ne.jp/
https://www.feel-kobe.jp/uploads/gm-nada.pdf
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
http://www.hakutsuru.co.jp/english/culture/museum.html
https://www.hanshin.co.jp/global/en/nada/breweries/hakutsuru/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.japan.travel/th/spot/21/

 

ย่านไซโจ (Saijo Ward) ของจังหวัดฮิโรชิม่า (Hiroshima)


โรงหมักสาเกคะโมะสึรุ ชูโซ (Kamotsuru Shuzo Brewery) ที่คงสถาปัตยกรรมเอาไว้แบบดั้งเดิมสมัยเมจิ

 

ย่านไซโจ (Saijo Ward) ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองฮิงาชิ (Higashi) จังหวัดฮิโรชิม่า (Hiroshima)

 

จุดเริ่มต้นของการผลิตสาเกที่ย่านไซโจ (Saijo Ward)

เริ่มผลิตเหล้าสาเกตั้งแต่ช่วงกลางยุคเมจิ (Meiji Period) ด้วยเทคนิคที่เรียกว่ากินโจะ ซุคุริ (Ginjo Zukuri) ซึ่งเป็นเทคนิคบ่มสาเกที่ทำจากข้าวขาวในอัตราส่วนการขัดข้าวต่ำกว่า 60% และหมักในที่อุณหภูมิต่ำ และด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการผลิตสาเก เนื่องจากระดับความสูงของพื้นที่ทำให้ ช่วงกลางวัน และกลางคืนมีความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างเห็นได้ชัด และน้ำใต้ดินที่รสอ่อน ไม่แข็งกระด้างจนเกินไป และ ข้าวที่ใช้ในการกลั่นสาเกปลูกในพื้นที่กึ่งภูเขาที่ความสูงระดับ 200–400 ม. ทำให้สาเกของย่านไซโจ (Saijo Ward) มีรสชาติหวาน นุ่มคอ เป็นเอกลักษณ์ เรียกว่า อนนะ สาเก (Onnazake) และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ต่อมาได้ถูกยกย่องให้เป็นเมืองแห่งสาเกในช่วงปลายยุคไทโช ก่อนเข้ายุคโชวะ (Showa Period) หลังจากสาเกได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จึงมีการก่อตั้งโรงหมักสาเกหลายแห่งจนเกิดเป็น ถนนสาเกชื่อว่า ซาคะงุระ โดริ (Sakagura Street)

ปัจจุบันถนนเส้นนี้ยังคงเรียงรายไปด้วยโรงหมักสาเกแบบดั้งเดิมกว่า 7 แห่ง แต่ละแห่งยังคงสถาปัตยกรรมรูปแบบเดิมเอาไว้ ชวนให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมได้สัมผัสถึงบรรยากาศราวกับว่าย้อนกลับไปในอดีต

นอกจากจะเดินเล่นผ่านย่านประวัติศาสตร์ พร้อมกับชิมสาเกตามแต่ละโรงหมักแล้ว ในฤดูใบไม้ร่วง เดือนตุลาคมของทุกปี ย่านไซโจ (Saijo Ward) แห่งนี้จะมีการจัดงานเทศกาลที่ชื่อว่า สาเกมัตสึริ (Sake Matsuri) หรือเทศกาลสาเก จัดขึ้นที่ บริเวณหน้าสถานีไซโจ (Saijo Station) ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองเหล้าท้องถิ่นประจำแต่ละพื้นที่ไปพร้อม ๆ กับทานอาหารพื้นบ้านที่มีถิ่นกำเนิดในแถบนี้ได้เช่นกัน
แผนที่เดินเล่นย่านไซโจ (Saijo Ward) https://www.hh-kanko.ne.jp/pamphlet/pdf/machi-aruki-e.pdf

บรรยากาศรอบ ๆ ย่านไซโจ (Saijo Ward) ©️ Courtesy of Hiroshima Prefecture

 

โรงหมักสาเกคะโมะสึรุ ชูโซ (Kamotsuru Shuzo Brewery)

เป็นโรงหมักสาเกในย่านไซโจ (Saijo Ward) มาตั้งแต่สมัยเมจิ (Meiji Period) ปีค.ศ. 1873 โดยใช้เทคนิคการขัดข้าวขั้นสูง และเป็นผู้บุกเบิกการจำหน่ายสาเกไดกินโจ (Daigincho) หรือสาเกที่ได้จากการขัดข้าวให้เหลือประมาณ 50% หรือต่ำกว่า และถูกหมักไว้ในที่อุณหภูมิต่ำ
บรรยากาศของโรงหมักสาเกแห่งนี้ คงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมสวยงามด้วยปล่องอิฐสีแดง และผนังพลาสเตอร์สีขาว ตัดกับหลังคาสีดำ สามารถเข้ามาทัศนศึกษา เรียนรู้การผลิตสาเกกับเทคนิคที่มีความละเอียดซับซ้อน หรือชมเครื่องมือภายในโรงบ่ม รวมถึงยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการชิมสาเกหลากสูตร หรือเลือกซื้อสาเกขึ้นชื่อกลับไปเป็นของฝากได้

 

สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวย่านไซโจ (Saijo Ward)

บิชูนาเบะ (Bishu Nabe)

 

บิชูนาเบะ (Bishu Nabe)

บิชูนาเบะ (Bishu Nabe) มีต้นกำเนิดมาจากย่านไซโจ (Saijo Ward) เป็นนาเบะหม้อไฟที่ใช้สาเกชั้นดี เกลือ และพริกไทยในการปรุงรสน้ำซุปให้ออกมารสกลมกล่อมเรียบง่าย ได้รสอูมามิของสาเก โดยสมัยก่อนเป็นอาหารไว้สำหรับคนงานทำสาเก มีวิธีการทำคือ นำสาเกมาเทใช้เป็นน้ำซุป แต่จะถูกทำให้เดือดก่อนเพื่อให้แอลกอฮอล์ระเหย เด็ก ๆ ก็สามารถเพลิดเพลินกับนาเบะได้เช่นกัน จากนั้นก็จะใส่เครื่องเช่น ผักกาด หัวหอม แครอท เนื้อไก่ เห็ด เต้าหู้ บุก ลงไปต้ม และทานคู่กับไข่ไก่สดเหมือนสุกี้ยากี้ทั่วไป สามารถหาทานได้ที่ร้านอาหารย่านไซโจ (Saijo Ward)
เว็บไซต์ https://www.hh-kanko.ne.jp/ginjyo/bishunabe.html (ภาษาญี่ปุ่น)

บรรยากาศครึกครื้นในงานเทศกาลสาเกมัตสึริ (Sake Matsuri) ©️ Courtesy of Hiroshima Prefecture

 

ของหวานที่ทำจากสาเกพื้นเมือง
ที่ถนนซาคะงุระ โดริ (Sakagura Street) จะเต็มไปด้วยร้านค้าที่จำหน่ายของฝาก และขนมคาวหวานที่ผลิตจากสาเกพื้นเมือง มีให้เลือกหลากหลายเช่น เซมเบ้สาเก มันจูสาเก เค้กสาเก ขนมบามคูเฮนรสเหล้าบ๊วย เป็นต้น สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าของแต่ละโรงเหล้าสาเก
เว็บไซต์ https://www.hiroshima-kankou.com/feature/souvenir/sake (ภาษาญี่ปุ่น)

 

ที่อยู่ Kamotsuru Shuzo Brewery
9-7 Saijohonmachi, Higashihiroshima, Hiroshima
การเดินทาง จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟ JR Tokaido Sanyo Main Line ลงสถานี Shin Osaka ใช้เวลา 4 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ JR San'yo Shinkansen ลงสถานี Hiroshima ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ JR San'yo Main Line ลงสถานี Saijo ใช้เวลา 36 นาที จากนั้นเดินต่อ 5 นาที
เวลาทำการ วันธรรมดา 9:00 น. - 18:00 น.
วันเสาร์ และอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 10:00 น. - 18:00 น.
กรุณาเข้าก่อนเวลา 17:45 น.
วันหยุด เทศกาลโอบ้ง
เทศกาลปีใหม่
ก่อนเทศกาลสาเกมัตสึริ
ค่าใช้จ่าย ไม่มี
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.kamotsuru.jp
https://sake-hiroshima.com
https://www.hh-kanko.ne.jp/pamphlet/index.html
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://sake-hiroshima.com/en/sakagura/kamotsuru/
https://visithiroshima.net/special/to_the_home_of_ginjo-shu.html
https://www.hh-kanko.ne.jp/ginjyo/guide-eng.html
https://sakematsuri.com/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://th.visithiroshima.net/special/to_the_home_of_ginjo-shu.html

ค้นหา

Categories

Archives

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages