HOME Back

ใช้ ไอคอนบนหน้าเว็บเพื่อเพิ่มลงในรายการโปรด

กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นใช่ไหม

แชร์ภาพการท่องเที่ยวของคุณร่วมกับเราโดยใส่แฮชแท็ก #visitjapanjp

รายการโปรดของฉัน

สายมูห้ามพลาด ขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง ที่ญี่ปุ่น

ที่พึ่งทางจิตใจของญี่ปุ่นก็มีหลากหลายอย่างด้วยกัน แต่หนึ่งในนั้นก็ไม่พ้นสถานที่ที่ทำให้จิตใจสงบได้ นั้นก็คือ วัดและศาลเจ้า ที่มีมากถึง 58,000 แห่งตั้งกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ (จากฐานข้อมูลในปี ค.ศ. 2017) มนต์เสน่ห์ของวัด และศาลเจ้าแต่ละแห่งในประเทศญี่ปุ่นไม่เพียงแต่สวยงาม ร่มเย็น ทรงคุณค่า มีมนต์ขลัง ลึกลับ เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวของตัวเองที่ซ่อนอยู่ แถมแต่ล่ะแห่งก็มีความพิเศษที่แตกต่างกันไป

 

ขั้นตอนการไหว้ศาลเจ้าในญี่ปุ่น

ขั้นตอนพื้นฐานของการเข้าไปไหว้ศาลเจ้านั้นอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกันไปแล้วแต่สถานที่ แต่โดยทั่วไปแล้วจะเริ่มจากการโค้งคำนับก่อนเดินเข้าประตูโทริอิ (Torii) แล้วไม่เดินตรงกึ่งกลางขอประตูโทริอิและทางเดิน เนื่องจากมีความเชื่อว่าตรงกลางนั้นเป็นทางเดินของเทพเจ้า จากนั้นให้ทำการชำระล้างร่างกายบริเวณบ่อน้ำก่อน

 

 

 

ในครั้งนี้ ขอแนะนำสายมูเตลูทั้งหลาย มาขอพรที่ศาลเจ้าที่ญี่ปุ่น ในเรื่องของดวงการเงิน การงาน การค้าขายได้ดี มีแต่เรื่องดี ๆ เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี เสริมดวงการเงินรวมไปถึงโชคลาภอีกด้วย

 

พิธีกรรมล้างเงิน เพื่อเพิ่มพูนเงินที่มี

พิธีกรรมล้างเงิน เพื่อเพิ่มพูนเงินที่มี เรียกว่า เซนิอะระอิ (Zeni Arai)

 

ที่ญี่ปุ่นคำว่า เซนิอะระอิ (Zeni Arai) หมายถึง การนำเงินมาล้างกับน้ำผุดศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้า เพื่อช่วยเสริมเรื่องการเงินให้เพิ่มพูน มีเงินไหลมาเทมา นอกจากนี้บางก็มีศาลเจ้าที่เชื่อกันว่าพิธีกรรมการล้างเงินนี้ก็ให้โชคลาภแก่ผู้มาขอพร พีธีกรรมเซนิอะรอินี้มีอยู่หลายศาลเจ้ากระจายทั่วประเทศญี่ปุ่นซึ่งแต่ล่ะศาลเจ้าก็จะมีพิธีกรรมและเครื่องรางที่แตกต่างกันไป

 

ศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine), มิยากิ (Miyagi)


 

ศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine) ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

 

ศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine) ตั้งอยู่ในเมืองอิวะนุมุ (Iwanuma) จังหวัดมิยากิ (Miyagi) เป็นศาลเจ้าที่สักการะเทพคาเนะเฮะบิ เบ็นไซเท็น (Kanahebi-Benzaiten) ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ที่เป็นผู้หญิงเพียงองค์เดียว และยังถูกมองว่าเป็นร่างของเทพเจ้าแห่งน้ำ

บริเวณศาลเจ้าโดดเด่นด้วยอุโมงค์ต้นวิสทีเรียขนาดใหญ่ และเก่าแก่ มีชื่อเรียกกันว่า “คิวริวโนะฟูจิ” (Kyuryu no Fuji) คาดกันว่ามีอายุกว่า 300 ปีเลยทีเดียว

เทวรูปเบ็นไซเท็นมีอยู่ในศาลเจ้าหลายแห่ง รวมถึงศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine) จะมีรูปปั้น หรือสิ่งใดก็ตามที่สื่อถึงงูอยู่ด้วย เพราะมังกร และงูถือเป็นสัญลักษณ์ของเทพแห่งน้ำ และคนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่ามังกร และงูมีความเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่ง จึงทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ได้ชื่อว่า คาเนะ เฮบิ ซุย (แปลว่า "ทอง งู และน้ำ")

 

ประวัติของศาลเจ้า

ว่ากันว่าในอดีตสมัยเฮอัน (Heian Period) ช่างตีเหล็กจากเกียวโต (Kyoto) ได้รับคำสั่งให้ตีดาบเพื่อถวายจักรพรรดิ หลังจากที่เขาออกเดินทางเพื่อตามหาแหล่งน้ำ ก็ได้พบว่าที่บริเวณศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine) เป็นแหล่งที่มีน้ำบริสุทธิ์ จึงได้ทำการตั้งเตาหลอม และเริ่มตีดาบ แต่ทว่า ฝูงกบที่อาศัยอยู่ในบริเวณได้ส่งเสียงร้องดังอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาไม่สามารถมีสมาธิในการตีดาบได้เลย จึงสร้างรูปปั้นงู และนำไปวางไว้ที่นาข้าว จากนั้นเสียงกบก็พลันเงียบหายทันที หลังจากสร้างดาบวิเศษสำเร็จแล้ว เขาก็ได้มอบรูปปั้นงูแก่เทพเจ้า เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนความกตัญญู

 

จุดขอพรกับเทพในศาลเจ้า

บริเวณอาคารหลัก จะมีเทวรูปเบ็นไซเท็นประดิษฐานอยู่ สามารถเข้าสักการะขอพรเรื่องโชคลาภ เงินทอง รวมไปถึงด้านธุรกิจ การค้าขายที่รุ่งเรื่องด้วยเช่นกัน โดยการโค้งคำนับ 2 ครั้ง ประกบมือกัน และทำการปรบมือ 2 ที หรือซื้อรูปปั้นงูสีขาวเพื่อถวายได้ แต่โดยปกติทั่วไปเทวรูปจะถูกเก็บไว้ไม่เปิดเผยให้เห็น ยกเว้นวันอาทิตย์แรกของเดือนกรกฎาคมที่จะมีการจัดเทศกาล

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถทำได้ เช่น เดินเล่นช้อปปิ้งที่ Showa Retro Shopping Street TAKIMIKOJI มีทั้งร้านอาหาร ร้านตัดผมท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งแบบย้อนยุค หรือชมงานศิลปะที่แกลเลอรี่ koji Kinutani Tenku Art Museum หรือเข้าร่วมทัวร์ที่ไกด์จะพาไปยังจุดต่าง ๆ ภายในตึกที่คนทั่วไปไม่สามารถเข้าได้

 

จุดขอพรอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด

หินจามนเซกิ (Jyamon Seki) ที่มีลักษณะเหมือนงูกำลังเลี้อยอยู่

 

อีกจุดขอพรที่เป็นจุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้คือ หินจามนเซกิ (Jyamon Seki) ที่ตั้งเรียงอยู่บริเวณรั้วด้านนอกอาคารหลัก หินมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างกว่าหินทั่วไป โดยหินแต่ละมีลอยนูนบนพื้นผิวของหินดูคล้ายกับงูท่เลี้ยงไปมาดูน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทำให้ผู้คนที่มาสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะเข้าแถวเพื่อนำกระเป๋าสตางค์ หรือใช้มือถูหินแต่ละก้อน ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำความมั่งคั่งและโชคลาภมาให้

 

เครื่องรางยอดนิยม

กระเป๋าเรียกทรัพย์ปุคุปุคุไซฟุ (PukuPuku Saifu)
เป็นเครื่องรางเสริมเรื่องโชคลาภ การเงิน ลักษณะเป็นซองกระเป๋าสีทอง เอาไว้ใส่เงิน หรือสมุดบัญชี เพื่อให้ดวงการเงินโดดเด่น

ชิโระเฮะบิคินโคโอมิคุจิ (Shirohrbi kinkou Omiguji)
เป็นเซียมซีที่มีรูปปั้นงูสีขาวคาบกระดาษเซียมซีสีทองอยู่ มีขายเฉพาะที่ศาลเจ้านี้เท่านั้น สามารถดึงกระดาษที่ถูกม้วนอยู่ที่ปากงูออกมาเพื่ออ่านทำนายโชคชะตาเกี่ยวกับการเงิน

 

เทศกาลยอดนิยม

ในเดือนพฤษภาคมจะมีงานเทศกาลชมดอกไม้ประจำปี ดอกวิสทีเรียสีม่วง สลับขาวจะบานสะพรั่งห้อยระย้า รวมถึงยังมีดอกโบตั๋นกว่า 1,000 ต้น ออกดอกบานสดใสอย่างงดงาม ดึงดูกผู้คนให้มาแวะชม และสักการะขอพรไปพร้อม ๆ กัน

และในวันอาทิตย์แรกของเดือนกรกฎาคม จะมีเทศกาลประจำปี ที่เป็นประเพณีของศาลเจ้าคาเนะเฮะบิ ซุย (Kanahebi sui Shrine) เรียกว่าเรไทไซ (Reitaisai) เป็นการนำเอาเทวรูปเบ็นไซเท็นออกมาปรากฎให้คนทั่วไปได้ชมพร้อมกับ สักการะ และจะมีการสวดมนต์โดยนักบวชผู้ประกอบพิธี นอกจากนี้ในช่วงเวลาเดียวกันยังสามารถชมดอกไฮเดรนเยีย ออกดอกบานสดใสทั่วทั่งศาลเจ้าได้เช่นกัน

 

 

ที่อยู่ Kanahebi sui Shrine
Suijin−7,Miiroyoshi,Iwanuma, Miyagi
การเดินทาง จากสถานี Iwanuma จากนั้นโดยสารรถแท็กซี่ ใช้เวลา 10 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
http://kanahebi.cdx.jp/
https://www.sandoterrace.jp/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://visitmiyagi.com/contents/kanahebisui-shrine/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

ศาลเจ้าโคอามิ (Koami Shrine), โตเกียว (Tokyo)


 

ศาลเจ้าอันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจอย่างนิฮงบาชิ (Nishonbashi) ซึ่งคนทำการค้านิยมมาขอพร

 

ศาลเจ้าโคอามิ (Koami Shrine) เป็นศาลเจ้าเก่าแก่เล็ก ๆ ตั้งอยู่ในกลางย่านนิฮงบาชิ (Nishonbashi) เมืองโตเกียว (Tokyo) สักการะเทพเจ้าอุกะโนะมิทามะ (Ukanomitama) หรือเทพอินาริแห่งการเก็บเกี่ยว โชคลาภ ค้าขาย, เทพเจ้าอิจิคิชิมะฮิเมะ โนะ คามิ (Ichikishimahime no Kami) หรือเบ็นไซเท็น และเทพฟุคุโรคุจู (Fukurokujyu)

แม้ว่าจะตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสำนักงาน แต่ก็โดดเด่นด้วยตัวอาคารที่ทำจากไม้สนเก่าแก่ ดูมีมนต์ขลัง ประดับด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปมังกร นกฟินิกซ์อย่างประณีต และสวยงาม

 

ประวัติของศาลเจ้า

ในอดีตศาลเจ้าแห่งนี้เคยเป็นกุฎิที่ถูกค้นพบโดยพระเกนชินเมื่อราว 1,000 ปีก่อน เดิมที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเจ้าแม่กวนอิม และเทพเบ็นไซเท็น ในปีค.ศ. 1466 ได้เกิดการระบาดของกาฬโรค ชาวบ้านล้มป่วยเป็นจำนวนมาก และในขณะเดียวกันก็มีชายชราผู้หนึ่งมือถือรวงข้าว เดินทางมาพักที่กุฎิแห่งนี้ คืนหนึ่งพระเกนชินได้ไปบอกกับเจ้าอาวาสที่ดูแลกุฏิว่า หากสักการะบูชาชายชราผู้นี้ให้เป็นตัวแทนของเทพอินาริ (Inari Kami) การระบาดของกาฬโรคจะหาย และเมื่อเจ้าอาวาสได้ทำตามที่พระเกนชินพูด โดยการสร้างวัด และบูชาเทพเจ้าอินาริ (Inari Kami) ไม่นานโรคระบาดก็ทุเลาลง และชาวบ้านก็หายล้มป่วยทันที

 

จุดขอพรกับเทพในศาลเจ้า

ชาวญี่ปุ่นนิยมมากราบไหว้ขอพรเสริมดวงเรื่องความมั่งคัง และโชคลาภกันที่อาคารหลักกับเทพอินาริ (Inari Kami) ใครที่การเงินติดขัด เมื่อมาก็ขอพรเรื่องเงินทองก็จะดีขึ้น และในช่วงปีใหม่คนญี่ปุ่นจะมาต่อคิวเข้าแถวขอพรก่อนไปเสี่ยงโชคเกี่ยวกับการเงินอีกด้วย

นอกจากนี้ภายในศาลเจ้ายังประกอบไปด้วยเทพอีก 2 องค์ที่ตั้งอยู่ตามจุดต่าง ๆ คือเทพเบ็นไซเท็นที่เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเทพฟุคุโรคุจู (Fukurokujyu) ที่เป็นเทพอาวุธโสแห่งความสุข ความมั่งคั่ง และอายุยืนยาว ซึ่งเทพทั้ง 2 องค์นี้เป็น ส่วนหนึ่งของเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ของประเทศญี่ปุ่น

 

จุดขอพรอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด

บ่อล้างเงินเซนิอะระอิ (Zeni Arai)

 

อีกจุดขอพรที่เป็นจุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้คือ บ่อล้างเงินเซนิอะระอิ (Zeni Arai) เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เล็ก ๆ มีวิธีการก็คือ ให้นำเหรียญ หรือธนบัตรใส่ลงในกระด้งเล็ก ๆ และนำลงไปล้างในบ่อ จากให้เก็บเงินนั้นไว้ในกระเป๋าสตางค์ โดยห้ามใช้เด็ดขาด เพราะชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าเงินที่ล้าง จะเป็นเงินที่เสริมโชคลาภเงินทองให้ไหลมาเทมา เพิ่มพูนเรื่อยๆ

 

เครื่องรางยอดนิยม

มายุทามะโอมิคุจิ (Mayu Tama Omiguji)
เป็นเซียมซีรูปรังไหมกระทัดรัด มีให้เลือกสีเหลือง และสีขาว กระดาษเซียมซีจะถูกซ่อนอยู่ด้านใน เมื่ออ่านคำทำนายเสร็จแล้ว สามารถเก็บลูกรังไหมติดตัวไว้เป็นเครื่องราง นำโชคได้

ฟุกุกาเมะ เซ็นคาเมะ มาโมริ (Fukukame Zenkame Mamori)
เครื่องรางรูปเต่า ซึ่ง เต่าเป็นสัญลักษณ์ของความยืนยาว จึงเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้มาครอบครอง และที่บริเวณคอเต่าจะมีหรียญทองคำโคะบัง (Koban) ซึ่งเป็นเหรียญในสมัยเอโดะ หมายถึงโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา

 

เทศกาลยอดนิยม

ในวันที่ 23 พฤศจิกายนของทุกปี จะมีการจัดงานเทศกาลนีนาเมะ โนะ มัตสึริ (Niiname no Matsuri) หรือเรียกอีกชื่อว่าเทศกาลโดบุโรคุ (Doburoku Matsuri) เพื่อเป็นการบูชาเทพเจ้า และอธิษฐานขอให้พืชผลการเกษตรเช่น ธัญพืช หรือเมล็ดข้าวเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ ในงานเทศกาลจะเสิร์ฟโดบุโรคุ (Doburoku) หรือสาเกนิโกริ (Nigori Sake) สีขาว ที่ทำจากข้าวใหม่ที่เก็บเกี่ยวได้จากนาของศาลเจ้าในปีนั้น ๆ ให้แก่ผู้มาเยี่ยมชมศาลเจ้า จึงเป็นที่มาของชื่อเทศกาลโดบุโรคุ (Doburoku Matsuri)

 

 

ที่อยู่ Koami Shrine
16-23 Nihonbashikoamicho, Chuo City, Tokyo
การเดินทาง จากสถานี Ningyocho เดินเท้า 5 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.koamijinja.or.jp/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.centraltokyo-tourism.com/en/spot/detail/106662
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

ศาลเจ้าคาวาโกเอะคุมะโนะ (Kawagoe Kumano Shrine), ไซตามะ (Saitama)


 

ศาลเจ้าคาวาโกเอะคุมะโนะ (Kawagoe Kumano Shrine)

 

ศาลเจ้าคาวาโกเอะคุมะโนะ (Kawagoe Kumano Shrine) ศาลเจ้าเล็ก ๆ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองท่องเที่ยวคาวาโกเอะ (Kawagoe) จังหวัดไซตะมะ (Saitama) มี "โอคุมังซามะ" เทพเจ้าแห่งความโชคดี และการจับคู่สิถิตอยู่ ถึงจะเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กแต่ภายในบริเวณศาลเจ้ายังมีศาลเจ้าย่อยอีกหลายแห่งที่สามารถขอพรในเรื่องต่าง ๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การเงิน หรือสุขภาพเป็นต้น

 

ประวัติของศาลเจ้า

แต่เดิมศาลเจ้าคาวาโกเอะคุมะโนะ (Kawagoe Kumano Shrine) เป็นส่วนหนึ่งของวัดเรนเคอิจิ (Renkeiji Temple) ที่เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1590 ในยุคอะซุชิ โมโมยามะ (Azuchi-momoyama period) และได้แยกตัวออกจากกันในปี ค.ศ.1872 จากการแยกศาสนาชินโต และศาสนาพุทธออกจากกันในยุคเมจิ (Meiji Period)

 

จุดขอพรกับเทพในศาลเจ้า

ภายในบริเวณศาลเจ้าประกอบไปด้วยศาลเจ้าย่อยหลายจุด และยังมีขั้นตอนการขอพรแตกต่างกัน สามารถขอพรได้หลายประเภทไม่ว่าจะเป็นความรัก สุขภาพ การงาน การเงิน การเรียน และอื่น ๆ ได้ในที่เดียว

 

จุดขอพรอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด

นำเงินมาล้างเพื่อเพิ่มโชคลาภทางการเงิน

 

จุดขอพรที่ได้รับความสนใจอยู่สูงก็คือการชำระล้างเงิน โดยการนำเงินใส่กระชอนแล้วตักน้ำราดไปที่เงินหรือบางคนก็อาจจะจุ่มไปทั้งกระชอน สามารถทำได้ทั้งเหรียญและธนบัตร การล้างเงินนี้มีความเชื่อในเรื่องของการเพิ่มพูนและงอกเงยของเงินในอนาคตและยังเป็นเงินเพิ่มโชคหากเก็บเงินที่นำมาล้างไว้ในกระเป๋าสตางค์อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการโยนห่วงเสี่ยงโชคซึ่งเป็นกิจกรรมการขอพรที่ได้รับความนิยมแถมยังสนุกเช่นกัน โดยการนำห่วงมาโยนให้ตรงช่องขอพรเพื่อให้พรนั้นเป็นจริง โดยจะมีเรื่องความรัก การงานการเงิน สุขภาพ โชคภาค และความสมหวัง หากโยนห่วงไปแขวนพรข้อไหนได้ก็จะได้รับโชคในพรข้อนั้น ๆ

 

เครื่องรางยอดนิยม

เซียมซีพัดจิ๋ว
เราสามารถเสี่ยงเซียมซีได้โดยการสุ่มหยิบพัดขนาดเล็ก แล้วนำมาเปิดอ่านคำทำนายได้แบบเดียวกันกับเซียมซีปกติ แต่เราสามารถนำมาเป็นเครื่องรางติดตัวหรือห้อยไปกับกระเป๋าได้เช่นกัน เพราะมีโซ่คล้องกระเป๋ามาให้เรียบร้อยแล้ว

เครื่องรางรูปอีกาสีดำสามขา
ที่ศาลเจ้าจะมีเครื่องรางรูปนกนกอีกาสีดำสามขา หรือที่เรียกว่า ยะตะคะระสุ (Yatagarasu) หลากหลายรูปแบบตั้งแต่ แบบกระดิ่ง แบบถุงผ้า แบบทรงเหรียญ แต่ที่ได้รับความนิยมคือเครื่องรางอีกาสามขาที่เป็นตราสัญลักษณ์ทีมฟุตบอลประจำชาติ เพราะชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า ช่วยให้ทีมฟุตบอลแข็งแกร่ง และชนะการแข่งขันทุกครั้ง รวมไปถึงยังสื่อความหมายว่าเป็นที่หนึ่งในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องการงาน ตลอดจนการเรียน

 

เทศกาลยอดนิยม

เทศกาลคาวาโกเอะ โทริ โนะ อิจิ (Kawagoe Tori no Ichi Festival) จัดขึ้นทุก ๆ วันที่ 3 ของเดือนธันวาคม เป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับผลผลิตทางการเกษตรที่ออกผลงอกงามแก่ศาลเจ้า โดยจุดเด่นของเทศกาลคือ “คราดไม้ไผ่” หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกชื่อเฉพาะว่า คุมาเดะ (Kumade) เป็นคราดไม้สานด้วยไม้ไผ่พร้อมตกแต่งประดับประดาให้สวยงาม ใช้เป็นเหมือนเครื่องรางสำหรับการทำการเกษตรให้ได้ผลผลิตที่ดีในปีถัดไป

 

 

ที่อยู่ Kawagoe Kumano Shrine
17-1,Renjakucho, Kawagoe, Saitama
การเดินทาง จากสถานี Kawagoe โดยสารรถบัส ลงป้าย Renkeijimae ใช้เวลา 5 นาที เดินต่ออีก 2 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://kawagoekumano.jp/
https://www.city.kawagoe.saitama.jp/welcome/kankospot/kurazukurizone/kumano.html
https://www.kawagoe-yell.com/sightseeing/kumanojinja/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://insaitama.com/kawagoe-kumano-shrine/
http://koedokawagoe.info/kawagoenavi-e/archives/37/
https://visitjapan-vegetarian.com/the-ultimate-guide-to-kawagoe-kumano-shrine/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.jnto.or.th/newsletter/en-musubi/#Kumano_Shrine

 

ศาลเจ้าเซนิอาระอิ เบ็นเทน (Zeniarai Benten Shrine), คานากาว่า (Kanagawa)


 

อุโมงค์ทางเข้าสู่ศาลเจ้าเซนิอาระอิ เบ็นเทน (Zeniarai Benten Shrine)

 

ศาลเจ้าเซนิอาระอิ เบ็นเทน (Zeniarai Benten Shrine) ตั้งอยู่ในช่องเขาภายในคามาคุระ (Kamakura) จังหวัดคานากาว่า (Kanagawa) เป็นศาลเจ้าที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีความน่าสนใจตั้งแต่ทางเข้าด้วยการเดินผ่านอุโมงค์เล็ก ๆ มืด ๆ เพื่อไปที่ตัวศาลเจ้า

โดยศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในเรื่องการขอพรเรื่องการเงินและความมั่งคั่งด้วยการทำพิธีชำระล้างเงินอีกด้วย ศาลเจ้าเซนิอาระอิ เบ็นเทน (Zeniarai Benten Shrine) เป็นสถานที่ประดิษฐานอิจิคิชิมะฮิเมะ โนะ มิโคโตะ (Ichikishimahime no Mikoto) เทพีแห่งน้ำที่ปรากฏอยู่ในตำนานญี่ปุ่น และเบ็นไซเทน (Benzaiten) หรือพระสุรัสวดี เทพีแห่งดนตรี ความมั่งคั่ง และสายน้ำ กับเทพเจ้างูใหญ่อุกะฟุคุจิน (Ugafukujin)

 

ประวัติของศาลเจ้า

ศาลเจ้าแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยโยริโทโมะ มินาโมโตะ (Yoritomo Minamoto) โชกุนคนแรกแห่งคามาคุระ (Kamakura)ได้สร้างศาลเจ้าบริเวณบ่อน้ำพุหลังจากที่เทพเจ้าอุกะฟุคุจิน (Ugafukujin) ผู้มีศีรษะเป็นมนุษย์แต่ร่างเป็นงู เข้าฝันในช่วงปีมะเส็ง เขาได้สร้างศาลเจ้าเพื่อศักการะแก่เทพเจ้า และเพื่อความสงบสุขในปี ค.ศ. 1185

เชื่อกันว่าพิธีชำระล้างเงินเริ่มต้นมาจากโทคิโยริ โฮโจ (Tokiyori Hojo) ผู้ปกครองดินแดนคามาคุระ (Kamakura)รุ่นที่ 5 ได้มาที่ศาลเจ้า เขาล้างเหรียญของเขาด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วได้ทำการขอพรเพื่อให้ครอบครัวเจริญรุ่งเรืองจนเป็นที่มาของความเชื่อเรื่องการล้างเงินด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าเซนิอาระอิ เบ็นเทน (Zeniarai Benten Shrine) เพื่อให้เงินเพิ่มพูน

ศาลเจ้าแห่งนี้มีส่วนผสมของศาสนาพุทธและศาสนาชินโตรวมกันอยู่ ก่อนจะถูกแยกออกจากกันในช่วงยุคเมจิ (Meiji Period)

 

จุดขอพรกับเทพในศาลเจ้า

บ่อน้ำชำระล้างเงินให้เงินพอกพูน

 

เมื่อมาถึงบริเวณของศาลเจ้า สามารถทำการซื้อธูปได้ที่สำนักงานในราคา 100 เยน และยังสามารถยืมกระจาดสำหรับใช้ในการล้างเงินได้ หลังจากสักการะศาลเจ้าหลักแล้ว บริเวณถ้ำข้างกันนั้นสามารถน้ำเงินมาชำระล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้ที่บริเวณนี้ โดยมีความเชื่อกันว่าเงินที่นำมาล้างจะต้องนำไปใช้จ่ายให้หมด แล้วเงินเหล่านั้นจะได้กลับคืนมาอีกหลายเท่าตัว

 

เครื่องรางยอดนิยม

การ์ดทองนำโชค
เครื่องรางที่มาในรูปแบบบัตรสีทอง พกพาสะดวก เชื่อกันว่าเมื่อพกติดไว้ในกระเป๋าสตางค์ก็จะมีโชคในเรื่องการเงิน

เหรียญโอตะคาระ โคบัน (Otakara-Koban)
เหรียญทองนำโชคด้านการเงิน พกติดกระเป๋าสตางค์เพื่อให้เงินพอกพูนยิ่งขึ้น

 

เทศกาลยอดนิยม

ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะมีวันนักษัตรมะเส็ง ซึ่งเป็นวันดีที่คนมักจะมากราบไหว้บูชา ในแต่ละปี และแต่ละเดือนจะไม่ตรงกัน โดยเฉพาะวันนักษัตรมะเส็งในเดือนกันยายน ที่เรียกว่า ไทไซ (Taisai) จะมีการจัดเทศกาลบูชาเทพเจ้าอุกะฟุคุจิน (Ugafukujin) หรืออีกนามหนึ่งว่า เบ็นไซเท็น (Benzaiten) ซึ่งวันนี้จะถือเป็นวันดีแก่เทพเจ้า ชาวญี่ปุ่นจะนิยมนำไข่มาสักการะขอพร แก่เทพเจ้างู เพราะเชื่อว่าเป็นของที่ท่านโปรดปราน ในงานเทศกาลจะมีสวดมนต์ให้พร และการแสดงร่ายรำ

 

 

ที่อยู่ Zeniarai Benten Shrine
2 Chome-25-16 Sasuke, Kamakura, Kanagawa
การเดินทาง จากสถานี Kamakura เดินต่ออีก 20 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.kamakura-burabura.com/meisyokamakurazeniaraibenten.htm
https://jp.zekkeijapan.com/spot/index/798/
https://kamakuratrip.com/zeniarai/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://zekkeijapan.com/spot/index/798/?language=1
https://travel.gaijinpot.com/zeniarai-benten-shrine/
https://en.japantravel.com/kanagawa/kamakura-camera-zeniarai-benten-shrine/69054
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.japan.travel/th/spot/1580/
 

 

ศาลเจ้านิชิโนะยามะ (Nishinoyama Shrine), เฮียวโกะ (Hyogo)


 

ศาลเจ้านิชิโนะยามะ (Nishinoyama Shrine)

 

ศาลเจ้านิชิโนะยามะ (Nishinoyama Shrine) ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบ (Kobe) จังหวัดเฮียวโกะ (Hyogo) สักการะเทพเจ้าเอบิสึ (Ebisu) ที่รู้จักกันดีในนามว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภ และการประมง และยังเป็นหนึ่งในบรรดาเทพเจ็ดเซียนแห่งประเทศญี่ปุ่น ว่ากันว่าชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะแถบคันไซนิยมสักการะเทพเอบิสึ (Ebisu) มากที่สุด เนื่องจากใกล้ชิดกับท้องทะเลซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักมาแต่อดีต

 

ประวัติของศาลเจ้า

มีศาลเจ้าประมาณ 3,000 แห่งที่ประดิษฐานเทพเจ้าเอบิสึทั่วประเทศญี่ปุ่น แต่ศูนย์กลางของศาลเจ้าทั้งหมดอยู่ที่ศาลเจ้านิชิโนะยามะ (Nishinoyama Shrine) แม้ว่าปีที่สร้างศาลเจ้าแห่งนี้จะยังไม่ปรากฏแน่ชัด แต่ว่ากันว่ามีชายชาวประมงได้ประดิษฐานเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ติดมากับอวนตาข่ายของเขาตามคำทำนาย และชื่อของเทพเอบิสึ (Ebisu) ก็ถูกบันทึกอยู่ในเอกสารโบราณมาตั้งแต่สมัยเฮอัน

ในช่วงแรกเทพเอบิสึ (Ebisu) ถูกนับถือให้เป็นเทพแห่งการประมง ตามตำนานที่ถูกค้นพบจากในทะเล และต่อมาชาวญี่ปุ่นเริ่มความเชื่อเกี่ยวกับเจ็ดเทพเจ้าแห่งโชคลาภซึ่งเกิดขึ้นที่เมืองเกียวโตในช่วงปลายยุคมุโรมาจิ (Muromachi period) เทพเอบิสึจึงเป็นเทพที่ช่วยให้การค้าขายกิจการรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

 

จุดขอพรกับเทพในศาลเจ้า

สถานที่สำหรับไว้ขอพรจะอยู่ที่โถงบูชาเรียกว่าไฮเด็น โดดเด่นด้วยตัวอาคารสีแดง ประดับประดา ด้วยขอบไม้แกะสลักอย่างประณีต ได้รับการบริจาคจากตระกูลโทกูงาวะ ที่ 4 ซึ่งเป็นไดเมียวช่วงยุคสมัยเอโดะ ปัจจุบันถูกยกให้เป็นสมบัติของชาติ

เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้วจะเห็นอาคารหลัก ซึ่งเป็นอาคารสำหรับประดิษฐานของเทพเจ้า ถูกสร้างขึ้นแบบซังเร็น คาสึกะ-ซุคุริ (Sanren Kasuga Zukuri)โดยมีมุงหลังคา 3 หลัง และเทพเอบิสึจะถูกประดิษฐานไว้ในอาคารด้านขวามือ

 

จุดขอพรอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด

อาคารอีกสองหลังประดิษฐานเทพอีก 2 องค์ได้แก่ เทพเจ้าซุซะโนะโอะ (Susanoo no Okami) ซึ่งเป็นเทพแห่งเจ้าสมุทร และเทพอามาเทราสึ (Amaterasu no Okami) ซึ่งเป็นเทพีแห่งดวงอาทิตย์

 

เครื่องรางยอดนิยม

อะคะมง ไดฟุกุมาโมริ (Akamon Daifuku Mamori)
ถุงเครื่องรางที่มีรูปประตูชัยสีแดง (Akamon) ที่ตั้งอยู่ในเขตศาลเจ้า ช่วเสริมดวงเรื่องโชคลาภให้ไหลมาเทมา มีให้เลือกทั้งสีขาว และสีน้ำเงิน

ฟุคุซาซะ (Fukusasa)
กิ่งไผ่นำโชคที่ประดับไปด้วยปลาไท ป้ายอธิษฐาน และเหรียญโบราณ ซึ่งปลาไทพ้องเสียงกับคำว่า เมเดะไท (Medetai) แปลว่า แสดงความยินดี จึงเป็นสัญลักษณ์ของคำอธิษฐาน เพื่อเรียกโชคลาภ มีจำหน่ายเฉพาะเทศกาลโทคะ เอบีสึ (Toka Ebisu) เท่านั้น

 

เทศกาลยอดนิยม

ผู้คนต่างมาต่อแถวหาซื้อฟุคุซาซะ (Fukusasa) กับเทพธิดานำโชค

 

ในวันที่ 9 ถึง 11 มกราคมของทุกปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองแก่เทพเจ้าเอะบิสุ-ซัง ครั้งยิ่งใหญ่ เรียกว่าโทคะ เอบีสึ (Toka Ebisu) ชาวญี่ปุ่นผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาสักการะเพื่อเสริมความเจริญรุ่งเรือง และขอพรให้มีความสำเร็จในธุรกิจกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียว ภายในงานจะมีการแห่ขบวนเกี๊ยว การถวายปลามากุโระ และจะมีฟุคุ มุสึเมะ (Fuku Musume) หรือเทพธิดานำโชคจำหน่ายฟุคุซาซะ (Fukusasa) และเครื่องรางนำโชคอื่น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับซุ้มขายอาหารอีกมากมาย

 

 

ที่อยู่ Nishinoyama Shrine
1-17 Shakecho, Nishinomiya, Hyogo
การเดินทาง จากสถานี Nishinomiya จากนั้นเดินเท้าต่อ 5 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://nishinomiya-ebisu.com/
https://nishinomiya-kanko.jp/shiru/fourdoors/fukudoors/fukudoors2/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://hyogojapan.com/discover/nishinomiya-shrine/
https://www.the-kansai-guide.com/en/directory/item/15068/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

เพจที่เกี่ยวข้อง

ไหว้พระ ขอพร เสริมดวงความรัก
https://www.jnto.or.th/newsletter/en-musubi/
3 ศาลเจ้าด้านความรักและคู่ครองที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในญี่ปุ่น
https://www.jnto.or.th/newsletter/japan-shrine/
5 ศาลเจ้าขอพรเรื่องความรัก
https://www.japan.travel/th/th/newsletter/5-love-shrines-in-japan-you-must-visit/
สะสมเครื่องรางญี่ปุ่นกันเถอะ
https://www.jnto.or.th/newsletter/lucky-charm/
ลองไปเสี่ยง “เซียมซี” (Omikuji) ที่วัดและศาลเจ้ากันเถอะ
https://www.jnto.or.th/newsletter/omikuji/
ย้อนรอยประเพณีโบราณ ตราประทับโกะชุอิน (Goshuin)
https://www.jnto.or.th/newsletter/goshuin/
มาเนกิเนะโกะ (Maneki Neko) แมวกวักนำโชคของญี่ปุ่น
https://www.jnto.or.th/newsletter/maneki-neko/
รู้ลึกกับดารุมะ (Daruma) ตุ๊กตาแห่งความหวัง
https://www.jnto.or.th/newsletter/daruma-doll-of-hope/
สัมผัสประสบการณ์ที่พักในวัดญี่ปุ่น
https://www.jnto.or.th/newsletter/shukubo/
เดินไปตามที่แสนเร้นลับ ลัดเลาะตามวัดศาลเจ้าที่ลึกลับที่ญี่ปุ่น
https://www.jnto.or.th/newsletter/mysterious-places-in-japan/
ฤดูร้อนที่สดชื่นพร้อมชมความเขียวของมอสส์ที่เกียวโต (Kyoto)
https://www.jnto.or.th/newsletter/moss-in-kyoto/
เที่ยวปีใหม่ในญี่ปุ่น ฉบับคนท้องถิ่น
https://www.jnto.or.th/newsletter/new-year-trip-in-japan-like-a-local/

ค้นหา

Categories

Archives

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages