HOME Back

Use the

Planning a Trip to Japan?

Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp

ฤดูร้อน

การเดินทางสุดสดชื่นช่วงฤดูร้อนผ่านชิโกะคุ คันโต และโทโฮคุ: ธรรมชาติและประเพณีที่ยังคงสืบทอดต่อกันมา

เอะฮิเมะ โคชิ คะนะงะวะ โตเกียว ฟุคุชิมะ อะโอโมริ

คลายร้อนเคียงข้างน้ำตกบนภูเขาและแม่น้ำใสสะอาดในชิโกะคุ สัมผัสธรรมชาติที่อยู่ไม่ไกลจากมหานครในคันโต และออกสำรวจชนบทเขียวขจีและบึงน้ำสีดุจอัญมณีในโทโฮคุ การเดินทางขึ้นเหนือผ่านหมู่เกาะญี่ปุ่นในครั้งนี้จะพาคุณไปพบกับพลังแห่งธรรมชาติ รสชาติที่ถูกฟูมฟักขึ้นมาจากธรรมชาติ รวมถึงวิถีชีวิตและประเพณีในช่วงฤดูร้อนที่หยั่งรากลึกอยู่ในแต่ละภูมิภาค สัมผัสละอองที่กระเซ็นจากสายน้ำ ลมทะเล และความน่าตื่นเต้นของงานเทศกาลฤดูร้อน สร้างความทรงจำไม่รู้ลืมของช่วงฤดูร้อนในญี่ปุ่น

 

 

ภูมิภาคชิโกะคุ—ธรรมชาติยิ่งใหญ่ตระการตาและความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน

 

วันที่ 1 เอะฮิเมะ: ฤดูร้อน ณ เมืองประวัติศาสตร์ อุจิโกะ

 

จังหวัดเอะฮิเมะตั้งอยู่ในภูมิภาคชิโกะคุและเป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมมาบรรจบกัน อีกทั้งยังห้อมล้อมไปด้วยเกาะแก่งมากมายภายในทะเลเซโตะ และเป็นแหล่งที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น โดโกะอนเซ็น ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเส้นทางชิมะนะมิไคโด ที่เต็มไปด้วยทัศนียภาพอันงดงาม ใกล้กับใจกลางจังหวัดเป็นที่ตั้งของเมืองอุจิโกะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีโดยรถไฟด่วนพิเศษจากสถานีมัตสึยะมะ ถนนหนทางนี้เรียงรายไปด้วยอาคารแบบดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน

 

ประสบการณ์ฝึกชำระล้างกายใจใต้น้ำตกในเมืองอุจิโกะ

ทาคิเกียวเป็นประเพณีการฝึกตนใต้น้ำตกแบบดั้งเดิมโดยการยืนอยู่ใต้สายน้ำตกเพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ การฝึกจดจ่ออยู่กับสายน้ำที่ไหลลงมากระทบร่างกาย มอบโอกาสในการปลีกตัวออกจากชีวิตประจำวันแล้วหันมาสำรวจดูภายในจิตใจ น้ำตกโมะมิจิงะทาคิมีความสูง 17 เมตร ตั้งอยู่ในเขตมิโซะกิ อยู่ห่างจากสถานีอุจิโกะประมาณ 15 นาทีโดยรถยนต์ ลองมายืนใต้สายน้ำอันทรงพลัง และสัมผัสพลังแห่งธรรมชาติด้วยทุกส่วนของร่างกายคุณเอง

 

[google map]

 

คลายร้อนด้วยน้ำแข็งไส

น้ำแข็งไสราดด้วยไซรัปรสหวาน หรือวางด้วยผลไม้ ถือเป็นเมนูคลายร้อนยอดนิยมมาอย่างยาวนานในญี่ปุ่น หลังจากสัมผัสประสบการณ์ที่น้ำตกแล้ว เราจะกลับไปยังใจกลางเมืองอุจิโกะและเยี่ยมชม COTO COTO คาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอาคารเก่าแก่ในเขตอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ของเมือง ทางร้านจะเสิร์ฟน้ำแข็งไสประจำฤดูกาลในช่วงฤดูร้อน ผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศแบบดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และเพลิดเพลินไปกับน้ำแข็งไสที่ทำจากผลไม้ที่ปลูกในท้องถิ่น เช่น สตรอว์เบอร์รี ลูกพีช หรือบลูเบอร์รี ซึ่งเป็นวิธีคลายร้อนและคืนความสดชื่นหลังจากทำกิจกรรมต่าง ๆ

 

https://uchikogenic.com/en/food/coto-coto/

 

[google map]

 

วันที่ 2 โคชิ: เติมพลังด้วยสายน้ำใสสะอาดและอาหารท้องถิ่น

 

เดินทางต่อจากเอะฮิเมะ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดโคชิในพื้นที่ทางตอนใต้ของชิโกะคุ เมืองโคชิตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นที่รู้จักจากทัศนียภาพทางธรรมชาติที่ตื่นตาตื่นใจ  ทั้งแนวชายฝั่งตระการตาและแม่น้ำที่ใสสะอาด ภายในตัวเมืองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอาทิ ปราสาทโคชิ ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี และตลาดฮิโระเมะที่ผู้มาเยือนสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นหลากหลายได้ในที่เดียว

 

ล่องแก่งในแม่น้ำชิมันโตะ

แม่น้ำชิมันโตะไหลผ่านทางตะวันตกของจังหวัดโคชิ มีความยาวถึง 196 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในชิโกะคุ แม่น้ำสายนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ใสสะอาดที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีกิจกรรมหลากหลายให้เลือก เช่น พายเรือแคนู ยืนพาย SUP Board และล่องแก่ง การร่วมมือกันฝ่าฟันกระแสน้ำเชี่ยวกรากและสัมผัสละอองน้ำเย็น ๆ จากแม่น้ำจะทำให้การล่องแก่งเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

 

[google map]

 

เบอร์เกอร์สูตรพิเศษประจำภูมิภาค

เมืองโคชิอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวัตถุดิบจากภูเขา แม่น้ำ และท้องทะเล นอกจากเมนูอาหารท้องถิ่นแบบดั้งเดิมแล้ว ยังสามารถลิ้มลองวัตถุดิบต่าง ๆ ที่อัดแน่นอยู่ในเมนูเบอร์เกอร์ได้อีกด้วย เดินทางโดยรถยนต์จากบริเวณล่องแก่งผ่านเมืองโคชิไปยังร้าน 5019 PREMIUM FACTORY สาขานันโคะคุ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เมนูมีทั้งเบอร์เกอร์ที่ทำจากวัตถุดิบหลากหลายชนิดจากจังหวัดโคชิ และเบอร์เกอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบได้ตามต้องการ มีจุดเด่นอยู่ที่ก้อนเนื้อบดย่างบนถ่านโทซะบินโชตัน ซึ่งเป็นถ่านขาวพรีเมียมคุณภาพสูงของญี่ปุ่น ลูกค้าสามารถเลือกปรับเปลี่ยนวัตถุดิบของเบอร์เกอร์เป็นผักที่ปลูกเองและซอสต่าง ๆ ได้

 

[google map]

 

เที่ยวบินจากสนามบินโคชิเรียวมะไปยังสนามบินฮาเนดะใช้เวลาประมาณ 90 นาที จากนั้นจะเดินทางกันต่อในโตเกียว

 

ภูมิภาคคันโต—ธรรมชาติที่ไม่ไกลจากมหานคร

 

วันที่ 3 คะนะงะวะและโตเกียว: สัมผัสประสบการณ์ฤดูร้อนในญี่ปุ่น

 

จังหวัดคะนะงะวะอยู่ติดกับโตเกียวเป็นเมืองที่มีทั้งความคึกคักของเมืองท่าระหว่างประเทศในโยโกฮามะและช่องทางที่เข้าถึงธรรมชาติได้อย่างง่ายดายตลอดทุกฤดูกาล มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย อาทิเช่น คามาคุระ เมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้า และฮาโกเนะที่มีชื่อเสียงในเรื่องบ่อน้ำพุร้อน

 

ฮายะมะ

ฮายะมะเป็นเมืองตากอากาศริมทะเลที่อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 90 นาทีโดยรถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะ ฮายะมะมีชื่อเสียงทั้งทางด้านความสวยงามของชายหาดและบรรยากาศสุดหรูหรา อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระตำหนักของราชวงศ์อีกด้วย ผู้คนนิยมเล่นกีฬาทางน้ำกัน เช่น ยืนพาย SUP Board โดยมีคอร์สเรียนและทัวร์สำหรับผู้เริ่มต้นคอยให้บริการด้วย

หลังจากลงเล่นน้ำสักพักแล้ว มุ่งหน้าต่อไปยังบ้านริมหาดตามฤดูกาล ซึ่งในญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อุมิโนะอิเอะ (บ้านทะเล) ที่ตั้งอยู่เรียงรายตามแนวชายฝั่ง บ้านเหล่านี้จะเปิดให้บริการบนชายหาดของญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน และโดยทั่วไปจะให้บริการอาหาร ห้องอาบน้ำ และจุดพักผ่อน ผ่อนคลายในบรรยากาศราวกับรีสอร์ต และนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นชื่นใจหรือรับประทานอาหารไปพร้อมกับรับลมทะเล

 

https://visitkanagawa.jp/th/destination/sup-at-hayama-ocean-sports/1337

 

[google map]

 

ยกแก้วชนที่ลานเบียร์

ลานเบียร์ถือเป็นสิ่งที่คุ้นตากันดีในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่น ให้บริการเบียร์และอาหารกลางแจ้ง ลานเบียร์เหล่านี้จะเปิดให้บริการในสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ดาดฟ้าบนห้างสรรพสินค้าและระเบียงโรงแรมไปจนกระทั่งสวนสาธารณะ และหลาย ๆ แห่งจะให้บริการเครื่องดื่มหรืออาหารแบบไม่อั้นรวมทั้งชุดเมนูอาหารภายในเวลาที่กำหนด

หลังจากเดินทางจากฮายะมะกลับถึงโตเกียวแล้ว แวะไปที่ FOREST BEER GARDEN ในบริเวณสวนเมจิจิงกูไกเอ็น เพลิดเพลินกับการปิ้งย่างบาร์บีคิวและเบียร์เย็น ๆ ท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจี ดื่มด่ำไปกับยามค่ำคืนในช่วงฤดูร้อน สำหรับผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็มีเมนูเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้เลือกดื่มมากมายเช่นกัน

 

[google map]

 

ภูมิภาคโทโฮคุ—วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ถูกฟูมฟักโดยธรรมชาติ

 

วันที่ 4 ฟุคุชิมะ: สัมผัสชีวิตในชนบท

 

จังหวัดฟุคุชิมะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของภูมิภาคโทโฮคุ จึงสามารถเดินทางจากโตเกียวได้สะดวก สถานที่น่าสนใจของจังหวัดนี้ ได้แก่ ภูเขาที่งดงามตระการตา ทะเลสาบ และแหล่งน้ำพุร้อน ตลอดจนอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ เช่น ผลไม้และเหล้าสาเก รวมทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในแถบไอซุ จุดเริ่มต้นของการเดินทางในช่วงนี้ คือ สถานีโคริยามะ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีโตเกียวประมาณ 80 นาทีโดยรถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุ

 

ฟาร์มสเตย์และประสบการณ์ทำเกษตร

 

โนฮาคุ หรือการเข้าพักในฟาร์มและหมู่บ้าน เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เข้าพักอาศัยในชุมชนเกษตรกรรม ชุมชนบนเขา หรือชุมชนชาวประมง เพื่อสัมผัสกับอาหารและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ในพื้นที่ การเข้าไปมีส่วนช่วยทำงานเกษตรและมีปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้านในท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีอาหารประจำพื้นถิ่นได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

Farm & Retreat BANDAI อยู่ห่างจากสถานีโคริยามะโดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง และให้บริการฟาร์มสเตย์ในชนบทโดยรอบทะเลสาบอินะวะชิโระและภูเขาไฟบันได สามารถปรับแผนกิจกรรมการเข้าพักให้เหมาะกับความสนใจของผู้เข้าพักได้ และอาจมีทั้งการเก็บผักตามฤดูกาล ปิ้งย่างด้วยวัตถุดิบในท้องถิ่น และเข้าพักในเกสต์เฮาส์ขนาดเล็ก การได้ลิ้มรสผักที่ลงมือเก็บเองกับมือในระหว่างการปิ้งย่างยามเย็นอาจเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำอีกช่วงหนึ่งของการเดินทางนี้

 

[google map]

 

วันที่ 5 ฟุคุชิมะ: สำรวจบึงสีดุจอัญมณี

 

บึงโกะชิคินุมะ

โกะชิคินุมะเป็นชื่อเรียกของกลุ่มบึงขนาดน้อยใหญ่กว่า 30 แห่ง ซึ่งเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟบันได  บริเวณนี้เป็นที่รู้จักเรื่องน้ำที่จะมีสีสันแตกต่างกันไปตามฤดูกาล สภาพอากาศ และแสงสว่าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยงามที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในฟุคุชิมะ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติบันได-อาซาฮิ
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุระบันไดเป็นจุดเริ่มต้นที่สะดวกสำหรับการออกสำรวจพื้นที่ ซึ่งอยู่ห่างจาก Farm & Retreat BANDAI ประมาณ 30 นาทีโดยรถยนต์ เส้นทางเดินเขาได้รับการดูแลอย่างดี มีความลาดชันไม่มากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ปีนเขาเป็นครั้งแรก บึงบิชะมงนุมะอยู่ใกล้กับปลายทางเส้นทางด้านหนึ่ง ซึ่งผู้มาเยือนสามารถเช่าเรือพายได้ และจากพื้นผิวน้ำนี้เอง เปิดโอกาสให้ดื่มด่ำกับทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาไฟบันไดอย่างใกล้ชิดเหนือพื้นผิวสีเขียวมรกต  หลังจากเสร็จกิจกรรมการเดินแล้ว สามารถขึ้นรถประจำทางท้องถิ่นกลับไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

 

[google map]

 

พักค้างคืนที่รีสอร์ตบ่อน้ำพุร้อนในอุระบันไดทางด้านเหนือของภูเขาไฟบันได

 

วันที่ 6 อะโอโมริ: สัมผัสความน่าตื่นเต้นของงานเทศกาลฤดูร้อน

 

จังหวัดอะโอโมริตั้งอยู่ทางเหนือสุดของเกาะฮนชูและมีทะเลล้อมรอบสามด้าน สถานที่น่าสนใจ ได้แก่ ชิราคามิซันจิ แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโก หุบเขาโออิระเซะอันงดงาม และปราสาทฮิโระซะกิอันเก่าแก่ เทศกาลอะโอโมริ เนบุตะจัดขึ้นในทุกช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลฤดูร้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น

เดินทางโดยรถยนต์จากอุระบันไดกลับไปยังสถานีโคริยามะ แล้วเดินทางขึ้นเหนือด้วยรถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุ จากนั้นเปลี่ยนรถไฟที่สถานีเซ็นไดเพื่อไปยังสถานีฮาชิโนะเฮะ แล้วขึ้นรถไฟท้องถิ่นไปยังสถานีมิซาวะ

 

Aomoriya by Hoshino Resorts

Aomoriya by Hoshino Resorts เป็นรีสอร์ตบ่อน้ำพุร้อน อยู่ห่างจากสถานีมิซาวะเพียง 3 นาทีโดยรถรับส่ง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุดของจังหวัดอะโอโมริ ตั้งแต่อาหารและเทศกาลท้องถิ่นไปจนกระทั่งงานหัตถกรรมดั้งเดิม ลานภายในตัวอาคารของรีสอร์ตเต็มไปด้วยของประดับตกแต่งหลากสีสันในงานเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้คึกคักไปทั่วทั้งบริเวณ ผู้เข้าพักสามารถลองเล่นเกมในงานเทศกาล ประดิษฐ์พัดกลมแบบดั้งเดิมด้วยตนเอง และร่วมสนุกกับการระบำยามเย็น พร้อมเสียงโห่ร้องสอดรับเป็นจังหวะอย่างคึกคักในงานเทศกาล

หลังอาหารเย็น แช่น้ำพุร้อนธรรมชาติเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทาง ในระหว่างการเข้าพัก อาจลองพิจารณาไปเที่ยวชมหุบเขาโออิระเซะ ซึ่งมีเส้นทางเดินเขาเลียบแม่น้ำผ่านป่าอันเขียวชอุ่ม

 

https://aomori-tourism.com/en/spot/detail_8028.html

 

[google map]

 

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาทีโดยรถรับส่งจาก Aomoriya ไปยังสนามบินมิซาวะ

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages