HOME Back

Use the

Planning a Trip to Japan?

Share your travel photos with us by hashtagging your images with #visitjapanjp

5 สถานที่ชมปีศาจหิมะ พร้อมลานสกีใกล้ๆ

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นมีปรากฏการณ์ธรรมชาติหนึ่งที่สวยอลังการจนถูกเรียกว่า “ปีศาจหิมะ” (Snow Monsters) หรือ “จูเฮียว (Juhyo)” นั่นคือช่วงเวลาที่ต้นไม้นับพันต้นถูกปกคลุมด้วยหิมะจากลมหนาวแรงจัด จนเกิดเป็นรูปร่างพิลึกพิลั่นเหมือนสัตว์ประหลาดยักษ์ยืนเรียงกันบนภูเขา เป็นภาพที่หาดูได้ไม่กี่แห่งในโลก และต้องอาศัยสภาพอากาศเฉพาะตัวเท่านั้น

 

จูเฮียว (Juhyo) คือ

จูเฮียว (樹氷) คือ การจับตัวของ “น้ำแข็ง + หิมะ + ลม” บนต้นไม้ที่อยู่ในพื้นที่หนาวจัด อุณหภูมิติดลบแรงๆ และมีกระแสลมที่พัดละอองน้ำขึ้นมาจากหุบเขาไปเกาะแข็งบนกิ่งไม้เรื่อยๆ จนเกิดเป็นรูปทรงมหึมา เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์หายากที่สร้างทิวทัศน์เหนือจริงราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซี

 

ช่วงเวลาที่สามารถชมจูเฮียว (Juhyo)

ปีศาจหิมะ (Snow Monsters) หรือ จูเฮียว (Juhyo) จะสวยเป็นพิเศษในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพราะอุณหภูมิมักลดลงถึงประมาณ –10°C ถึง –15°C ประกอบกับลมหนาวที่พัดมาจากฝั่งทะเลญี่ปุ่น ทำให้ก้อนน้ำแข็งเกาะตัวบนต้นไม้ได้หนา และมีรูปทรงใหญ่เป็นพิเศษ แม้ว่าจะยังสามารถชมได้ต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม แต่ถือว่าเป็นช่วง ท้ายฤดู ซึ่งรูปทรงของจูเฮียวจะเริ่มเตี้ยลง และไม่สมบูรณ์เท่าช่วงพีค

 

การแต่งกาย และสภาพอากาศ

อุณหภูมิบนภูเขาที่มีปีศาจหิมะ (Snow Monsters) หรือ จูเฮียว (Juhyo) มักอยู่ที่ –10°C ถึง –20°C หรือบางวันต่ำกว่านั้น ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อมดังนี้
➤เสื้อกันหนาวแบบ กันลม กันน้ำ
➤กางเกงสกี หรือกางเกงกันหนาวแบบบุขน
➤ถุงมือแบบกันลม
➤หมวกไหมพรม, ผ้าปิดคอ
➤รองเท้าบู๊ทกันลื่น (บางสถานที่มีให้เช่า)
➤แว่นตากันลม หรือกันหิมะ
➤แผ่นความร้อน (Kairo)

 

ฤดูหนาวนี้ออกไปสัมผัสความอลังการของ ปีศาจหิมะ (Snow Monsters) หรือ จูเฮียว (Juhyo) หนึ่งในปรากฏการณ์สุดมหัศจรรย์ที่มีให้เห็นเพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น พร้อมลานสกีคุณภาพดีอยู่ใกล้ๆ ให้สนุกได้ครบในที่เดียว ทั้งการนั่งโรปเวย์ลอยเหนือป่าหิมะยักษ์ ชมวิวเหนือจริงราวโลกแฟนตาซี และสัมผัสธรรมชาติหนาวจัดแบบใกล้ชิด

 

ฮอกไกโด (Hokkaido)

 

อาซาฮิดาเคะ (Asahidake)


 

 

อาซาฮิดาเคะ (Asahidake) คือภูเขาที่มีความสูงที่สุดในฮอกไกโด (Hokkaido) บนความสูงกว่า 2,290 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง (Daisetsuzan National Park) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถมาเที่ยวได้ในทุกฤดูกาล และหนึ่งในฤดูกาลที่ได้รับความนิยมสูงก็คือฤดูหนาว ภูเขาทั้งลูกจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สวยงามเกินกว่าจะอดใจไหวที่จะไม่เดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่

จุดที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่เพียงแค่หิมะที่ปกคลุมโดยรอบตลอดไปจนถึงยอดเขา แต่เป็นหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้รอบภูเขาจนมีหน้าตาเหมือนเป็นกลุ่มปีศาจหิมะ (Snow Monster) โดยเฉพาะเวลาที่อยู่บนกระเช้าไฟฟ้าจะสามารถพบเห็นได้ตลอดการเดินทาง

 

ช่วงเวลาที่มีหิมะสวยที่สุด

หากต้องการชมหิมะสวย ๆ บนอาซาฮิดาเคะ (Asahidake) ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคมจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงเวลาที่มีหิมะสวยที่สุด

 

จุดถ่ายรูปแนะนำ

・กระเช้าไฟฟ้าอาซาฮิดาเคะ (Asahidake Ropeway)
เป็นจุดที่สามารถมองเห็นความสวยงามของปีศาจหิมะ (Snow Monster) ได้ชัดเจนที่สุด โดยจะใช้เวลาการเดินทาง 2.3 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีต่อเที่ยว
・จุดชมวิวไดอิจิ (Daiichi Observatory)
เนื่องจากเขาอาซาฮิดาเคะ (Asahidake) ยังเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ทำให้ยังมีความร้อนจนเกิดเป็นไอน้ำโพยพุ่งขึ้นมาหลายจุด ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามที่นักท่องเที่ยวทุกคนต่างตื่นเต้นและถ่ายภาพกันมากมาย
・ชมแสงอาทิตย์ยามเย็นบริเวณสถานี Sagatami
ในช่วงเวลาก่อนกระเช้าไฟฟ้าอาซาฮิดาเคะ (Asahidake Ropeway) เที่ยวสุดท้ายในเวลา 15:40 (เฉพาะฤดูหนาว) จะสามารถชมแสงอาทิตย์ยามเย็นได้อย่างสวยงาม มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “Light Pillar Phenomenon” ซึ่งจะเป็นปรากฏการณ์ที่แสงอาทิตย์เกิดแสงแฟลร์เป็นแนวตั้งเหมือนเสาไฟในขณะถ่ายภาพ

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

・เดินป่าด้วยรองเท้าหิมะ (Snow Trekking)
เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สายเดินเล่นไม่ควรพลาด เพราะเป็นการเดินชมวิวของภูเขาโดยรอบอย่างเพลิดเพลินในระยะทางประมาณ 1.7 กิโลเมตร สามารถเช่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้จากศูนย์นักท่องเที่ยวอาซาฮิดาเคะ (Asahidake Visitor Center)

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.asahidake-vc-2291.jp/foreign/rental_goods/

・เล่นสกีและสโนว์บอร์ดบนเส้นทางธรรมชาติ (Backcountry Ski & Snowboard)
เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนชื่นชอบ เป็นลานสกีจากหิมะตามธรรมชาติ ไม่มีการปรับพื้นที่ใด ๆ และมีความชันสูง ไม่มีพิสต์ (Piste) หรือเส้นทางสกีที่ชัดเจน เหมาะกับนักเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดระดับกลางถึงสูง

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://backcountryskijapan.com/ski-asahi-dake

・อาซาฮิดาเคะ อนเซ็น (Asahidake Onsen)
แช่อนเซ็นหลังเจออากาศหนาวหรือหลังการเล่นสกี โดยน้ำพุร้อนของที่นี่ประกอบไปด้วยแร่ซัลเฟตที่ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย และกรดเมตาซิลิซิกที่ช่วยเรื่องผิวสวยและความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นจุดเด่นของน้ำพุร้อนบริเวณนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.visit-hokkaido.jp/en/spa/spot/detail_10603.html

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

เบียร์อาซาฮิดาเคะ (Asahidake Beer)
คราฟเบียร์ที่มีขายเฉพาะสถานที่แห่งนี้เท่านั้น กระป๋องสีสวยสดใส รสชาตินุ่มนาล สดชื่น ดื่มง่าย ใช้น้ำบริสุทธิ์จากหิมะบนเขาอาซาฮิดาเคะ (Asahidake) ที่สะอาดและอุดมไปด้วยแร่ธาตุมากมาย หาซื้อได้ที่ร้าน Sanroku Station Restaurant - Alpen Flora

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tabelog.com/en/hokkaido/A0104/A010405/1050538/

ข้าวราดแกงกะหรี่และผักท้องถิ่น (Curry with Seasonal Vegetable)
คือเมนูข้าวแกงกะหรี่ที่ใช้ผักท้องถิ่นตามฤดูกาลจากเมืองฮิงาชิคะวะ (Higashikawa) มีรสขาติเข้มข้นจากน้ำแกงกะหรี่สำเข้มและผักที่สดใหม่ตามฤดูกาล เสิร์ฟพร้อมน้ำซุป สามารถลิ้มลองได้ที่ Sanroku Station Restaurant สถานีด้านล่าง

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://hokkaido-treasure.com/column/136/

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/CEgdcwAaKJqg4asd7

 

ที่อยู่ Asahidake Visitor Center
Higashikawa, Kamikawa, Hokkaido
การเดินทาง จากสถานี Sapporo โดยสารรถไฟ Soya-Sarobetsu ลงสถานี Asahikawa ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 28 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟบัสสาย 66 Asahidake Line ลงป้าย Hotel Bear Monte Mae ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 39 นาที เดินต่ออีก 1 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.asahidake-vc-2291.jp/
https://asahidake.hokkaido.jp/ja/
https://thegate12.com/jp/article/457
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.asahidake-vc-2291.jp/foreign/
https://asahidake.hokkaido.jp/en/
https://www.visit-hokkaido.jp/en/spot/detail_10173.html
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://asahidake.hokkaido.jp/th/
https://travel.trueid.net/detail/VXowwWRVb6qX

 

โฮชิโนะ โทมะมุ รีสอร์ต (Hoshino Resorts TOMAMU)


 

©Hoshino Resorts TOMAMU

 

โฮชิโนะ โทมะมุ รีสอร์ต (Hoshino Resorts TOMAMU) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองซัปโปโร (Sapporo) บนเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) โดยบริเวณรีสอร์ทตั้งอยู่กลางแนวภูเขาทำให้เมื่อหิมะขาวปกคลุม ภูเขา และป่าสนรอบ ๆ กลายเป็นวิวอันงดงามเหมือนอยู่ในเทพนิยายหิมะ

ที่นี่เป็นรีสอร์ทที่เป็นที่ชื่นชอบของนักเล่นสกี เพราะในฤดูหนาวรีสอร์ทจะเปิดลานสกีให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัส “Powder Snow” คุณภาพดีจากฮอกไกโด

 

ลานสกี

ที่โฮชิโนะ โทมะมุ รีสอร์ต (Hoshino Resorts TOMAMU) เป็นรีสอร์ทเพียงแห่งเดียวทีมีสกีคอร์สทั้งหมด 29 เส้นทางเป็นของตัวเอง ซึ่งครอบคลุมทั้งระดับเริ่มต้น กลาง และระดับสูง ตอบโจทย์ทั้งคนที่เพิ่งหัดสกี และผู้ที่เชี่ยวชาญอยู่แล้ว พร้อมทั้งยังมีโรงเรียนสกี-สโนว์บอร์ดสำหรับผู้เริ่มต้น พร้อมครูผู้สอนที่ได้รับการรับรอง มีคอร์สกลุ่ม และคอร์สส่วนตัวให้เลือก โดยมีอุปกรณ์ให้ยืมครบ ถ้าคุณมาแบบมือเปล่า ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์

 

ช่วงเวลาเปิด-ปิดลานสกี

ฤดูสกีของโฮชิโนะ โทมะมุ รีสอร์ต (Hoshino Resorts TOMAMU) โดยทั่วไปเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม และสิ้นสุดราวต้นเดือนเมษายน (แต่ระยะอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพหิมะ)
สำหรับฤดู 2025-2026 ลานสกีเปิดให้บริการตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2025 – 5 เมษายน 2026 และมีช่วงเวลาทำการคือ ประมาณ 09:00–16:00 น. (บางวันถึง 16:30 ขึ้นกับฤดูกาล/เดือน)

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

แม้ว่าไม่ได้เล่นสกี หรือสโนว์บอร์ด ที่นี่ก็มีหลากหลายกิจกรรมหิมะ และกิจกรรมฤดูหนาวให้ได้ทำตลอดทั้งวัน เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าเด็ก ครอบครัว หรือคู่รัก อาทิ

・Ice Village
หมู่บ้านน้ำแข็งสุดแฟนตาซีที่มีแค่เฉพาะฤดูหนาว ภายในมีโบสถ์น้ำแข็งไร้รอยต่อที่แกะสลักออกมาจากน้ำแข็งก้อนยักษ์ทั้งชิ้น, บาร์น้ำแข็ง,โรงแรมน้ำแข็งที่เราสามารถเข้าพักได้จริง, กิจกรรมสไลด์หิมะ และเล่นหิมะ ท่ามกลางบรรยากาศหนาวจัดและวิวหิมะที่สวยราวกับในหนังเทพนิยาย

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowtomamu.jp/winter/en/icevillage/

・สโนว์คาร์ท (Snow Kart)
สำหรับเด็ก ๆ ที่อยากลองความเร็วแบบไม่ต้องสกี มีทางลงยาวกว่า 4,200 เมตร โลดแล่นอย่างปลอดภัย

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowtomamu.jp/winter/en/ski/ski-slope/snowcart/

・ขี่สโนว์โมบิลท่ามกลางหิมะ (Snowmobiling)
สำหรับสายแอดเวนเจอร์ที่อยากสัมผัสความเร็ว และความแปลกใหม่ เพลิดเพลินไปกับลานหิมะกว้างใหญ่ และธรรมชาติอันขาวโพลน มีเส้นทางให้เลือกตั้งแต่ 3 กิโลเมตร หรือ 8 กิโลเมตร และคอร์สสำหรับเด็กด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowtomamu.jp/winter/en/activity#id16

・เดินป่าฤดูหนาวด้วยรองเท้าหิมะ (White Forest Easy Snow Hike)
กิจกรรมเดินป่าฤดูหนาวด้วยรองเท้าหิมะ จะพานักท่องเที่ยวลุยป่า และเนินเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะนุ่มฟู เดินขึ้น เบา ๆ ไถลลงแบบสนุก ๆ ไกด์ท้องถิ่นจะพาแนะนำธรรมชาติ และร่องรอยสัตว์ป่า ก่อนปิดท้ายด้วยชาอุ่น และขนมหวานกลางป่าหิมะ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowtomamu.jp/winter/en/activity/10456

・สโนว์แทรคเตอร์ (CAT Tour)
กิจกรรม CAT Tour จะพาคุณขึ้นสโนว์แทรคเตอร์สู่ภูเขาคะริฟุริ (Mt. Karifuri) สูง 1,323 เมตร เพลิดเพลินกับสโลปธรรมชาติหลากรูปแบบ ทั้งโซนโล่งกว้าง และเส้นทางป่าเบา ๆ พร้อมระดับความต่างสูงรวมกว่า 4,000 เมตร

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowtomamu.jp/winter/en/ski/ski-slope/cat/

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

Jingisukan King
ร้านจิงกิสข่านใน Hoshino Resort Tomamu เด่นที่เนื้อแกะสด นุ่ม ไม่มีกลิ่นสาบ และมีเนื้อกวางเอโซะให้ลอง และยังมีเมนูอื่น ๆ สำหรับคนที่อยากลองทานอาหารฮอกไกโด

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://genghiskhanking.com

Kumo Café
คาเฟ่บน Unkai Terrace จุดชมทะเลหมอกอันลือชื่อ มีเครื่องดื่ม และขนมหวานน่ารัก ๆ ออกแบบเป็นรูปก้อนเมฆ สีขาว–ฟ้า ถ่ายรูปสวย พร้อมวิวธรรมชาติสุดอลัง

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowtomamu.jp/winter/restaurant/tenbou.php

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/AhG5Nwy3S7AkDQzM8

 

ที่อยู่ Hoshino Resorts TOMAMU
Nakatomamu, Shimukappu, Yufutsu District, Hokkaido
การเดินทาง จากสถานี Shin-chitose Airport โดยสารรถไฟ JR Hokkaido Airport Rapid ลงสถานี Minami-Chitose ใช้เวลา 3 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Tokachi ลงสถานี Tomamu ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 5 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.snowtomamu.jp/winter/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.snowtomamu.jp/winter/en/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

อาโอโมริ (Aomori)

 

ฮักโกดะ (Mt. Hakkoda)


 

 

ภูเขาฮักโกดะ (Mt. Hakkoda) ตั้งอยู่ในจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) เหนือสุดของภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงฤดูหนาว ที่จะสามารถพบเห็นปีศาจหิมะ (Snow Monster) ได้อย่างสวยงาม และยังมีความน่ามหัศจรรย์จากกำแพงน้ำแข็ง (Snow Corridor) ให้ชมในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย
ภูเขาฮักโกดะ (Mt. Hakkoda) เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปริมาณหิมะมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในฤดูหนาวที่มีคนหมายปองมาท่องเที่ยวสัมผัสกับหิมะสวย ๆ กันมากที่สุดแห่งหนึ่ง

 

ช่วงเวลาที่มีหิมะสวยที่สุด

ภูเขาฮักโกดะ (Mt. Hakkoda) ในฤดูหนาวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ในหลายช่วงเวลา
・ปลายเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ สามารถชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) ได้ชัดเจนที่สุด และเหมาะแก่การเล่นสกีด้วยเช่นกัน
・ปลายเดือนมีนาคม - เดือนเมษายน สามารถชมกำแพงน้ำแข็ง (Snow Corridor) ได้อย่างสวยงาม

 

จุดถ่ายรูปแนะนำ

ฮักโกดะ โรปเวย์ (Hakkoda Ropeway) เป็นจุดชมวิว ถ่ายภาพ และชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) จากมุมสูง ทั้งจากภายในกระเช้าและบริเวณสถานีด้านบนเขาซึ่งจะเป็นวิวแบบมุมกว้างที่สวยงามอลังการ และยังสามารถถ่ายภาพใกล้ชิดกับปีศาจหิมะ (Snow Monster) ได้อีกด้วย

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

・ฮักโกดะ โรปเวย์ (Hakkoda Ropeway)
นั่งกระเช้าไฟฟ้ามชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) ที่อยู่เบื้องล่างเหมือนพรมตลอดเส้นทางกว่า 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ขึ้นสู่ความสูง 1,324 เมตร

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://hakkoda-ropeway.jp/en/fare_time/

・เดินป่าหิมะชมปีศาจหิมะ (Hakkoda Snowshoe Trekking)
กิจกรรมการใส่รองเท้าเดินหิมะ และเดินตะลุยป่าหิมะชมวิวที่สวยงามและชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) ได้อย่างใกล้ชิด ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงพร้อมกับกับไกด์ส่วนตัว สามารถเดินทางได้ตั้งแต่ 1 - 7 คน ควรจองล่วงหน้า

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://matatabi-club.com/tour/2542.html

・แช่อนเซ็นที่สุคะยุ อนเซ็น (Sukayu Onsen)
อนเซ็นเก่าแก่ที่มีบ่ออนเซ็นไม้ที่จุดได้สูงสุดถึง 1,000 คน เป็นบ่อแบบรวม แต่ไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่ก็มีบ่อแยกชายหญิงให้บริการด้วยเช่นกัน

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://aomori-tourism.com/en/spot/detail_16.html

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

ยูคิมุโระ แอปเปิ้ล (Yukimuro Apple)
แอปเปิลที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร โดยการนำแอปเปิลที่เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงมาฝังไว้ใต้หิมะหนา หรือเก็บในห้องแช่เย็นธรรมชาติที่คลุมด้วยหิมะ (Yukimuro) ตลอดฤดูหนาว เพื่อรักษาความสดใหม่ไว้จนถึงฤดูใบไม้ผลิ มีรสหวานแหลมและกลมกล่อมกว่า และมีเนื้อกรอบและฉ่ำ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tohoku-kizunamatsuri.jp/special/en/2023/03/10/post-3715/2/

แกงกะหรี่เนื้อวัวฮักโกดะ (Hakkoda Beef Curry)
แกงกะหรี่ที่โดดเด่นด้วยการใช้เนื้อวัวฮักโกดะ (Hakkoda Beef) ซึ่งเป็นวัวสายพันธุ์พื้นเมืองที่เลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติ นำมาเคี่ยวกับเครื่องเทศจนได้รสชาติที่เข้มข้น

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://hakkodagyu.com/

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/9MXxWLWXxUo1yp7R6

 

ที่อยู่ Hakkoda Ropeway
Kansuizawa, Arakawa, Aomori
การเดินทาง จากสถานี Aomori โดยสารรถบัส Towada North Line ลงป้าย Ropeway Station (Mt. Hakkoda) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://hakkoda-ropeway.jp/
https://aomori-tourism.com/spot/detail_2056.html
https://www.tohokukanko.jp/attractions/detail_1674.html
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://hakkoda-ropeway.jp/en/
https://www.japan.travel/en/sports/snow/snow-travel/hakkoda-snow-monsters/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

อาโอโมริ สปริงค์ สกีรีสอร์ท (Aomori Spring Ski Resort)


 

 

อาโอโมริ สปริงค์ สกีรีสอร์ท (Aomori Spring Ski Resort) สกีรีสอร์ทครบวงจร ตั้งอยู่บนเชิงเขาอิวะคิ (Mt. Iwaki) ทางตอนเหนือจังหวัดอาโอโมริ (Aomori) เมื่อขึ้นกระเช้าลอยฟ้าไปถึงระดับสูงสุดที่ 921 เมตร จะพบกับวิวสุดตระการตาของที่ราบทสึกะรุ (Tsugaru Plain) และทะเลญี่ปุ่นกว้างใหญ่ เป็นภาพวิวที่ผสานระหว่างภูเขา ป่าไม้ และทะเลอย่างลงตัว พร้อมด้วยสภาพหิมะที่ยอดเยี่ยมตลอดฤดู จึงสามารถเพลิดเพลินกับลานสกี และวิวสวยได้เต็มที่

 

ลานสกี

ที่อาโอโมริ สปริงค์ สกีรีสอร์ท (Aomori Spring Ski Resort) มีคอร์สสกีให้เลือกมากถึง 14 เส้นทาง กระจายอยู่บนภูเขาอิวะคิ (Mt. Iwaki) โดยแต่ละเส้นมีระดับความยากแตกต่างกันไป ตั้งแต่คอร์สพื้นฐานสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงเส้นทางระดับกลาง–สูงที่ท้าทายมากขึ้น เหมาะกับนักสกีทุกสไตล์ที่อยากสนุกกับหิมะคุณภาพดีของอาโอโมริ (Aomori)

หากต้องการเรียนรู้ หรือพัฒนาทักษะ ที่นี่มีโรงเรียนสกี และสโนว์บอร์ด (Ski & Snowboard School) พร้อมครูผู้สอนมืออาชีพที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งคลาสแบบกลุ่ม และแบบตัวต่อตัว ให้ผู้เล่นทุกระดับสามารถฝึกได้อย่างมั่นใจ และสนุกมากขึ้น

ส่วนคนที่ยังไม่มีอุปกรณ์ก็มาได้แบบไม่ต้องเตรียมตัวมาก เพราะรีสอร์ทมีบริการ เช่าอุปกรณ์ครบชุด ไม่ว่าจะเป็นสกี สโนว์บอร์ด รองเท้าบูท ไปจนถึงเสื้อผ้ากันหนาวต่าง ๆ ให้บริการที่ Gondola Station ตั้งแต่เวลา 08:30–16:00 น.

 

ช่วงเวลาเปิด-ปิดลานสกี

ฤดูสกีของอาโอโมริ สปริงค์ สกีรีสอร์ท (Aomori Spring Ski Resort) ในปี 2025-2026 เริ่มประมาณ 14 ธันวาคม 2025 ไปจนถึงต้นเดือน 5 เมษายน 2026 ขึ้นกับสภาพหิมะ และอากาศ
ช่วงเวลาเปิดลานโดยทั่วไปในแต่ละวันอยู่ราว 08:30 – 16:00 สำหรับช่วงกลางวัน

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

อาโอโมริ สปริงค์ สกีรีสอร์ท (Aomori Spring Ski Resort) ไม่ได้มีแค่ลานสกีเท่านั้น แต่ยังมีหลากหลายกิจกรรมหิมะ และโซนพิเศษให้คุณได้สัมผัสฤดูหนาวในแบบครบเครื่อง อาทิ

・Terrain Park & Half-Pipe / Park & Pipe
โซนที่สายฟรีสไตล์ต้องชอบ มีจัมป์ ไม้ราว (rails/boxes), ฮิปส์, half-pipe ขนาดใหญ่ (22 ฟุต) เหมาะสำหรับฝึกท่า หรือเล่นแบบชิลล์ได้ทั้งวัน

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://aomorispring.com/ski/park-pipe/

・คอร์สเดินป่าหิมะ (Backcountry Tours & Snowshoe Hiking)
คอร์สเดินป่าหิมะด้วยรองเท้าหิมะ ผ่านทางเต็มไปด้วยเสน่ห์ของภูเขาอิวะคิ (Mt. Iwaki) และความงามของหิมะทางเหนือ ถ้าอยากยกระดับความท้าทาย แนะนำ Guided Backcountry Tour ที่ไกด์จะพาออกนอกพื้นที่รีสอร์ทสู่โซนเหนือแนวต้นไม้ของภูเขาอิวะคิ (Mt. Iwaki) ชมปีศาจหิมะ (snow monsters) รูปร่างแปลกตา ชมวิวทะเลญี่ปุ่นจากมุมสูงแบบพาโนรามา
ทุกเส้นทางนำโดยไกด์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก JMGA และเป็นสมาชิก Shirakami Guide Association จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัย และประสบการณ์ที่เป็นมืออาชีพ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://aomorispring.com/ski/guided-tours

・แช่อนเซ็น (Rockwood Open-Air Onsen)
อนเซ็นกลางแจ้งของรีสอร์ทที่ขึ้นชื่อทั้งวิวทะเลญี่ปุ่นสุดกว้าง และคุณภาพของน้ำแร่ชั้นดี บ่อในร่ม–กลางแจ้งแยกชายหญิงใช้น้ำพุธรรมชาติจากแหล่ง Ajigasawa Kogen Onsen ที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดข้อ และฟื้นตัวจากการออกกำลังกายได้อย่างดี เหมาะสำหรับการพักกายพักใจหลังเล่นสกี หรือหลังออกรอบกอล์ฟ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://aomorispring.com/onsen

・ตีกอล์ฟ (Aomori Spring Golf Course)
สนาม Aomori Spring Golf Course 18 หลุม ตั้งอยู่ท่ามกลางวิวภูเขาอิวะคิ (Mt. Iwaki) โดดเด่นด้วยเลย์เอาท์ที่ท้าทาย และแฟร์เวย์กว้างสวยงาม เหมาะทั้งผู้เล่นจริงจัง และคนที่อยากมาเพลิดเพลินกับกีฬา พร้อมบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://aomorispring.com/golf/course

・เส้นทางปีนเขาอิวะคิ (Mount Iwaki Climbing)
เส้นทาง Nagadai Course เคยเป็นถนนท้องถิ่นสำคัญที่ใช้สำหรับเดินแสวงบุญ และขนฟืนตั้งแต่ยุคก่อนปี 1950 เมื่อเดินขึ้นไปยังสันเขาอิวะคิ (Mt. Iwaki) ผ่านทางรีสอร์ท จะได้เห็นวิวที่ราบทสึกะรุ (Tsugaru Plain) ทะเลญี่ปุ่น และแม้แต่ฮอกไกโดลิบ ๆ พร้อมเทือกเขาชิราคามิ (Mt. Shirakami) ทางทิศตะวันตก
เส้นนี้เป็นหนึ่งใน 5 เส้นทางปีนเขาที่มีความชันค่อนข้างสบาย ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งก็สามารถถึงยอดเขาได้

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://aomorispring.com/activities/岩木山登山

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

Sanroku restaurant Rest house Hakkouda
ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นใกล้จุดขึ้น Hakkoda Ropeway เน้นจำหน่ายเมนูทานง่าย อาทิ ข้าวแกงกะหรี่ โชยุราเมน อูด้ง ข้าวหน้าหมูทอด เหมาะแก่การแวะมาทานระหว่างรอเวลาขึ้นกระเช้า

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.hakkouda-p.com/pg513.html

Restaurant Kamikochi
ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังกับเมนู Gyu Bara Yaki เนื้อย่างกระทะร้อน เสิร์ฟเป็นกระทะใหญ่ให้ผัดเองกับหัวหอม มาเป็นเซตพร้อมข้าว และซุป นอกจากนี้ยังมีเมนูง่าย ๆ อย่างแกงกะหรี่ เกี๊ยวซ่า และราเมงให้เลือก

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tabelog.com/en/aomori/A0201/A020104/2006060/

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/g6APYRA1czHuhbkb9

 

ที่อยู่ Aomori Spring Ski Resort
75-2 Nishiiwakiyama, Nagadairamachi, Ajigasawa, Nishitsugaru, Aomori
การเดินทาง จากสถานี Aomori โดยสารรถไฟ JR Ouu Main Line ลงสถานี Hirosaki ใช้เวลา 45 นาที จากนั้นโดยสารรถแท็กซี่ ใช้เวลา 40 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://aomorispring.com/ja/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://aomorispring.com/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

ยามากาตะ (Yamagata)

 

ซะโอ อนเซ็น (Zao Onsen)


 

 

ภูเขาซะโอ (Mt. Zao) เป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงอย่างมากจากการเป็นสถานที่ชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) ที่สวยและยิ่งใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ในจังหวัดยามากาตะ (Yamagata) อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมลานสกีมากมาย และยังมีเมืองอนเซ็นขนาดใหญ่ให้ได้มาท่องเที่ยว ซะโอ (Zao) สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่จะได้รับความนิยมสูงสุดในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

 

ช่วงเวลาที่มีหิมะสวยที่สุด

สำหรับช่วงเวลาของการชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) ที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ - ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

จุดถ่ายรูปแนะนำ

・บริเวณรอบ ๆ สถานีกระเช้าไฟฟ้า Jizo Sancho จะสามารถชม ปีศาจหิมะ (Snow Monster) ได้จากมุมสูง และยังสามารถถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิดในบริเวณโดยรอบ
・ห้ามพลาดกับการถ่ายภาพปีศาจหิมะ (Snow Monster) ที่มีการจัดไฟประดับในยามค่ำคืน ซึ่งจะให้อารมณ์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

・Zao Snow Monsters Light-up
การแสดงไฟยามค่ำคืน เปิดไฟระหว่างเวลา 17:00 น. - 21:00 น. เป็นการเปิดไฟหลากสี แต่งเติมบรรยากาศให้ดูสนุกสนานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี Night Cruiser รถตะลุยหิมะ ที่จะพานักท่องเที่ยวเข้าไปชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) ยามค่ำคืนได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.visityamagata.jp/en/event-zao-snowmonsterlightup-en/

・ซาโอะ อนเซ็น (Zao Onsen)
อนเซ็นเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) อนเซ็นที่นี่มีความเป็นกรดสูง ขึ้นชื่อเรื่องเป็น “น้ำพุร้อนแห่งความงาม”

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.zao-spa.or.jp/english/about/

・เดินเทรกกิ้งบนหิมะผ่านกลุ่มปีศาจหิมะ (Snow trekking)
ตลอดเส้นทาง เพลิดเพลินไปกับการเดินเล่นและถ่ายภาพอย่างสนุกสนานตลอดการเดินทาง มีหลายคอร์สหลายเส้นทางให้ได้เลือก

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.visityamagata.jp/taiken-zao-snowtrekking/

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

อิโมนิ โซบะ (Imoni Soba)
เป็นเมนูเส้นท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดยามากาตะ (Yamagata) ซึ่งเป็นการนำของดีประจำจังหวัด 2 อย่างมารวมกัน คือ "อิโมนิ" (ซุปเผือก) และ "เส้นโซบะ" เป็นเมนูแปลกใหม่น่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://yamagatakanko.com/en/local-foods

อิกะโมจิ (Igamochi)
เมนูที่สามารถหาทานได้ที่ร้าน Igamochi no Sato Sanbe โดยโมจิของที่นี่จะเป็นโมจิไส้ถั่วแดงกวน ประดับด้วยเม็ดข้าวสีเหลืองที่สื่อถึงดอกข้าว และเสิร์ฟบนใบไผ่เพื่อความสวยงาม ป้องกันการบูดจากธรรมชาติ และเพิ่มกลิ่นหอมให้กับขนมโมจิได้อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://japantravel.navitime.com/en/area/jp/spot/02301-pn0003081/

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/3YBejCioNQz8Xijm7

 

ที่อยู่ Zao Sanroku Ropeway Station
229-3 Zaoonsen, Yamagata
การเดินทาง จากสถานี Yamagata โดยสารรถบัส Z90/C2 ลงป้าย Zao Onsen Bus Terminal ใช้เวลา 37 นาที เดินต่ออีก 9 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://zaoropeway.co.jp/winter/index.php
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://zaoropeway.co.jp/winter/en.php
https://www.zao-spa.or.jp/english/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.japan.travel/th/th/newsletter/the-two-faces-of-mount-zao/
https://www.japan.travel/th/spot/418/

 

ซะโออนเซ็น สกีรีสอร์ท (Zao Onsen Ski Resort)


 

 

ซะโออนเซ็น สกีรีสอร์ท (Zao Onsen Ski Resort) ตั้งอยู่ในเมืองซะโออนเซ็น (Zao Onsen) ยามากาตะ (Yamagata) บนพื้นที่ภูเขา และธรรมชาติที่รายล้อม พร้อมที่พักให้เลือกมากกว่า 80 แห่ง ทั้งโรงแรม เรียวกังหลายระดับราคา จุดเด่นของซะโอ (Zao) คือ ป่าต้นไม้ที่กลายเป็น “Snow Monsters” เมื่อความหนาวจัด ลมแรง และหิมะจับตัวกันบนต้นไม้ จนเกิดเป็นรูปร่างประหลาดงดงาม หาดูได้เฉพาะไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น ทำให้ซะโอไม่ใช่แค่สกีรีสอร์ทธรรมดา แต่เป็นแลนด์มาร์กฤดูหนาวระดับโลกที่ใคร ๆ ก็อยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง

 

ลานสกี

ที่ซะโออนเซ็น สกีรีสอร์ท (Zao Onsen Ski Resort) เต็มไปด้วยลานสกีกว่า 14 ลาน และเส้นทางเล่นถึง 12 คอร์ส บนพื้นที่ราว 305 เฮกตาร์ รองรับทั้งนักสกี และสโนว์บอร์ดตั้งแต่ระดับเริ่มต้น จนถึงขั้นสูง

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่น ก็มีโรงเรียนสกี & สโนว์บอร์ด (Ski & Snowboard School) ให้เลือกกว่า 7 แห่ง ได้แก่ Zao Ski School, Zao Heim, Zao Grand, Utopia Ski School และอื่น ๆ ครอบคลุมทั้งเรียนแบบกลุ่ม และส่วนตัว เหมาะสำหรับทุกระดับ อุปกรณ์สำหรับเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดสามารถเช่าได้ในรีสอร์ท มีครบตั้งแต่เสื้อผ้า ไปจนถึง อุปกรณ์เล่น ถ้ามาด้วยมือเปล่าก็ยังสามารถเล่นได้ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เอง
รายชื่อร้านเช่าอุปกรณ์ :
https://zaomountainresort.com/rental/

 

ช่วงเวลาเปิด-ปิดลานสกี

ฤดูสกีของซะโออนเซ็น สกีรีสอร์ท (Zao Onsen Ski Resort) โดยทั่วไปเริ่มต้น ประมาณกลางเดือนธันวาคม และยาวไปจนถึงเมษายน–พฤษภาคม ขึ้นกับปริมาณหิมะ และสภาพอากาศ ในช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับสกี สโนว์บอร์ด และชม Snow Monsters ได้อย่างเต็มที่

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

นอกจากสกี และสโนว์บอร์ดแล้วที่ซะโออนเซ็น สกีรีสอร์ท (Zao Onsen Ski Resort) ยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย เหมาะทั้งกับสายผจญภัย สายพักผ่อน และสายที่อยากเติมเต็มประสบการณ์ให้หลากหลาย อาทิ

・ชมปีศาจหิมะจากกระเช้าลอยฟ้า
นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนยอดเขา และชมต้นไม้ที่ปกคลุมด้วยหิมะจนกลายเป็นรูปทรงสุดมหัศจรรย์แบบ 360 องศา

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://zaoropeway.co.jp/winter/en.php

・เทศกาลไฟประดับปีศาจหิมะ (Snow Monster Illumination Event)
เมื่อค่ำมืดมาเยือน เหล่าปีศาจหิมะจะถูกประดับด้วยไฟหลากสี สาดส่องให้ป่าหิมะกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ สามารถชมในเวลากลางคืนได้โดยไม่จำเป็นต้องเล่นสกี โดยนั่งกระเช้า ขึ้นไปยังยอดเขา แล้วเดินชมแสงไฟเปลี่ยนสีที่กลางหิมะ
งานจัดวันที่ : 27 ธันวาคม 2025 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 17:00-21:00 น.

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://zaoropeway.co.jp/winter/juhyo.php

・นั่งรถตะลุยหิมะชมปีศาจหิมะในยามค่ำคืน (Winter Night Cruising)
กิจกรรมสุดพิเศษที่พานั่งรถตะลุยหิมะขึ้นเขา เพื่อชมเหล่าปีศาจหิมะที่ถูกส่องไฟให้เรืองแสงงดงามท่ามกลางความมืด บรรยากาศทั้งลึกลับ และตื่นตาตื่นใจ พร้อมลัดเลาะเข้าไปใกล้ ๆ ท่ามกลางอากาศหนาวจัด

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://zaoropeway.co.jp/winter/juhyo_illusion.php

・แช่ออนเซ็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ (Zao Onsen)
อนเซ็นแห่งนี้มีชื่อเสียงกว่า 1,900 ปี เป็นน้ำพุร้อนกำมะถัน (Sulfur Hot Spring) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้น ช่วยคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดข้อ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และดีต่อผิว
ภายในหมู่บ้านมี โรงอาบน้ำให้เลือกหลายแห่ง ทั้งแบบกลางแจ้ง และในร่ม รวมถึงบ่อแช่เท้า (foot bath) ที่เปิดให้แช่กันแบบชิล ๆ ท่ามกลางอากาศหนาว

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.zao-spa.or.jp/english/about/

・เดินเทรคกิ้งเส้นทางธรรมชาติ (Trekking)
บริเวณภูเขารอบ ๆ ซะโออนเซ็น (Zao Onsen) มีเส้นทางเดินป่ามากมายให้เลือกตามระดับความยาก ตั้งแต่เส้นทางสั้น ๆ เดินสบายสำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงคอร์สสำหรับนักเดินป่าที่มีประสบการณ์ ตั้งอยู่ที่ความสูงราว 1,000 เมตร ทำให้ทิวทัศน์เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างชัดเจน ทั้งป่าไม้ชุ่มชื้น ทุ่งหญ้า พื้นที่ภูเขาไฟ และภูมิประเทศโล่งกว้างแบบลานหิน

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.zao-spa.or.jp/english/play/

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

Zao no ie
ร้านอาหารที่โดดเด่นด้วยเมนูเจงกิสข่านสูตรดังของซาโอะ ซอสมีรสชาติเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังเปิดเป็น ที่พักขนาดเล็กบรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับนักสกี และผู้ที่มาเที่ยวซาโอะในฤดูหนาว

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.zao-minsyuku.com/dosanko/

Restaurant Yunohana Chaya
เน้นเสิร์ฟอาหารท้องถิ่นยามากาตะเป็นหลัก เช่น โซบะ และข้าวหน้าทงคัตสึราดซอสใช้วัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพ มีทั้งของกินเล่น เครื่องดื่ม เบียร์ และสาเกท้องถิ่น เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน หรือแวะพักจิบกาแฟเบา ๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://zaospa.co.jp/osyokuji

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/PWSpW6sDjjUYxYHN9

 

ที่อยู่ Zao Onsen Ski Resort
Zao onsen, Yamagata
การเดินทาง จากสถานี Yamagata โดยสารรถบัสมุ่งหน้าสู่ Zao Onsen ลงป้าย zao onsen ใช้เวลา 40 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://zaomountainresort.com/gerende/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.zao-spa.or.jp/english/ski/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

อาคิตะ (Akita)

 

ภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi)


 

 

ภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi) ตั้งอยู่ในจังหวัดอาคิตะ (Akita) เป็นหนึ่งในสามสถานที่ชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนัก จึงเหมาะกับการเที่ยวถ่ายภาพได้อย่างสนุกสนานไร้กังวล สามารถมาเที่ยวได้ทั้งการมชมปีศาจหิมะ หรือมาเล่นสกีก็ได้เช่นเดียวกัน

 

ช่วงเวลาที่มีหิมะสวยที่สุด

สำหรับช่วงเวลาของการชมปีศาจหิมะ (Snow Monster) จะเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่ซะโอ(Zao) ซึ่งเวลาที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ - ต้นเดือนมีนาคม

 

จุดถ่ายรูปแนะนำ

บริเวณใกล้กับ Ani Gondola Peak Station ซึ่งเราสามารถถ่ายภาพวิวภูเขาโดยรอบแล้ว ยังสามารถถ่ายภาพปีศาจหิมะ (Snow Monster) ได้อย่างใกล้ชิด

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

・ชมปีศาจหิมะยามค่ำคืน (Night Viewing Snow Monster)
เดินเที่ยวชทปีศาจหิมะได้อย่างใกล้ชิดในยามค่ำคืนที่จะมีแสงไฟสาดส่องสวยงามในอีกอารมณ์หนึ่ง จำกัถ 5 - 15 คนต่อวัน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (ต้องจองล่วงหน้า)

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/mtmoriyoshi/juhyo/#flt2

・Pisten Tour
เดินทางมุ่งสู่ความสูง 1,200 เมตรไปยังจูเฮียวไดระ (Juhyo-daira) ด้วยรถสายพานตะลุยหิมะ ที่สามารถโดยสารได้สูงสุด 15 คน และยังสามารถนำสกีหรือสโนว์บอร์ดไปด้วยอีกด้วย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการไปเล่นสกีบนเส้นทางธรรมชาติ หรือสำหรับใครแค่ไปเที่ยวเฉย ๆ ก็สามารถทำได้ มีตั๋วแบบทั้งไปกลับและเที่ยวเดียว จำเป็นต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/mtmoriyoshi/juhyo/#flt3

・เล่นสกีและสโนว์บอร์ดบนเส้นทางธรรมชาติ (Backcountry Ski & Snowboard)
คือการเล่นสกีและสโนวบอร์ดบนเส้นทางธรรมชาติที่ไม่ได้มีการดูแล ความพิเศษคือหิมะที่จะได้สัมผัสจะมีความนุ่มแน่นตามธรรมชาติ และยังมีความสวยงาม รวมไปถึงต้นไม้ระหว่างทางด้วยเช่นกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและสำหรับคนที่อยากบันทึกภาพและวิดีโอสวย ๆ เป็นอย่างมาก

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/ski/

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

ฮิยามะ นัตโตะ (Hiyama Natto)
นัตโตะที่มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี มีจุดเด่นจากกระบวนการการผลิตแบบดั้งเดิม โดยการใช้ฟางข้าวมาห่อและหมักถั่วเหลืองแบบธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้มีกลิ่นเฉพาะตัวและมีความเหนียมนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.tohokukanko.jp/en/attractions/detail_1006771.html

อินะนิวะ อุด้ง (Inaniwa Udon)
อูด้งขึ้นชื่อที่ติด 1 ใน 3 ของสุดยอดอุด้งแห่งอาคิตะ (Akita) ที่มีประวัติยาวนานมากว่า 350 ปี มีจุดเด่นจากเส้นที่แบนและบาง ผลิตอย่างพิถีพิถันด้วยมือ และตากแห้งนานหลายวันจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจนได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.akita-yulala.jp/en/specialty/inaniwa-udon

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/atmvgGpaeAqXcNXn8

 

ที่อยู่ Ani Gondola Base Station (Mt. Moriyoshi)
79-5 Anikaginodaki, Kitaakita, Akita 018-4624
การเดินทาง จากสถานี Akita โดยสารรถไฟ Ou Line ลงสถานี Takanosu ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 31 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Akitanairikujukan Tetsudo ลงสถานี Aniai ใช้เวลา 54 นาที จากนั้นโดยสารรถบัส Moriyoshi B ลงป้าย Mt. Moriyoshi Ani Ski Resort ใช้เวลา 25 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.aniski.jp/mtmoriyoshi/juhyo/
https://www.tohokukanko.jp/attractions/detail_1009839.html
https://www.city.kitaakita.akita.jp/archive/p12333
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.tohokukanko.jp/en/attractions/detail_1001274.html
https://www.tohokuandtokyo.org/spot_92/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.tohokukanko.jp/zh_th/attractions/detail_1001274.html

 

อานิ สกีรีสอร์ท (Mt. Moriyoshi Ani Ski Resort)


 

 

อานิ สกีรีสอร์ท (Ani Ski Resort) ตั้งอยู่บนภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดอาคิตะ (Akita) โดยมีความสูงถึง 1,100 เมตร พื้นที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

จุดเด่นสำคัญของที่นี่คือในช่วงกลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนนมีนาคม จะเต็มไปด้วย Snow Monsters ที่ก่อตัวหนาแน่นบนสันเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi) ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ และนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน

 

ลานสกี

อานิ สกีรีสอร์ท (Ani Ski Resort) มีลานสกีหลักแบ่งเป็น 5 เส้นทางบนไหล่เขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi) รองรับตั้งแต่ผู้เริ่มต้น ไปจนถึงระดับต้นกลาง โดยเน้นเส้นทางกว้าง เล่นสนุก และวิวเปิดโล่ง

มีโรงเรียนสกี และสโนว์บอร์ด สำหรับผู้เริ่มต้น และผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะ โดยมีครูผู้สอนดูแลอย่างใกล้ชิด จะเรียนเป็นกลุ่ม เดี่ยว หรือจัดกรุ๊ปแบบส่วนตัวก็ได้ สำหรับอุปกรณ์ ที่นี่มีจุดเช่าครบชุด ทั้งสกี สโนว์บอร์ด รองเท้าบูท และอุปกรณ์กันหนาว นักท่องเที่ยวสามารถมาแบบมือเปล่าแล้วพร้อมลุยได้ทันที

 

ช่วงเวลาเปิด-ปิดลานสกี

ฤดูสกีของอานิ สกีรีสอร์ท (Ani Ski Resort) โดยทั่วไปจะเริ่มประมาณ ต้นเดือนธันวาคม และยาวไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ขึ้นอยู่กับสภาพหิมะในแต่ละปี
ช่วงที่แนะนำที่สุดคือ เดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่หิมะหนาแน่น และ Snow Monsters มีขนาดใหญ่ สวยงามที่สุด

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

นอกจากลานสกีคุณภาพและวิวหิมะสุดอลังการแล้ว อานิ สกีรีสอร์ท (Ani Ski Resort) ยังมีกิจกรรมฤดูหนาวให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งสายแอดเวนเจอร์ สายธรรมชาติ และสายพักผ่อน

・ชมปีศาจหิมะบนภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi)
นั่งกระเช้ากอนโดลาขึ้นสู่จุดชมวิวบนภูเขาโมริโยชิ เพื่อชมปีศาจหิมะรูปร่างแปลกตาที่เป็นไฮไลต์ฤดูหนาวที่หาดูได้ยากของอาคิตะ (Akita) จะมีเส้นทางให้เดินชมได้แบบใกล้ชิดราว ๆ 30 นาที สามารถนั่งกระเช้ากอนโดลาจากอานิ สกีรีสอร์ท (Ani Ski Resort) ขึ้นไปชมปีศาจหิมะอย่างใกล้ชิดได้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที และจากสถานีกระเช้าซันโจ (Sancho Station) บนยอดเขาเดินไปประมาณ 5 นาที

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/mtmoriyoshi/juhyo/#flt1

・ชมปีศาจหิมะบยามค่ำคืน
สำหรับผู้ที่อยากได้ประสบการณ์พิเศษแบบลึกลับกว่าเดิม มีทัวร์กลางคืนที่พานักท่องเที่ยวนั่งรถตะลุยหิมะพร้อมห้องโดยสาร (cabin snow tractor) เข้าไปชมปีศาจหิมะที่โผล่เด่นท่ามกลางความมืด พร้อมอาจเห็น ดวงดาว และวิวท้องฟ้ายามค่ำ เพิ่มความตื่นตา

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/mtmoriyoshi/juhyo/#flt2

・Pisten Tour ด้วยรถตะลุยหิมะ
กิจกรรมที่เหมาะกับช่วงปลายฤดูหิมะ–ฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณปลายมี.ค.–ปลายเม.ย.) ซึ่งใช้ รถตะลุบหิมะพร้อมห้องโดยสาร วิ่งจากลานสกีไปยังทุ่งปีศาจหิมะ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกับวิวสวยของภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi) ในแบบฤดูเปลี่ยนผ่าน เหมาะทั้งคนทั่วไป และนักสกีที่อยากใช้จุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเล่นสกีในฤดูใบไม้ผลิ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/mtmoriyoshi/juhyo/#flt3

・พายเรือคายัค & SUP ที่ทะเลสาบชิคิมิ (Shikimi Lake)
ใกล้กับภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi) มีทะเลสาบชิคิมิ (Shikimi Lake) ซึ่งเป็นแหล่งพายเรือยอดนิยมของจังหวัดอาคิตะ (Akita) ในฤดูร้อน ที่นี่สามารถลองพายคายัค (kayak) หรือ SUP (Stand Up Paddleboard) บนผืนน้ำอันเงียบสงบ พร้อมชมวิวภูเขาที่โอบล้อมรอบ ๆ ทะเลสาบ โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำวิธีพาย และเทคนิคพื้นฐาน จึงเหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ และครอบครัวที่ต้องการกิจกรรมกลางแจ้งสบาย ๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/activity/

・สำรวจธรรมชาติรอบภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi)
ภูเขาโมริโยชิ (Mt. Moriyoshi) มีเส้นทางธรรมชาติให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ เดินชมป่าไม้บูนะ สัมผัสพันธุ์ไม้ดอก และพืชอัลไพน์ ในฤดูอื่น ไปจนถึงเส้นทางที่พาผ่าน ลำธาร แก่งหิน และน้ำตกสวยงาม เหมาะสำหรับคนที่อยากผจญภัยเบา ๆ หรือเที่ยวธรรมชาติ พร้อมรับวิวภูเขาแ ละธรรมชาติอันหลากหลายจากฤดูต่าง ๆ ของปี

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.aniski.jp/mtmoriyoshi/#flt4

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

Takada Shokudo
ร้านอาหารท้องถิ่นเก่าแก่กว่า 65 ปีในเมืองอานิ (Ani) มีเมนูหลากหลายทั้งเส้น ข้าว และอาหารชุด เด่นด้วย เกี๊ยวซ่าทำมือ ตั้งแต่แป้งจนถึงไส้ รสชาติแบบโฮมเมดแท้ ๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://r.goope.jp/takadashokudo/

Banrai Sushi
ร้านซูชิในเมืองอานิ (Ani) ที่แม้อยู่ท่ามกลางภูเขาแต่เสิร์ฟซูชิ และอาหารทะเลสดคุณภาพดี เมนูเด่นคือปลามากุโระ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://maps.app.goo.gl/L74wxktEC8VnNTJP8

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/ggxSsKeCQSg4Asok8

 

ที่อยู่ Ani Ski Resort (Mt. Moriyoshi)
Kaginodaki-79-5 Anikaginodaki, Kitaakita, Akita
การเดินทาง จากสถานี Tokyo โดยรถไฟ Akita Shinkansen ลงสถานี Kakunodate ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากนั้นโดยสารรถไฟ Akitanairikujukan Tetsudo ลงสถานี Aniai ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.aniski.jp/ski/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
-
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
-

 

นากาโน่ (Nagano)

 

ชิกะ โคเก็ง (Shiga Kogen)


 

 

ชิกะ โคเก็ง (Shiga Kogen) ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโน่ (Nagano) โดยมีจุดหลักคือบริเวณเขาโยโคะเทะ (Mt. Yokote) ที่มีความสูงมากถึง 2,307 เมตร ด้วยความสูงระดับนี้จึงทำให้เกิดการสะทมทับถมของหิมะตามต้นไม้ต่าง ๆ จนกลายเป็นปีศาจหิมะ (Snow Monster) ที่สวยงามประกอบกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนราม่าที่น่าสนใจที่สามารถมองเห็นไปได้ไกลถึงเจแปนแอลป์ จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการท่องเที่ยวฤดูหนาวของทุกคน

 

ช่วงเวลาที่มีหิมะสวยที่สุด

สำหรับช่วงที่สวยที่สุดในการมาชมและบันทึกภาพของปีศาจหิมะ (Snow Monster) คือระหว่างปลายเดือนมกราคม - ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่มีปริมาณหิมะมากที่สุดนั่นเอง

 

จุดถ่ายรูปแนะนำ

2307m Sky View Terrace คาเฟ่และจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดกว่า 2,307 เมตร สามารถมองเห็นเจแปนแอลป์และปีศาจหิมะได้โดยรอบอย่างชัดเจน โดยวิวทิวทัศน์จากมุมนี้จะมองเห็นได้ในมุมกว้างจนเห็นความยิ่งใหญ่และสวยงามของบริเวณนี้

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

・เล่นสกีและสโนวบอร์ด (Ski & Snowboard)
เป็นกิจกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในชิกะ โคเก็ง (Shiga Kogen) เพราะมีลานสกีมากมายกระจายอยู่ทั่วชิกะ โคเก็ง (Shiga Kogen) ทำให้นักสกีสามารถเลือกเล่นได้หลากหลายตามต้องการ และมีให้เลือกเล่นในทุก ๆ ระดับ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.shigakogen.gr.jp/english/winter/index.html

・เดินป่าหิมะ (Snow Trekking)
อีกกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับคนที่ไม่ได้เล่นสกี คือการใส่ร้องเท้าเดินลุยหิมะเข้าป่าไปชมธรรมชาติของฤดูหนาวที่มีให้เลือกทั้งแบบเช่าอุปกรณ์เดินด้วยตนเองหรือเดินทางเป็นกลุ่มทัวร์

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://shizenhogo-center.shigakogen.gr.jp/english/activity2/?utm_source=chatgpt.com

・ชมลิงแช่อนเซ็นที่หุบเขานรกจิโกคุดานิ (Jogokudani Monkey Park)
ไม่ใจจากใจกลางชิกะ โคเก็ง (Shiga Kogen) สามารถไปเที่ยวชมลิงแช่น้ำพุร้อนน่ารัก ๆ ได้ในช่วงฤดูหนาว เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ไม่ควรพลาด

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://en.jigokudani-yaenkoen.co.jp/

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

โอยากิ (Oyaki) 
ซาลาเปาพื้นเมืองของจังหวัดนากาโน่ (Nagano) ทำจากแป้งสาลีหรือแป้งบัควีทห่อไส้ผักหรือปรุงรสต่างๆ แล้วนำไปจ่างบนกระทะ นึ่ง หรือย่างบนเตาถ่าน เป็นอาหารภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำได้ง่ายและอร่อย

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.go-nagano.net/en/trip-idea/id18259#page02

เมนูเส้นโซบะ (Soba)
เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงและแห้งแล้งทำให้ปลูกข้าวได้ยาก ชาวเมืองจึงหันมาปลูกบัควีท ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการทำเส้นโซบะ ที่เติบโตได้ดีกว่า จนกลายเป็นอาหารหลักประจำท้องถิ่นนำไปทำเมนูที่หลากหลาย

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.go-nagano.net/en/trip-idea/id18259#page09

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/VtXxwy2A913EhTeq6

 

ที่อยู่ Mt. Yokote (Shiga Kogen)
Yamanochi, Shimotakai, Nagano
การเดินทาง จากสถานี Nagano โดยสารรถบัส Shiga Kogen Express Line ลงป้าย Hotaru Onsen ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 42 นาที เดินต่ออีก 4 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://yokoteyama2307.com/
https://www.shigakogen.gr.jp/
https://www.shigakogen.gr.jp/area/area_detail_yokoteyama.html
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.shigakogen.gr.jp/english/area/index.html

เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://db.go-nagano.net/th/themelist/detail/id=20621#

 

ชิกะ โคเกน สกี รีสอร์ท (Shiga Kogen Ski Resort)


 

 

ชิกะ โคเกน สกี รีสอร์ท (Shiga Kogen Ski Resort) ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของ อุทยานแห่งชาติ Joshin’etsu Kogen จังหวัดนากาโน่ และยังเป็นสกีรีสอร์ทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ลานสกีของที่นี่กระจายตัวบนความสูงตั้งแต่ 1,340 – 2,307 เมตร ซึ่งสูงกว่าสกีรีสอร์ทอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด

ด้วยระดับความสูงและภูมิประเทศที่โอบล้อมด้วยเทือกเขา ช่วยบังลมแรงตามธรรมชาติ ทำให้หิมะของชิกะ โคเกนคงสภาพดี นุ่ม และละเอียดตลอดฤดูหนาว ต่อเนื่องถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ ผสานกับวิวภูเขาที่สวยงาม จึงขึ้นชื่อว่าเป็นสกีรีสอร์ทที่มีผงหิมะคุณภาพเยี่ยมและฤดูกาลสกียาวนานเป็นพิเศษ

 

ลานสกี

ที่นี่ประกอบด้วยลานสกีกว่า 18 แห่งที่พื้นที่เชื่อมต่อกัน ด้วยระบบลิฟต์ กระเช้า และบริการรถบัสรับ–ส่งภายในรีสอร์ท ทำให้คุณสามารถเล่นสกีได้ทั่วทั้งภูมิภาคด้วย ตั๋ว All-Mountain Pass เดียว

ลานสกีหลักภายในรีสอร์ท เช่น
● Central Area — ถือเป็นโซนหลัก และใหญ่ที่สุดของรีสอร์ท ครอบคลุมถึง 13 พื้นที่จากทั้งหมด 18 พื้นที่ มีลานสกีรวม 35 คอร์ส
● Yakebitaiyama — ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแนวภูเขา จึงขึ้นชื่อเรื่อง หิมะคุณภาพดี และวิวสกีที่สวยงามเป็นพิเศษ
● Okushiga —บรรยากาศที่เงียบสงบ และเป็นส่วนตัว มี 11 คอร์ส และกว้างเป็นพิเศษ
● Kumanoyu & Yokoteyama — ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแนวเทือกเขา เป็นพื้นที่สกีเพียงไม่กี่แห่งที่ ไม่ได้เชื่อมต่อกับสกีรีสอร์ตหลัก
แต่ละแห่งยังมีโรงเรียนสกี และสโนว์บอร์ดที่รับสอนทั้งผู้เริ่มต้น และผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะ พร้อมคลาสเป็นภาษาต่าง ๆ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย
นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ยังมีอุปกรณ์สกี และสโนว์บอร์ดให้เช่าอย่างครบครัน สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการพกอุปกรณ์มาเอง

 

ช่วงเวลาเปิด-ปิดลานสกี

ชิกะ โคเกน สกี รีสอร์ท (Shiga Kogen Ski Resort) มีฤดูกาลสกียาวมากเมื่อเทียบกับรีสอร์ทอื่น ๆ ของญี่ปุ่น โดยทั่วไป จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม จนถึงปลายเดือนมีนาคม แต่บางลานสกี สามารถเล่นได้ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนพฤษภาคม เนื่องจากความสูง และสภาพภูมิอากาศที่เอื้อให้หิมะอยู่ได้นาน

 

กิจกรรม และอีเว้นท์พิเศษที่แนะนำ

・ร้านอาหารหมู่บ้านคะมะคุระ (Restaurant Kamakura Village)
ร้านอาหารที่ประกอบด้วย “คะมะคุระ (Kamakura)” หรือกระท่อมขนาดใหญ่ที่สร้างจากหิมะจำนวนกว่า 20 หลัง ลิ้มลอง “โนโรชิ นาเบะ (Noroshi Nabe)” หม้อไฟร้อน ๆ ซึ่งปรุงรสด้วยมิโซะขึ้นชื่อของจังหวัดนากาโน่ (Nagano)

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.iiyama-ouendan.net/en/special/kamakura/

・เทศกาลนาราอิ-จุคุ ไอซ์ แคนเดิล (Narai-juku Ice Candle Festival)
จัดขึ้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปลี่ยนเมืองเก่ายุคเอโดะให้สว่างไสวด้วยเทียนน้ำแข็ง และประติมากรรมหิมะ ไฮไลต์คือดอกไม้ไฟยามค่ำคืน สร้างบรรยากาศโรแมนติกกลางฤดูหนาวแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowmonkeyresorts.com/events/ice-candle-festival/

・ทัวร์เดินป่าท่ามกลางหิมะในโทกาคุชิ (Togakushi)
เดือนมีนาคมหิมะ พื้นที่ชิกะ โคเกน(Shiga Kogen) ยังเต็มไปด้วยหิมะ เหมาะกับกิจกรรมเดินป่าด้วยรองเท้าลุยหิมะ สัมผัสธรรมชาติ และชมทัศนียภาพอันงดงามในฤดูหนาวอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.snowmonkeyresorts.com/th/activities/snowshoe-trekking-in-togakushi/

 

เมนูอาหารท้องถิ่นแนะนำ

Yama no Kitchen
ร้านอาหารทีเน้นเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่อของชินชูอย่าง เซ็ตไก่ทอดสไตล์ซันโซคุ อกไก่หมักในซอสพิเศษแล้วทอดทั้งชิ้น มีความกรอบหอมของแป้งทอด และเนื้อไก่นุ่มฉ่ำ นอกจากนี้ยังมีตันตันเมนรสเข้มข้น รวมถึง แกงกะหรี่เนื้อวัว ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และใส่ใจรสชาติทุกจาน

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://maps.app.goo.gl/AYUbGH4vnxV7M2iM8

ENZA Café
เป็นคาเฟ่บรรยากาศสบายแบบเปิดโล่ง มีระเบียงให้นั่งชมธรรมชาติ และความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลใกล้อุทยาน Joshinetsu Kogen National Park เมนูเด่นมีราเมงไก่ช่วงฤดูหนาว เบอร์เกอร์ในฤดูร้อน พร้อมกาแฟดี ๆ และคราฟต์เบียร์ท้องถิ่น

รายละเอียดเพิ่มเติม
https://enzacafe.com/

 

ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/FjqLU2GxTbkRutg68

 

ที่อยู่ Shiga Kogen
7148 Hirao, Yamanochi, Shimotakai District, Nagano
การเดินทาง จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ Hokuriku Shinkansen ลงสถานี Nagano 1 ชั่วโมง 45 นาที จากนั้นโดยสารรถบัส ไปยัง Shiga KOgen Resort ใช้เวลาโดยประมาณ 70 นาที
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://shigakogen-ski.or.jp/
https://shigakogen.co.jp/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.snowmonkeyresorts.com/smr/shiga-kogen/shiga-kogen-ski-resort/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.snowmonkeyresorts.com/th/

 

เพจที่เกี่ยวข้อง

ค้นหา

Categories

Archives

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages