HOME Back

ใช้ ไอคอนบนหน้าเว็บเพื่อเพิ่มลงในรายการโปรด

กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นใช่ไหม

แชร์ภาพการท่องเที่ยวของคุณร่วมกับเราโดยใส่แฮชแท็ก #visitjapanjp

รายการโปรดของฉัน

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจไม่ไกลจากสนามบิน

เมื่อวางแผนการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้นมักจะหาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในเมืองต่าง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะไปเที่ยว แต่บริเวณรอบ ๆ สนามบิน หรือไม่ไกลจากสนามบินนั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่เช่นกัน ซึ่งจะมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง สถานที่เปิดใหม่ หรือสถานที่แปลกใหม่น่าค้นหา

สนามบินที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ ได้แก่
• สนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport)
https://www.narita-airport.jp/en (ภาษาอังกฤษ)
• สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport)
https://www.kansai-airport.or.jp/en/ (ภาษาอังกฤษ)

ข้อมูลสายการบิน
https://www.jnto.or.th/transportation/flights-to-japan/flight-information/ (ภาษาไทย)

เที่ยวญี่ปุ่นอย่างปลอดภัยในช่วง COVID-19
https://www.jnto.or.th/covid19_japan-safe-travel/ (ภาษาไทย)

 

สนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport)


 

สนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport)

 

สนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport) ตั้งอยู่ที่เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ แม้ว่าจะตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากใจกลางเมืองโตเกียว (Tokyo) ประมาณ 50-60 กิโลเมตร แต่มีการคมนาคมที่สะดวกสบายจึงเดินทางเข้าโตเกียว (Tokyo) ได้ง่ายโดยใช้เวลาเร็วที่สุด 1 ชั่วโมง ในสนามบินนาริตะมีอาคารผู้โดยสาร 3 แห่ง เที่ยวบินขาเข้าและขาออกส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ นอกจากจะได้เพลิดเพลินไปกับอาหารอร่อยๆ และช้อปปิ้งในร้านค้าปลอดภาษีแล้ว ยังมีเลานจ์และชั้นดาดฟ้าชมวิว ไปจนถึงโรงแรมแคปซูลอีกด้วย

เว็บไซต์ https://www.jnto.or.th/transportation/flights-to-japan/flight-information/narita/ (ภาษาไทย)

 

1.แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักเป็นอย่างดี

ย่านนาริตะ (Narita area), ชิบะ (Chiba)

ถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando Street) กับบรรยากาศญี่ปุ่นย้อนยุค

 

ย่านนาริตะ (Narita area) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทางตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดชิบะ (Chiba) โด่ดจุดที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักคือเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองรอบๆ วัดนาริตะซังชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple) ซึ่งที่นี่เป็นหนึ่งในวัดชั้นนำของญี่ปุ่นและได้รับการกล่าวขานว่าให้ผลดีแก่ผู้ไปสักการะหลายอย่าง เช่น เปิดลาภ และค้าขายรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังมีรถบัสเพื่อไปยังแหล่งช้อปปิ้งใกล้ ๆ อาทิเช่น อีออนมอลล์ นาริตะ (Aeon Mall Narita) และชิซุยพรีเมียมเอาท์เล็ต (Shisui Premium Outlet)

 

จุดท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพที่แนะนำ

บริเวณทางเข้าวัดนาริตะซังชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple)

 

วัดนาริตะซังชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple) สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 940 ภายในวัดมีอาคารสวย ๆ หลายจุด แต่จะมีไฮไลท์สำคัญที่ไม่ควรพลาดที่จะไปถ่ายภาพเก็บไว้อย่างเช่น เจดีย์ 3 ชั้นสูง 25 เมตร, เฮอิวะไดโตะ (Heiwadaito) เจดีย์สูง 58 เมตร หรือประตูโซมง (Somon Gate) ประตูทางเข้าหลักของวัดเป็นต้น

เว็บไซต์ https://www.naritasan.or.jp/thailand/ (ภาษาไทย)

ทางเดินถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando Street) เป็นทางเดินที่เป็นเนินยาวโดยมีอาคารร้านค้าที่ถูกอนุรักษ์ความดั่งเดิมเอาไว้นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพถนนนี้กันทุกคน อีกจุดเด่นของบนถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando Street) จะมีถนนช้อปปิ้งเล็ก ๆ มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกกว่า 150 ร้าน ในระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ทางเดินจากสถานีรถไฟไปวัด

เว็บไซต์ https://www.nrtk.jp/translate/index.php?lang=en&path=/enjoy/attraction/omotesando.html (ภาษาอังกฤษ)

สวนนาริตะซัง (Naritasan Park) สวนที่ตั้งอยู่ข้างวัดนาริตะ เป็นสวนที่เหมาะแก่การมาเดินเล่นและถ่ายรูป มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ หลายมุม และยังสามารถมาได้ทุกฤดูกาลโดยเฉพาะฤดูร้อนที่ทั้งสวนจะดูเขียวและสดชื่น และฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีก็เป็นที่นิยมเช่นกัน

เว็บไซต์ https://www.nrtk.jp/translate/index.php?lang=en&path=/enjoy/attraction/naritasan-park.html (ภาษาอังกฤษ)

สวนซากุระโนะยะมะ (Sakuranoyama Park) ไม่ไกลจากจากสนามบินสนามบินนานาชาตินาริตะ (Narita International Airport) และวัดนาริตะซังชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple) เป็นสวนที่สามารถชมเครื่องบินขึ้นและลงได้อย่างชัดเจน และยังมีต้นซากุระในสวนมากถึง 500 ต้น

เว็บไซต์ https://www.nrtk.jp/translate/index.php?lang=en&path=/enjoy/attraction/sakuranoyama.html (ภาษาอังกฤษ)

 

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

เทศกาลนาริตะ กิอง (Narita Gion Matsuri) เทศกาลต้อนรับการเข้าสู่ฤดูร้อนที่มีการจัดกันมาอย่างยาวนานต่อเนื่องกว่า 300 ปี งานจะถูกจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฏาคมของทุกปี มีการเต้นรำโซะ โอโดริ (So-Odori) และขบวนพาเรดแห่เกี้ยวที่ยิ่งใหญ่ตลอด 3 วัน

เว็บไซต์ https://www.nrtk.jp/translate/index.php?lang=th&path=/enjoy/shikisaisai/gion-festival.html (ภาษาไทย)

 

เมนูที่ไม่ควรพลาด

ปลาไหลย่าง (Unagi) เมนูที่มีขายมาตั้งแต่ยุคเอโดะจนถึงปัจจุบัน มีร้านค้ามากมายที่ขายเมนูนี้ตลอดเส้นทางของถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando Street) จนมีกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ขนมเซนเบ้เสียบไม้ (Senbei) ข้าวเกรียบเสียบไม้ย่างถ่านอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดที่สามารถหาทานได้ภายในถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando Street)

 

 

ที่อยู่ Narita Area
Uenokoen, Taito, Tokyo
การเดินทาง จากสนามบิน Narita โดยสารรถไฟ Narita Line ลงสถานี Narita ใช้เวลา 9 นาที

จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ Sobu Line ลงถสานี Narita ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที
เวลาทำการ ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน
วันหยุด ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน
ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.city.narita.chiba.jp/
https://maruchiba.jp/index.html
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
http://japan-chiba-guide.com/en/index.html
https://www.japan-guide.com/e/e6400.html
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.japan.travel/th/destinations/kanto/chiba/narita-and-around/
http://japan-chiba-guide.com/th/index.html

 

2. แหล่งท่องเที่ยวที่น้อยคนนักจะรู้จัก

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคะวะมุระ เมมโมเรียล ดีไอซี (Kawamura Memorial DIC Museum of Art), ชิบะ (Chiba)

บรรยากาศการจัดแสดงผลงานภายในพิพิธภัณฑ์ศิลปะคะวะมุระ เมมโมเรียล ดีไอซี (Kawamura Memorial DIC Museum of Art) *ผลงานศิลปะที่จัดแสดงอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับช่วงเวลา

 

พิพิธภัณฑ์ศิลปะคะวะมุระ เมมโมเรียล ดีไอซี (Kawamura Memorial DIC Museum of Art) เปิดเมื่อปี ค.ศ. 1990 โดย Dic Corporation บริษัทที่ผลิต และจัดจำหน่ายหมึกพิมพ์ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ทำให้องค์ประกอบ 3 ของ "ธรรมชาติ" " การก่อสร้าง" " ผลงาน" พวกนี้เข้ากัน และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผลงานศิลปะะในคอลเลกชันจำนวนมาก ซึ่งมุ่งเน้นศิลปะสไตล์ญี่ปุ่นย้อนตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20

คอลเล็กชั่นของพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยผลงานมากมาย เช่นศิลปะตะวันตกในยุคสมัยใหม่ รวมถึงภาพเหมือนของศตวรรษที่ 17 โดย Rembrandt ภาพเขียนแนวอิมเพรสชันนิสต์ของ Claude Monet และ Pierre-Auguste Renoir รวมถึงผลงานของ Pablo Picasso และ Marc Chagall และผลงานอีกมากมายตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 20 ของศิลปินชาวญี่ปุ่น และชาวต่างชาติ ๆ การจัดแสดงจะเปลี่ยนปีละหลายครั้ง และมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษด้วย

 

จุดท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพที่แนะนำ

บรรยากาศช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะคะวะมุระ เมมโมเรียล ดีไอซี (Kawamura Memorial DIC Museum of Art)

 

สวนของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสามาถเข้าชมได้ทุกฤดู มีทั้งต้นซากุระสายพันธุ์ที่บานไวอย่างคาวาซุ ซากุระ (Kawazu Sakura) ที่จะเริ่มบานในช่วงต้นเดือนมีนาคม หรือสายพันธุ์ยอดนิยมอย่างโซเมอิ โยชิโนะ (Somei Yoshino) กับชิดาเระซากุระ (Shidarezakura) หรือซากุระย้อยก็สามารถมาชมได้ในช่วงปลายเดือนถึงต้นเดือนมีนาคม และยังสามารถชมดอกไฮเดรนเยีย (Hydrangea) ได้ในช่วงเดือนมิถุนายน และยังมีใบไม้เปลี่ยนสีที่มีต้นเมเปิ้ลกระจายอยู่ทั่วบริเวณสวนในเดือนพฤศจิกายนอีกด้วย

ร้าน Belvedere ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีวิวที่สวยให้ทัศนียภาพที่มองเห็นบริเวณพิพิธภัณฑ์และสวน พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารสไตล์อิตาเรียนและเครื่องดื่ม โดยอาหารรสเลิศแต่ละเมนูที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมารังสรรค์

ร้าน Tea Room จะไปจิบชาเขียวพร้อมขนมวากาชิสามารถเข้าลิ้มลองได้ที่มุมหนึ่งของแกลเลอรีชั้น 1 ของพิพิธภัณฑ์มีห้องชาสไตล์สบายๆ ที่สามารถพักจากการดูงานศิลปะ และมาเพลิดเพลินกับชุดชาเขียวและขนมญี่ปุ่นตามฤดูกาล

ร้าน Museum Shop ร้านค้าของพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในโถงทางเข้าพิพิธภัณฑ์มีสินค้าออริจินัลมากมายโดยอิงจากคอลเล็กชันของพิพิธภัณฑ์สินค้าเกี่ยวกับนิทรรศการพิเศษ เช่น แคตตาล็อกนิทรรศการ และไปรษณียบัตร ตลอดจนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะ

ร้าน Gift Shop ร้านของที่ระลึกหรือของฝากที่อยู่ติดกับร้านอาหารมีของตกแต่งภายใน ของเล่น และเครื่องครัวที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม รวมถึงขนม เครื่องดื่ม

 

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

งานนิทรรศกาลศิลปะของที่นี่จะมีการเปลี่ยนแปลงการจัดแสดงอยู่เสมอนอกจากงานแสดงที่มีประจำอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบได้ภายในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์

เว็บไซต์  https://kawamura-museum.dic.co.jp/en (ภาษาอังกฤษ)

 

เมนูที่ไม่ควรพลาด

ชุดมัชฉะ และขนมวากาชิ จิบชาเขียวมัชฉะหอม ๆ พร้อมกันกับขนมหวานชมสวนสวย ๆ ไปพร้อม ๆ กันที่ห้อง Tea Room

เซ็ทอาหารกลางวัน เซ็ทอาหารสุดคุ้มที่มีคอร์สอาหารให้ทานหลากหลายคอร์สเช่น Casual Course, Lunch Course, Chef’s Selection เป็นต้น พร้อมเครื่องดื่มที่สามารถเลือกได้ โดยเมนูที่มีให้เลือกจะเปลี่ยนไปตามแต่ละฤดูกาล

 

 

ที่อยู่ Kawamura Memorial DIC  Museum of Art
631 Sakado, Sakura, Chiba
การเดินทาง จากสนามบิน Narita โดยสารรถไฟ Narita Line ลงสถานี Sakura ใช้เวลา 30 นาที จากนั้นโดยสาร Shuttle Bus ลงพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลา 20 นาที

จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ Sobu Line (Rapid) ลงสถานี Sakura ใช้เวลา 60 นาที จากนั้นโดยสาร Shuttle Bus ลงพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลา 30 นาที
เวลาทำการ 09:30-17:00 น.
เข้ารอบสุดท้ายเวลา 16:30 น.
วันหยุด ทุกวันจันทร์ (ปิดวันถัดไปหากวันนั้นเป็นวันหยุด)
เทศกาลวันขึ้นปีใหม่
วันที่มีการปรับปรุงสถานที่
ค่าใช้จ่าย พื้นที่ภายนอก: ไม่มีค่าใช้จ่าย
พื้นที่ภายในพิพิธภัณฑ์: มีค่าใช้จ่าย
* ราคาจะเปลี่ยนแปลงไปตามงานแสดงแต่ละงาน กรุณาเช็คที่เว็บไซต์
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://kawamura-museum.dic.co.jp
https://www.nrtk.jp/enjoy/attraction/museum.html
https://www.tokyoartbeat.com/venues/-/6D2D05F3
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://kawamura-museum.dic.co.jp/en/
https://www.nrtk.jp/translate/index.php?lang=en&path=/enjoy/attraction/museum.html
https://www.tokyoartbeat.com/en/venues/-/6D2D05F3
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.nrtk.jp/translate/index.php?lang=th&path=/enjoy/attraction/museum.html

 

3.แหล่งท่องเที่ยวพร้อมการเรียนรู้ใหม่ๆ

ย่านชิโมะคิตะซะวะ (Shimokitazawa), โตเกียว (Tokyo)

บรรยากาศในย่านชิโมะคิตะซะวะ (Shimokitazawa)

 

ย่านชิโมะคิตะซะวะ (Shimokitazawa) เป็นย่านที่อยู่ทางตะวันตก และไม่ไกลจากของชิบูย่า (Shibuya) กรุงโตเกียว (Tokyo) ย่านวัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มของคนหนุ่มสาวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งอิสระเสรี ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นร้านเสื้อผ้ามือสองที่มีรสนิยม ร้านหนังสือและซีดีต่างๆ อีกทั้งร้านอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ตลอดจนผับสไตล์ญี่ปุ่นหรืออิซากายะ (Izakaya) เก่าแก่ไปจนถึงบาร์เก๋ ๆ เลยทีเดียว

นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งดนตรีและละครเวที เพราะมีทั้งไลฟ์เฮาส์ และโรงละครขนาดเล็กกว่า 50 แห่งที่จัดแสดงดนตรีสดและละครเวทีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไปทุกวัน นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ที่หลากหลายให้ได้ไปนั่งพักผ่อน ส่วนใครที่ชอบแนวคาเฟ่สัตว์เลี้ยงก็จะมีคาเฟ่กระต่าย หรือคาเฟ่แมวน่ารัก ๆ อยู่หลายแห่งเช่นกัน

 

จุดท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพที่แนะนำ

คาเฟ่เปิดใหม่ย่านชิโมะคิตะซะวะ (Shimokitazawa) ที่ร้าน Cafe Stay Happy

 

Cafe Stay Happy คาเฟ่ในบรรยากาศสบาย ๆ ตกแต่งสวยงามเหมือนได้พักผ่อนอยู่บ้าน มีเปลให้ได้นั่งหลายมุม มีเมนูอาหารออแกนิค และวีแกนให้ได้ลิ้มลอง และยังมีขนมกับเครื่องดื่มหลากหลายอีกด้วย

เว็บไซต์ https://cafestayhappy.com/?page_id=273 (ภาษาอังกฤษ)

Reload ช้อปปิ้งมอลล์ขนาดย่อมที่รวบรวมเอาร้านค้าหลากหลายรูปแบบทั้งร้านกาแฟ คาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านตัดแว่น ร้านหนังสือ ร้านขายเสื้อผ้า หรือร้านขายดอกไม้ก็มีเช่นกัน โดยมีร้านค้ารวมกันกว่า 18 ร้าน เปิดบริการเมื่อกลางปี 2021

เว็บไซต์ https://reload-shimokita.com (ภาษาญี่ปุ่น)

Mikan Shimokita คอมเพล็กซ์ใหม่ใจกลางย่านชิโมะคิตะซะวะ (Shimokitazawa) ตั้งอยู่บริเวณรางรถไฟของสถานี Shimokitazawa ประกอบไปด้วยโซนร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ทีมีมากถึง 19 ร้านที่บริเวณชั้น 1 และ 2 สำหรับชั้นที่ 3 ถึง 5 จะเป็น Co-working space ให้ได้เช่า เปิดบริการวันที่ 30 มีนาคม 2022 เป็นวันแรก

เว็บไซต์ https://mikanshimokita.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

Tollywood เป็นโรงภาพยนตร์เพียงแห่งเดียวในชิโมะคิตาซาวะ ห้องฉายภาพยนตร์มีขนาดเล็ก จุได้เพียง 47 ที่นั่ง ส่วนใหญ่จะฉายภาพยนตร์สั้น และผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

เว็บไซต์ https://tollywood.jp/ (ภาษาญี่ปุ่น)

 

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

เทศกาลชิโมะคิตะซะวะ อาวะโอโดริ (Shimokitazawa Awa Odori Festival) เป็นเทศกาลรำวงสุดยิ่งใหญ่ และสนุกสนาน จัดขึ้นทุกเดือนสิงหาคมช่วงสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ของเดือน จัดต่อเนื่อง 2 วัน ระหว่างเวลา 18:30 น. ถึง 20:30 น. บริเวณถนนช้อปปิ้งชิโมะคิตะซะวะ อิจิบังไก (Shimokitazawa Ichibangai Shopping Street)

เว็บไซต์ http://www.shimokita-awa.com (ภาษาญี่ปุ่น)

 

เมนูที่ไม่ควรพลาด

ขนมเซมเบ้ร้านทามะอิยะ (Tamai-ya) ร้านขนมเซมเบ้เก่าแก่กว่า 100 ปี มีขนมให้เลือกหลากหลายรสชาติที่สามารถซื้อทานเล่นหรือจะซื้อมาเป็นของฝากก็น่าสนใจไม่แพ้กัน และยังมีจุดเด่นที่โหลแก้งใส่ขนมทรงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งดูน่ารักและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าเป็นอย่างมาก

นัตโตะ​ ร้านเซนไดยะ (Sendai-ya) สำหรับคนที่ชื่นชอบนัตโตะ ถั่วหมักที่หลายคนน่าจะชื่นชอบไม่ควรพลาดกับเมนูนัตโตะหลากหลายชนิดและหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารที่ทานคู่นัตโตะ ขนมที่ทำจากนัตโตะ หรือโดนัทนัตโตะที่หลายคนชื่นชอบนั่นเอง

เว็บไซต์ https://www.sendainatto.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

 

 

ที่อยู่ Shimokitazawa
Kitazawa Setagaya City, Tokyo
การเดินทาง จากสนามบิน Narita โดยสารรถไฟ Skyline ลงสถานี Nippori ใช้เวลา 45 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Yamanote Line ลงสถานี Shinjuku ใช้เวลา 23 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Odakyu Line ลงสถานี Shimo-Kitazawa ใช้เวลา 11 นาที

จากสถานี Tokyo เดินไปที่สถานี Nijubashimae ใช้เวลา 4 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Chiyoda Line ลงสถานี Shimo-Kitazawa ใช้เวลา 20 นาที
เวลาทำการ ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า
วันหยุด ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า
ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://ja.kyoto.travel/tourism/single01.php?category_id=8&tourism_id=2684
http://enjoy-jp.net/kansai/sightseeing/tetsugakunomichi/
https://kawaii-kyoto.net/nostalgic/incline/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.japanvisitor.com/kyoto/kyoto-districts/philosophers-walk
https://biwakososui.city.kyoto.lg.jp/en/place/detail/23
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.japan.travel/th/spot/1162/
https://fromjapan.info/th/trip-review-at-the-philosophers-path-in-kyoto/
https://enjoy-osaka-kyoto-kobe.com/th/article/keage-incline/

 

สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport)


 

สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport)

 

สนามบินนานาชาติคันไซ (Kansai International Airport) เป็นสนามบินลอยน้ำบนเกาะที่มนุษย์สร้างเองทั้งหมดแห่งแรกของโลก ซึ่งสร้างบนนอกฝั่งทะเลเซนชู (Senshu) อ่าวโอซาก้า โดยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองห่างจากใจกลางเมืองโอซาก้าออกไปประมาณ 40 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 50 นาที ไปยังสถานี Shin-Osaka ในสนามบินนาริตะมีอาคารผู้โดยสาร 2 แห่ง มีระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ และร้านค้าปลอดภาษีแบบวอล์คทรูแห่งแรกในประเทศ ทั้งอาคารผู้โดยสารและใน Aeroplaza มีที่พัก และพื้นที่ผ่อนคลายรวมอยู่ควบคู่ไปกับร้านอาหาร และร้านของฝากทุกประเภท

เว็บไซต์ https://www.jnto.or.th/transportation/flights-to-japan/flight-information/narita/ (ภาษาไทย)

 

1.แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักเป็นอย่างดี

ย่านฮิงาชิยามะ (Higashiyama Area), เกียวโต (Kyoto)

นิเนนซากะ (Ninenzaka) ถนนเก่าแก่ในย่านฮิงาชิยามะ (Higashiyama Area)

 

ย่านฮิงาชิยามะ (Higashiyama Area) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกียวโต (Kyoto) เป็นย่านที่มีวัด และศาลเจ้าเก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากมายรวมกันอยู่บริเวณนี้ เช่น วัดคิโยมิซุเดะระ (Kiyomizudera Temple) ศาลเจ้ายาคาสะ (Yakasa Shrine) ย่านกิอง (Gion) วัดโคไดจิ (Kodaiji Temple) วัดโทฟุคุจิ (Tofukuji Temple) เป็นต้น เป็นย่านที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวเพราะทั้งญี่ปุ่น และชาวต่างชาติ นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแล้วยังเป็นย่านที่รวมร้านค้า ร้านอาหาร ร้านของฝาก และคาเฟ่ หรือร้านขนมอยู่มาก เรียกได้ว่าหากมาย่านนี้อาจจะใช้เวลาเที่ยวได้เป็นวันเลยทีเดียว

 

จุดท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพที่แนะนำ

วัดคิโยมิซุเดะระ (Kiyomizudera Temple) ช่วงเปิดไฟประดับในตอนกลางคืน

 

วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizudera Temple) สำหรับวัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizudera Temple) นั้นการถ่ายภาพอาคารของวัดที่มีฉากหลังเป็นเมืองเกียวโต (Kyoto) นั้นที่นักท่องเที่ยวทุกคนล้วนอยากที่จะมาบันทึกภาพ ซึ่งบริเวณนี้เรียกว่าโอคุโนะอิน (Okunoin) โดยช่วงเวลาที่สวยที่สุดจะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในยามค่ำคืน

เว็บไซต์ https://www.kiyomizudera.or.jp/en/ (ภาษาอังกฤษ)

นิเนนซากะ (Ninenzaka) ทางเดินเก่าแก่ที่เป็นเนินขึ้นไปสู่วัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizudera Temple) มีร้านค้า ร้านของฝากมากมายบริเวณนี้ โดยมุมถ่ายภาพยอดนิยมจะเป็นบริเวณถนนที่มีเจดีย์ของวัดโฮคันจิ (Hokan-ji Temple) เป็นฉากหลัง นิยมถ่ายกันทั้งตอนเช้าที่มีคนน้อย ตอนช่วงวัน และเวลากลางคืน

เว็บไซต์ https://www.gion.or.jp/around/二年坂・三年坂 (ภาษาญี่ปุ่น)

ศาลเจ้ายาคาสะ (Yakasa Shrine) หรืออีกชื่อหนึ่งคือศาลเจ้ากิอง (Gion Shrine) มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,350 ปี เป็นศาลเจ้าที่ตัดงาน เทศกาลกิอง (Gion Matsuri) ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ที่สุดในเกียวโต (Kyoto) และยังมีสวนมะรุยามะ (Maruyama Park) สวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในเกียวโต (Kyoto) มีพื้นที่มากถึง 86,000 ตารางเมตร ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ซากุระบานหรือประมาณต้นเดือนเมษายน มีต้นซากุระประมาณ 680 ต้น มีซากุระหลายสายพันธุ์แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือชิดาเระ ซากุระ (Shidarezakura) หรือซากุระย้อยนั่นเอง

เว็บไซต์ https://www.yasaka-jinja.or.jp/en/ (ภาษาอังกฤษ)

แม่น้ำคาโมะ (Kamo River) บริเวณสะพานชิโจ (Shijo Bridge) เป็นมุมถ่ายภาพที่หลายคนชอบมาบันทึกภาพของแม่น้ำแม่น้ำคาโมะ (Kamo River) ที่มีร้านอาหารที่มีระเบียงยื่นออกมาจากตัวร้านไปทางแม่น้ำ และทางเดินริมแม่น้ำที่มักจะมีผู้คนมานั่งคุยกันหรือเดินเล่น

เว็บไซต์ https://www.japan.travel/en/spot/1183/ (ภาษาอังกฤษ)

 

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

เทศกาลกิอง (Gion Matsuri) เทศกาลสุดยิ่งใหญ่ของเกียวโต เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นตลอดเดือนกรกฏาคม มีทั้งการเดินพาเรดเต้นรำ และการแห่รถลาก โดยในวันที 17 (ซากิมัตสึริจุนโกะ) และ วันที่ 24 (อาโตะมัตสึริจุนโกะ) จะเป็นวันจัดขบวนแห่หลัก รวมถึงกิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ อีกมากมายให้ได้เข้าร่วมตลอดเดือน

เว็บไซต์ https://www.discoverkyoto.com/event-calendar/july/gion-festival-yasaka-shrine-downtown/ (ภาษาอังกฤษ)

 

เมนูที่ไม่ควรพลาด

ยัทสึฮะชิ (Yatsuhashi) ขนม และของฝากชื่อดังของเกียวโต (Kyoto) เป็นขนมที่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล และอบเชย นำมาอบจนเป็นแผ่นรูปร่างคล้ายเครื่องดนตรีเก่าแก่ของญี่ปุ่นอย่างโกโตะ (Koto) หรือนามะยัทสึฮะชิ (Nama Yatsuhashi) เป็นยัทสึฮะชิ (Yatsuhashi) ที่ยังไม่ได้ผ่านการอบ มักนำมาห่อไส้ต่าง ๆ เช่น ถั่ว มีเนื้อแป้งคล้ายโมจิ

เมนูอาหารจากเต้าหู้ (Tofu Ryori)ไม่ควรพลาดกับเมนูหลากหลายจากเต้าหู้ซึ่งมีชื่อเสียงมากในย่านนี้ มีให้เลือกทานหลายชนิดเช่น ยุโดฟุ (Yudofu) เมนูจากเต้าหู้ต้มต่าง ๆ หรือเมนูฟองเต้าหู้ยุบะ (Yuba) เต้าหู้แผ่นที่สามารถคีบได้จากหม้อที่เตรียมเอาไว้พร้อมกับเครื่องเคียงมากมาย สามารถหาทานได้ที่ร้านโอคะเบะยะ (Okabeya) ใกล้กันกับวัดคิโยมิซุเดระ (Kiyomizudera Temple)

เว็บไซต์ https://www.okabeya.com/lang/en.html (ภาษาอังกฤษ)

 

 

ที่อยู่ Higashiyama Area
Higashiyama, Kyoto
การเดินทาง จากสนามบิน Kansai โดยสารรถไฟ Kansaikuko Line ลงสถานี Tennoji ใช้เวลา 46 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Osaka Loop Line ลงสถานี Kyobashi ใช้เวลา 13 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Keihan Main Line ลงสถานี Gion-Shijo ใช้เวลา 45 นาที

จากสถานี Osaka โดยสารรถไฟ Tokaido-Sanyo Line ลงสถานี Kyoto ใช้เวลา 24 นาที จากนั้นโดยสารรถบัสสาย 205 ลงป้าย Shijo Kawaramachi ใช้เวลา 14 นาที เดินต่ออีก 5 นาที
เวลาทำการ ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า
วันหยุด ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า
ค่าใช้จ่าย ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://www.higasiyama.co.jp
https://souda-kyoto.jp/map/guide_03.html
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.japan.travel/en/destinations/kansai/kyoto/gion-and-higashiyama/
https://www.insidekyoto.com/southern-higashiyama
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://www.japan.travel/th/destinations/kansai/kyoto/gion-and-higashiyama/

 

2. แหล่งท่องเที่ยวที่น้อยคนนักจะรู้จัก

ทักโบท ไทโช (Tugboat Taisho), โอซาก้า (Osaka)

ทักโบท ไทโช (Tugboat Taisho) ริมแม่น้ำชิรินาชิ (Shirinashi River)

 

สถานที่แฮงค์เอ้าท์สุดชิคริมแม่น้ำชิรินาชิ (Shirinashi River) ประกอบไปด้วยร้าน 17 ร้านทั้งร้านอาหารอย่างอิซากายะ ร้านพิซซ่า ร้านเบอร์เกอร์ ร้านกาแฟ ร้านราเมง ร้านเบียร์ และร้านกินดื่มยามค่ำคืนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เป็นจุดเด่นของ Tugboat Taisho การนั่งกิน และดื่มริมน้ำรับลมเย็น ๆ ฟังดนตรีสดพร้อมไปกับแสงสีของเมือง และสนุกสนานไปกับเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวด้วยกัน ร้านส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการระหว่างเวลา 12:00 น. ถึง 23:00 น. (วันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุด 11:00 น. - 23:00 น.) ขึ้นอยู่กับร้านแต่ละแห่ง นอกจากนี้ยังมีโรงแรมให้เข้าพักได้อีกด้วย

 

จุดท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพที่แนะนำ

สามารถซื้ออาหารมานั่งทานริมแม่น้ำได้

 

บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำชิรินาชิ (Shirinashi River) เป็นจุดที่สามารถมองเห็น ทักโบท ไทโช (Tugboat Taisho) ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่ไฟของร้านค้าเปิดก็จะสวยเป็นพิเศษ

 

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

ล่องแพยางแม่น้ำชิรินาชิ (Shirinashi River) พร้อมนั่งที่โต๊ะโคคัตสึและทานอาหารระหว่างที่กำลังลอยอยู่บนแม่น้ำ เป็นกิจกรรมที่แปลกใหม่น่าสนใจในช่วงฤดูหนาว สามารถนั่งพร้อมกันได้ถึง 4 คน

เว็บไซต์ https://www.citysup.jp/event-200118/  (ภาษาญี่ปุ่น)

TAISHO RIVER BANQUET กิจกรรมประจำทักโบท ไทโช (Tugboat Taisho) ที่จัดต่อเนื่องแล้วหลายครั้ง เป็นตลาดขนาดย่อมที่รวบรวมไว้ทั้งสินค้าแฮนเมดน่ารัก ๆ ต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ช่อดอกไม้ หนังสือ หรือผักผลไม้ก็มีเช่นกัน

เว็บไซต์ https://www.facebook.com/tugboat.taisho/posts/3067437326906366 (ภาษาญี่ปุ่น)

 

ร้านอาหารที่น่าสนใจในทักโบท ไทโช (Tugboat Taisho)

POTALU ร้านของว่างที่เน้นเมนูมันฝรั่งทอดจากมันฝรั่งนำเข้ารสชาติเยี่ยม และยังมีจุดเด่นในเรื่องของซอสที่มีให้เลือกหลากหลาย หรือจะลิ้มลองคิกุรุมิซอฟต์เสิร์ฟ (Kigurumi Soft Serve) เมนูซอฟต์ครีมสูตรเฉพาะทางร้าน POTALU เท่านั้น เปิดบริการระหว่างเวลา 12:00 น. - 23:00 น. (วันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุด 11:00 น. - 23:00 น.)

เว็บไซต์ https://tugboat-taisho.jp/food/2353/ (ภาษาญี่ปุ่น)

MONDIAL KAFFEE 328 TUGBOAT ร้านกาแฟและร้านอาหารที่เปิดบริการตั้งแต่เวลา 11:00 น. - 20:00 น. (วันเสาร์ 11:00 น. ถึง 23:00 น.) มีให้บริการทั้งกาแฟคุณภาพสูง ขนมปัง และขนมหวาน

เว็บไซต์ https://tugboat-taisho.jp/food/302/ (ภาษาญี่ปุ่น)

Beer Stand MARCA สำหรับใครที่ชอบดื่มคราฟเบียร์ไม่ควรพลาด ที่ร้านมีคราฟเบียร์ให้เลือกมากถึง 10 ชนิดมาตรฐาน และยังมีเบียร์แบบลิมิเต็ดตามฤดูกาลให้ได้ลิ้มลอง โดยร้านจะเปิดให้บริการระหว่างเวลา 16:00 น. - 23:00 น. (วันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุด 11:00 น. - 23:00 น.)

เว็บไซต์ https://tugboat-taisho.jp/food/307/ (ภาษาญี่ปุ่น)

 

 

ที่อยู่ Tugboat Taisho
1 Chome-1-14 Sangenyanishi, Taisho Ward, Osaka
การเดินทาง จากสนามบิน Kansai โดยสารรถไฟ Kansaikuko Line ลงสถานี Taisho ใช้เวลา 54 นาที เดินต่ออีก 4 นาที

จากสถานี Shin-Osaka โดยสารรถไฟ Tokaido-Sanyo Line ลงสถานี Osaka ใช้เวลา 4 นาที จากนั้นโดยสารรถไฟ Osaka Loop Line ลงสถานี Taisho ใช้เวลา 12 นาที เดินต่ออีก 4 นาที
เวลาทำการ 07:00-00:00 น. ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน)
วันหยุด ไม่มี
ค่าใช้จ่าย ไม่มี
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://tugboat-taisho.jp
https://osaka-info.jp/spot/features-tugboat-taisho/
https://www.walkerplus.com/article/219846/
https://saitoshika-west.com/blog-entry-6707.html
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://osaka-info.jp/en/special/features-tugboat-taisho/
https://icoico.jp/en/archives/31653
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://osaka-info.jp/th/spot/features-tugboat-taisho/

 

3.แหล่งท่องเที่ยวพร้อมการเรียนรู้ใหม่ๆ

Aquarium x Art (átoa), เฮียวโกะ (Hyogo)

ชมสัตว์น้ำน่ารักในบรรยากาศที่แตกต่าง /©átoa

 

Aquarium x Art (átoa) ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือโกเบ (Kobe Port) เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่นำเสนอในรูปแบบใหม่โดยการผสมผสานระหว่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกับงานศิลปะ ในคอนเซปต์ Aquarium x Art เกิดเป็นอะไรที่มากกว่าการมาเดินชมสัตว์น้ำ และเรียนรู้ข้อมูลของสัตว์แต่ละชนิด แต่จะได้สัมผัสกับความสวยงามน่าประทับใจไปพร้อมกัน

แบ่งออกเป็น 4 ชั้น 8 โซนแสดงสัตว์น้ำ ซึ่งในแต่ละโซนจะมีการนำเสนอข้อมูลสัตว์น้ำในธีมที่แตกต่างกันไปทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมนั้นสนุก และตื่นเต้นไปกับการเที่ยวในแต่ละจุดนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีชั้นดาดฟ้าให้ได้ออกไปชมวิวอ่าวโกเบ (Kobe Bay) คาเฟ่ให้ได้นั่งพักผ่อน และร้านของที่ระลึกให้ได้ซื้อเก็บสะสม

 

จุดท่องเที่ยว และจุดถ่ายภาพที่แนะนำ

ชมเหล่าสัตว์น้ำภายใต้คอนเซปต์สวนญี่ปุ่นที่โซน MIYABI /©átoa

 

โซน CAVE โซนที่มีการประดับไฟรูปทรงคล้ายปลาหลากสีที่สะท้อนกับกำแพงกระจกเหมือนกำลังเดินไปพร้อมกับฝูงปลามากมาย มีทั้งปลาหานกยูง ปลาคาร์ดินัล และปลาปิรันย่าให้ได้ชม

โซน MARINE NOTE โซนที่เหมือนได้แหวกว่ายอยู่น้ำลึกพร้อมแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ไปกับปลากระเบน ม้าน้ำ ปลาสิงโต หรือปลาไหลสวนจุดดำ

โซน ELEMENTS กลับขึ้นมาจากทะเลสู่ป่าดิบชื้นด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีเขียวของป่าไม้ที่ลึกลับพร้อมกันกับสัตว์น้ำและสัตว์บกหลายชนิดเช่น เต่า ตุ่นหนูไร้ขน หรือปลาแบล็ค แฟนท่อม เป็นต้น

โซน FOYER โซนที่สามารถพบกับคาปิบาระสุดน่ารักได้ และยังมีตู้ปลากระจกโค้งขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นสัตว์น้ำได้หลายชนิด และยังมีปลาไหลลายจุดที่หาดูได้ยากให้ได้ชมอีกด้วย

โซน MIYABI ที่ออกแบบให้เป็นเหมือนสวนญี่ปุ่นแต่เพิ่มเติมไปด้วยแสงสีสุดอลังการพร้อมกับสัตว์น้ำที่นิยมในญี่ปุ่น เช่น ปลาคาร์ป หรือปลาทองต่าง ๆ

โซน PLANET โซนจัดแสงที่ใครเห็นก็ต้องประหลาดใจกับตู้ปลาทรงกลมพร้อมแสงสีที่สาดส่องหลากหลายรูปแบบซึ่งเป็นที่นิยมของคนที่มาเที่ยวเป็นอย่างมากโดยตู้ปลาทรงกลมนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่างถึง 3 เมตร

โซน GALLERY โถงทางเดินยาวที่จัดแสดงนิทรรศการด้วยการสัมผัสถึงประสาทสัมผัสทั้งห้า มีการแสดงจากสัตว์น้ำและงานแสดงแบบดิจิตัลอาร์ทบนกรอบรูปตลอดทางเดิน

โซน SKYSHORE ขึ้นสู่ดาดฟ้าไปสูดอากาศที่สดใสจากทะเลและแสงแดดพร้อมกันกับชมความน่ารักของสัตว์ยอดนิยมของเด็ก ๆ และสาว ๆ ทั้งคาปิบาระ เพนกวิ้น และตัวนากได้อย่างใกล้ชิด

โซน MUSEUM SHOP ร้านค้าของฝากที่มีสินค้าหลากหลายที่น่าซื้อไว้เป็นของที่ระลึกโดยเฉพาะตุ๊กตารูปสัตว์สุดน่ารักต่าง ๆ เช่นตัวนาก หรือแมวน้ำ และยังมีขนมหรือเครื่องเขียนสุดน่ารักให้เลือกซื้อเช่นกัน

 

เมนูที่ไม่ควรพลาด

"TOOTH MART" ศูนย์อาหารที่ได้รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายประเภทให้ได้ลิ้มลองถึง 9 ร้าน พร้อมที่นั่งมากถึง 400 ที่นั่ง พร้อมชมฝูงปลาแหวกว่ายในตู้กระจกขนาดใหญ่บริเวณเพดานของบาร์ นอกจากอาหารที่มีให้เลือกมากมายแล้วเมนูที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ ซอฟต์เสิร์ฟกับบิสกิตที่มีส่วนผสมของเกลือฝรั่งเศส และเกลือจากเซะโตะอุจิ (Setouchi) จากร้าน PATISSERIE TOOTH TOOTH

คาวะอุโซะ เอแคลร์ (Kawauso Éclair) เอแคลร์รูปร่างคล้ายตัวนากที่น่ารักน่ากิน มีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน

 

 

ที่อยู่ Aquarium x Art (átoa)
7-2 Shinkocho, Chuo Ward, Kobe, Hyogo
การเดินทาง จากสนามบิน Kansai โดยสารรถไฟ Kansaikoku Line ลงสถานี Osaka ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นโดยสารถ Hanshin Line ลงสถานี Motomachi ใช้เวลา 35 นาที เดินต่ออีก 15 นาที

จากสถานี Shin-Osaka โดยสารรถไฟ Tokaido-Sanyo Line ลงสถานี Motomachi ใช้เวลา 34 นาที เดินต่ออีก 15 นาที
เวลาทำการ 10:00-19:00 น.
เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงสามารถตรวจสอบได้ที่
https://atoa-kobe.jp/information/
วันหยุด ไม่มี
ค่าใช้จ่าย ผู้ใหญ่ 2,400 เยน
เด็ก(ประถม) 1,400 เยน
เด็กเล็ก (มากกว่า 3 ปี) 800 เยน
เด็กทารก (น้อยกว่า 3 ปี) ไม่มีค่าใช้จ่าย
เว็บไซต์
(ภาษาญี่ปุ่น)
https://atoa-kobe.jp
https://www.adfwebmagazine.jp/art/art-and-creatures-engage-in-the-sensational-aquarium-atoa-opening-this-october-at-the-port-of-kobe/
เว็บไซต์
(ภาษาอังกฤษ)
https://www.asahi.com/ajw/articles/14487958
https://www.moshimoshi-nippon.jp/483662
https://re-how.net/all/1480360/
เว็บไซต์
(ภาษาไทย)
https://artofth.com/aquarium-x-art/

เพจที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางแนะนำท่องเที่ยวทั่วญี่ปุ่น ระยะเวลา 5-7 วัน
https://www.jnto.or.th/model-route/self-travel-5-to-7-days/
แหล่งท่องเที่ยวแต่ละภูมิภาค
https://www.jnto.or.th/attractions/highlight-of-japan/map-japan/
แผนที่รถไฟในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น
https://www.jnto.or.th/transportation/railway-services/railway-map-of-main-areas/
กิน เที่ยว ช้อป พร้อมตะลุยแบบครบรสทั่วญี่ปุ่น
https://www.jnto.or.th/activities/all-around-japan/

ค้นหา

Categories

Archives

Please Choose Your Language

Browse the JNTO site in one of multiple languages