เมื่อฤดูซากุระค่อย ๆ ลาลับไป
ปลายฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นก็ยังไม่จบลง
ยังมีอีกหนึ่งดอกไม้ที่รอคอยให้ผู้คนออกเดินทางไปชื่นชม
นั่นคือ ดอกวิสทีเรีย หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ฟูจิ” (藤 / Fuji)
ดอกไม้สีม่วงอ่อนที่ห้อยระย้าลงมาเป็นสาย ราวกับม่านดอกไม้พลิ้วไหวตามสายลม
ลักษณะเด่นของดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฟูจิ (藤 / Fuji) ส่วนชื่อภาษาอังกฤษคือ Wisteria ซึ่งมาจากชื่อวิทยาศาสตร์เดียวกัน วิสทีเรียเป็นไม้เถาเลื้อยที่มีเอกลักษณ์คือ ช่อดอกยาวห้อยระย้า คล้ายพู่หรือเครื่องประดับผมแบบโบราณของญี่ปุ่น ดอกเล็ก ๆ จำนวนมากรวมกันเป็นช่อยาวประมาณ 20–50 เซนติเมตร และพลิ้วไหวอย่างอ่อนโยนเมื่อถูกลมพัด
แม้จะเป็นไม้เถา แต่เมื่อเติบโตเต็มที่ ลำต้นจะแข็งแรงและหนาคล้ายต้นไม้ จึงมักถูกปลูกให้เลื้อยขึ้นโครงซุ้มไม้ หรือเหล็ก กลายเป็นซุ้มวิสทีเรีย (藤棚 / ฟุจิดานะ) ที่พบได้ตามสวนสาธารณะ และสวนญี่ปุ่น
ความงาม และความพิเศษของดอกวิสทีเรียในวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ดอกวิสทีเรียมีความผูกพันกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัย นาระ และเฮอัน โดยถูกกล่าวถึงในบทกวี รวมถึงปรากฏในภาพวาดโบราณ และศิลปะภายในราชสำนัก ช่อดอกที่ห้อยระย้าอย่างอ่อนช้อย ทำให้วิสทีเรียกลายเป็นสัญลักษณ์ของ ความอ่อนหวาน ความสง่างาม และความงามแบบ “もののあはれ” (Mono no aware) หรือความงามที่แฝงความเปราะบางของธรรมชาติ
ในอดีต สตรีชนชั้นสูงนิยมใช้ดอกวิสทีเรียประดับผม และหลายตระกูลขุนนางก็นำลวดลายดอกวิสทีเรียมาใช้เป็น ตราประจำตระกูล นอกจากนี้ เถาที่เลื้อยพันกันยังสื่อถึง สายสัมพันธ์ที่ยืนยาว และความรุ่งเรือง อีกด้วย
ประเภทของดอกวิสทีเรียที่พบได้
ญี่ปุ่นมีวิสทีเรียหลายสายพันธุ์ แต่ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่
・โนดะฟูจิ (Noda Fuji)
สายพันธุ์ที่มีช่อดอกยาวสีม่วงอ่อน และมักถูกปลูกให้เลื้อยเป็นซุ้มดอกไม้ หรืออุโมงค์วิสทีเรีย พบมากในภูมิภาคคันไซ และมีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ
・ยามะฟูจิ (Yama Fuji)
วิสทีเรียที่ขึ้นตามธรรมชาติในภูเขา ช่อดอกสั้นกว่าโนดะฟูจิเล็กน้อย จุดสังเกต คือ เถาจะพันขึ้นไปทางซ้าย ให้บรรยากาศธรรมชาติเรียบง่าย นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์สวนที่ออกดอกสีขาว หรือสีชมพู ซึ่งถูกพัฒนาสายพันธุ์เพื่อความสวยงามโดยเฉพาะ
สีของดอก และกลิ่น
แม้หลายคนจะคุ้นตากับ สีม่วงอ่อนที่เรียกว่า “สีฟูจิ” แต่จริง ๆ แล้ววิสทีเรียมีหลายสี เช่น ม่วง ม่วงอ่อน ม่วงอมแดง ชมพู ชมพูอ่อน ขาว ฟ้า และเหลือง ซึ่งดอกวิสทีเรียยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ หากอธิบายง่าย ๆ จะเป็น กลิ่นหวานละมุน คล้ายดอกมะลิแต่เบากว่า เมื่อยืนอยู่ใต้ซุ้มดอกไม้ในช่วงที่บานเต็มที่ บางครั้งจะได้กลิ่นหอมลอยมาเบา ๆ ตามสายลม
ความหมายของดอกวิสเตอเรียตามสีต่างๆ
ความหมายของดอกวิสเทอเรียแตกต่างกันไปตามสีของดอก การรู้ความหมาย และความรู้สึกที่ดอกไม้ชนิดนี้มอบให้ จะช่วยให้คุณชื่นชมเสน่ห์ของดอกวิสเทอเรียได้มากยิ่งขึ้น
ดอกวิสเทอเรียสีม่วง : ความสง่างาม ความอ่อนโยน ความชาญฉลาด
→ มีความงามที่สงบ และเป็นสีที่เป็นตัวแทนของวิสเทอเรีย เป็นที่นิยมในหมู่คนทุกเพศทุกวัย
ดอกวิสเทอเรียสีขาว : ความบริสุทธิ์ ความสง่างาม
→ ให้ความรู้สึกที่สง่าราศี และเป็นสีที่นิยมใช้ในงานแต่งงานและของขวัญ
ดอกวิสเทอเรียสีชมพู : ความงดงาม ความสุขแห่งความโรแมนติก
→ สีสันหายาก สวยงามน่าถ่ายรูป ให้ความรู้สึกเหมือนฤดูใบไม้ผลิ ช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้น
ดอกวิสเทอเรียสีเหลือง หรือ คิบานะฟูจิ (Kibana Fuji) : ความสุข ความสดใส และความเจริญรุ่งเรือง
→ หาชมได้ยาก สดใส มองดูแล้วทำให้รู้สึกมีพลัง และความหวัง
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชม
ฤดูกาลของวิสทีเรียในญี่ปุ่นอยู่ช่วงประมาณ กลางเดือนเมษายน – ต้นเดือนพฤษภาคม แม้ว่าช่วงเวลาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับภูมิภาค และสภาพอากาศ แต่ดอกวิสเทอเรียที่ผลิบานในความอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิก็เป็น สัญลักษณ์ของฤดูกาล อย่างแท้จริง ลักษณะการบานของวิสทีเรียมีเอกลักษณ์ คือ ดอกจะเริ่มบานจากด้านบนของช่อก่อน แล้วค่อย ๆ ไล่ลงมาจนถึงปลายช่อ
เนื่องจากดอกวิสทีเรียค่อนข้างบอบบาง ลมแรง หรือฝนตกหลายวันอาจทำให้ดอกร่วงเร็ว หากต้องการชมช่วงที่สวยที่สุด จึงควรวางแผนเดินทางให้ตรงกับช่วงพีคของการบาน
เมนู และคาเฟ่แนะนำ
อาหารที่เกี่ยวข้องกับดอกวิสเทอเรีย
ในญี่ปุ่นช่วงเทศกาลชมดอกไม้ (เมษายน-พฤษภาคม) ส่วนใหญ่เป็นของหวานและเครื่องดื่มที่มีสีม่วงและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ทำพิเศษในงานเทศกาล และอาหารที่วางจำหน่ายตามซุ้มร้านค้าในสวน
เมนูยอดนิยมช่วงเทศกาลดอกวิสเทอเรีย:
• ซอฟต์ครีมวิสเทอเรีย (Wisteria Soft Cream): ซอฟต์ครีมสีม่วงอ่อนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นเมนูยอดฮิตที่พบได้ตามสวน เช่น Ashikaga Flower Park
• ขนมญี่ปุ่น (Wagashi): ขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวหรือไส้ถั่วที่ทำเป็นรูปทรงหรือสีสันที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกวิสเทอเรีย โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ Kameido Tenjin Shrine
• เครื่องดื่มและขนมหวานอื่นๆ: เช่น เครื่องดื่มผสมน้ำเชื่อมดอกวิสเทอเรีย, วุ้น หรือเจลลี่สีม่วง
• อาหารริมทาง (Street Food): ในช่วงเทศกาลจะมีร้านค้ามาตั้งซุ้มขายอาหารต่างๆ ภายในสวน เช่น ยากิโซบะ ทาโกยากิ หรืออาหารท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่
HAUTE COUTURE CAFE
ร้านคาเฟ่ที่เมื่อถึงช่วงเดือนเมษายน ตกแต่งภายในด้วยดอกวิสทีเรียสีม่วงเต็มผนัง และเพดาน ให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ในอุโมงวิสทีเรียกลางฤดูใบไม้ผลิ เมนูจะเป็นเซ็ต Afternoon Tea ธีมดอกวิสทีเรียสีท่วง เช่น มาการอง พาร์เฟ่ต์ เค้ก และเครื่องดื่มบลูเบอร์รี่โซดา เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.hautecouturecafe.com/omotesando/
สวนโกะเรียวคะคุ (Goryokaku Park), ฮอกไกโด (Hokkaido)
สวนโกะเรียวคะคุ (Goryokaku Park) สวนที่ตั้งอยู่คู่กับป้อมโกะเรียวคะคุ (Goryokaku) ในเมืองฮาโกะดาเตะ (Hakodate) จังหวัดฮอกไกโด (Hokkaido) ป้อมปราการรูปดาวห้าแฉกที่โด่งดัง และสวยงาม ยังเป็นที่นิยมในการมาชมดอกซากุระอีกด้วย ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1864 เป็นสมรภูมิสุดท้ายของสงครามโบชิน (Boshin War) ในสมรภูมิฮาโกะดาเตะ (Battle of Hakodate)
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• อุโมงค์ไม้เลื้อยยาว 30 เมตร เมื่อบานเต็มที่จะมีพวงดอกสีม่วงและสีขาวห้อยระย้าลงมาเป็นแนวยาว พร้อมส่งกลิ่นหอมหวานฟุ้งไปทั่วบริเวณ
• บริเวณสวนจะมีซุ้มทางเดินที่เป็นอุโมงค์ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) ตั้งอยู่ใกล้สะพานนิโนฮาชิ (สะพานที่สอง) เมื่อเข้าสู่ป้อมรูปดาวมุ่งหน้าไปยังสำนักงานผู้ว่าการ
• ควบคู่ไปกับการชมดอกอะซาเลียที่กำลังบานในบริเวณเดียวกัน
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ไม่มีค่าใช้จ่าย
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ถึง ต้นเดือนมิถุนายน
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลชมซากุระ และปิ้งย่างเจงกิสข่าน (Sakura & Genghis Khan BBQ)
กิจกรรมการปิ้งย่างเนื้อแกะแบบเจงกิสข่านใต้ต้นซากุระในบริเวณสวน
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.hakodate.travel/en/more-about-hakodate/sakurabbq/
เทศกาลประวัติศาสตร์ฮาโกะดาเตะโกะเรียวคะคุ (Hakodate Goryokaku Festival)
กิจกรรมการเดินพาเรดในชุดย้อนยุคและกิจกรรมการแสดงโชว์ต่าง ๆ จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.hakodate.travel/en/events/hakodate-goryokaku-festival/
ของฝากที่ห้ามพลาด
ของฝากที่เกี่ยวข้องกับป้อมโกะเรียวคะคุ (Goryokaku) พวงกุญแจรูปป้อมโกะเรียวคะคุ (Goryokaku) พวกกุญแจหรือตุ๊กตารูปฮิจิทะกะ โทชิโซ (Hijikata Toshizo) สมาชิกกลุ่มชินเซ็นกุมิ (Shinsengumi) ผู้ยืนหยัดต่อสู้ที่ป้อมปราการแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีขนมท้องถิ่น หรือขนมของฝากรูปหอคอยโกะเรียวคะคุ (Goryokaku Tower) อีกด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.hakodate.travel/en/sightseeing-spots/shopping-spot/goryokaku-tower-stores/
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Rokkatei Goryokaku Store
ร้านตั้งอยู่ติดกับป้อมโกะเรียวคะคุ (Goryokaku) ไฮไลท์ของร้านนี้คือการออกแบบให้ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถนั่งทานขนมพร้อมชมวิวต้นไม้ของสวนโกเรียวกาคุที่เปลี่ยนสีไปตามฤดูกาลได้แบบเต็มตา สำหรับเมนูยอดนิยมคือ Marusei Ice Sandwich ซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งของทางร้าน บิสกิตกรุบกรอบสอดไส้ไอศครีมผสมกับไวท์ช็อกโกแลตและลูกเกด หรือ Yukikonmabata Cheese ชีสเค้กเนื้อเนียนนุ่มประกบด้วยบิสกิตโกโก้สีดำ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.rokkatei.co.jp/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/icokQmz86EDmFdsv9
| ที่อยู่ | Goryokaku Park 44-2 Goryokakucho, Hakodate, Hokkaido |
| การเดินทาง | จจากสถานี Hakodate โดยสารรถรางลงสถานี Goryokaku-koen Mae ใช้เวลา 19 นาที เดินต่ออีก 15 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.hakodate.travel/cht/sightseeing-spots/view/goryokaku-park/ https://www.goryokaku-tower.co.jp/cht/ https://www.visit-hokkaido.jp/tw/event/detail_11114.html |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://www.visit-hokkaido.jp/en/spot/detail_10034.html https://www.goryokaku-tower.co.jp/en/event-season/ https://www.japan.travel/en/spot/1903/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
https://www.japan.travel/th/spot/1903/ https://www.hakodate.travel/th/sightseeing-spots/view/goryokaku-park/ |
เมืองชิเฮ (Shihei Town), มิยางิ (Miyagi)
ต้นวิสทีเรียชื่อดังที่อยู่ในบ้านส่วนบุคคลในย่านชิเฮมาจิ (Shihei Machi) ในเมืองเซนได (Sendai) จังหวัดมิยางิ (Miyagi)เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่เงียบสงบ ขึ้นชื่อเรื่องการเดินชมวัดวาอารามที่สวยงาม โดยจุดชมดอกวิสทีเรียลับแห่งนี้ เล่ากันว่าบรรพบุรุษของเจ้าของบ้านได้รับต้นไม้นี้มา หลังจากที่ท่านดาเตะ มาซามุเนะ (Date Masamune) ไดเมียวผู้ก่อตั้งแคว้นเซนได นำกลับมาจากการยกทัพไปยังคาบสมุทรเกาหลี ในปีค.ศ.1593 ปัจจุบันต้นไม้ต้นนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติ และต้นไม้ที่ควรอนุรักษ์ของเมืองเซนได
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ซุ้มวิสทีเรียขนาดประมาณ 300 ตารางเมตร
• ต้นไม้เก่าแก่อายุกว่า 420 ปี ที่ชาวบ้านช่วยกันดูแลมาอย่างยาวนาน กิ่งก้านถูกจัดให้แผ่คลุมโครงซุ้มขนาดใหญ่
• เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ช่อดอกสีม่วงที่ยาวได้กว่า 1 เมตรจะห้อยย้อยราวม่านดอกไม้
• หนึ่งในจุดชมวิสทีเรียที่มีเสน่ห์ของเมืองเซนได
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ไม่มีค่าใช้จ่าย
*ในช่วงฤดูออกดอกจะมีการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมเป็นกรณีพิเศษตามช่วงเวลาที่กำหนด เนื่องจากพื้นที่เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
เปิดให้เข้าชมประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ถึง กลางเดือนพฤษภาคม
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลและมาราธอนอาหารโทโฮคุ
(19 เมษายน 2026)
มาราธอนในธีมอาหาร ณ เมืองโทเมะการแข่งขันวิ่งมาราธอนอาหารโทโฮคุ ซึ่งจัดขึ้นทุกฤดูใบไม้ผลิในเมืองโทเมะ จังหวัดมิยากิ ไม่ใช่การแข่งขันวิ่งธรรมดา เริ่มต้นจากสวนสาธารณะนากานูมะ ฟูโทเปีย การแข่งขันนี้ผสมผสานกีฬาประเภทความอดทนเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น อาหาร และจิตวิญญาณของชุมชน ทำให้เป็นหนึ่งในประสบการณ์การวิ่งมาราธอนที่โดดเด่นที่สุดของญี่ปุ่น
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tohokumarathon.com/en/
เทศกาลราเมงเซ็นได 2026
(24 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2026)
ร้านราเมงยอดนิยมจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมารวมตัวกันที่สวนสาธารณะเซ็นไดซันซังโกะ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://sendai-ramenfesta.com/
การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนนานาชาติเซนได
(10 พฤษภาคม 2026)
งานกีฬาระดับใหญ่ในใจกลางเมืองเซนได นักเต้นโบกพัดราวกับขนนกกระจิบ และผู้ชมหลายพันคนตะโกนว่า " กันบัตเตะ" (สู้ๆ!) ให้กับนักวิ่งที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว นี่คือการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนนานาชาติเซนได ทุกๆ เดือนพฤษภาคม ถนนในเมืองเซนไดจะคึกคักไปด้วยนักวิ่ง 10,000 คน อาสาสมัคร 2,000 คน ตั้งแต่นักวิ่งระดับโลกไปจนถึงนักวิ่งทั่วไป ให้มาร่วมสัมผัสบรรยากาศการวิ่งท่ามกลางเมืองแห่งต้นไม้ที่สวยงาม
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.sendaihalf.com/en/
ของฝากที่ห้ามพลาด
ชิเฮมันจู (Shihei Manju)
ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี โชวะที่ 13 (ค.ศ.1938) ขนมมันจูสูตรดั้งเดิมนี้ยังคงผลิตด้วย วิธีการแบบเดียวกับเมื่อกว่า 80 ปีก่อน แป้งเนื้อนุ่มห่อไส้ถั่วแดงกวนรสหวานละมุน กลายเป็นหนึ่งใน ขนมขึ้นชื่อของเมืองเซนได ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน หาซื้อได้ที่ร้าน Shiheido
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tabelog.com/miyagi/A0401/A040101/4012121/
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Shiheicho Sakaba Kasumi
ร้านอิซากายะเล็ก ๆ บรรยากาศอบอุ่นในย่านชิเฮมาจิ (Shihei Town) เหมาะแวะดื่มหลังชมดอกไม้ เสิร์ฟอาหารสไตล์กับแกล้มญี่ปุ่น เช่น ไก่ทอด เกี๊ยวซ่า ปลาย่าง และเมนูทานเล่นง่าย ๆ คู่สาเก
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://ta62500.gorp.jp/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/7sjTuaHeT8RZoTTD9
| ที่อยู่ | Wisteria of Shihei‑cho 3 Shiheimachi, Aoba Ward, Sendai, Miyagi |
| การเดินทาง | จากสถานี Sendai โดยสารรถบัสประจำทาง ลงป้าย Shiheicho Hisashitokuteramae จากนั้นเดินต่อ 2 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.sendai-c.ed.jp/~bunkazai/shiteidb/c03024.html https://www.city.sendai.jp/ryokuchihozen/kurashi/shizen/midori/reiwa100sen/documents/29_siheityo.pdf |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
- |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
- |
สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park), โทชิงิ (Tochigi)
สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park) สวนดอกไม้ขนาดใหญ่กว่า 100,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) เป็นสวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในการมาชมดอกวิสทีเรียหลากสีสันกว่า 350 ต้น โดยเฉพาะบริเวณต้นวิสเทอเรียขนาดใหญ่อายุกว่า 160 ปี อีกหนึ่งไฮไลต์ของที่นี่ คือ งานไฟประดับฤดูหนาวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก! เคยได้รับรางวัลอันดับ 1 จาก International Illumination Award
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ต้นวิสทีเรียขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 160 ปี แผ่ขยายกิ่งก้านสาขาครอบคลุมพื้นที่เทียบเท่า 600 เสื่อทาทามิ หรือเกือบ 1,000 ตารางเมตร ดอกวิสเทเรียสีม่วงปกคลุมพื้นที่สร้างร่มเงาโดยรอบ
• ชมดอกวิสทีเรียหลากสีสันกว่า 350 ต้น
• อุโมงค์วิสเทอเรียสีขาวความยาว 80 เมตร
• มีการประดับไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนตั้งแต่ พระอาทิตย์ตก จนถึง 20:30 น.
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ผู้ใหญ่ : 1,200 - 2,300 เยน
เด็ก : 600 - 1,200 เยน
(ราคาแต่ละวันอาจไม่เท่ากัน)
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง กลางเดือนเมษายน ถึง กลางเดือนพฤษภาคม
งานเทศกาลวันที่ 15 เมษายน – 20 พฤษภาคม 2026
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลงูมามาดะ โนะ จาคาไมตะ (Mamada no Jagamaita Snake Festival)
(5 พฤษภาคม 2026)
หรือเทศกาลอสรพิษแห่งเมืองโอยามะ (Oyama) จังหวัดโทชิงิ (Tochigi) โดยมีการแห่งูขนาดใหญ่เพื่อขอพรให้ได้ผลผลิตดีและปลอดภัย ชาวบ้านแบกงูขนาดใหญ่ยาว 15 เมตรที่ทำจากฟาง ไปพร้อมกับตะโกนว่า “จากา ไมตา จากา ไมตา!” เดินแห่ไปรอบเมือง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการนำน้ำมาสู่ผืนนา และได้รับการยกย่องให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ที่สำคัญของญี่ปุ่น (National Important Intangible Folk Cultural Property)
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.mamada-hachiman.jp/jyagamaita
ของฝากที่ห้ามพลาด
ฟูจิ มันจู (Fuji Manju)
ขนมมันจูไส้ถั่วแดงรูปดอกวิสทีเรีย และชาดำกลิ่นวิสทีเรียที่มีขายเฉพาะที่นี่เท่านั้น
ของสะสมน่ารัก ๆ อย่างตุ๊กตาสัตว์ชนิดต่าง ๆ ในธีมสีม่วงแบดอกวิสทีเรีย ของใช้ต่าง ๆ เช่น น้ำหอมกลิ่นดอกวิสทีเรีย แผ่นมาร์คหน้าที่มีสารสกัดจากดอกวิสทีเรีย ครีมทามือกลิ่นดอกวิสทีเรีย และร่มสีม่วงลายดอกวิสทีเรีย
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.ashikaga.co.jp/guide/shop.php
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Restaurant Wisteria
ร้านอาหารภายในสวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park) มีเมนูหลายประเภทให้บริการ แต่เมนูที่เป็นที่นิยมสูงสุดคือ ซาโนะ ราเมง (Sano Ramen) ราเมงท้องถิ่นจากเมืองซาโนะ (Sano) เป็นราเมงเส้นแบนหยัก มีความนุ่มและเด้งเป็นเอกลักษณ์ และยังมีซอฟต์ครีมสีม่วงกลิ่นดอกวิสทีเรีย (Wisteria Soft Ice-cream) เมนูพิเศษของที่นี่ที่ไม่ควรพลาด
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.ashikaga.co.jp/guide/restaurant.php
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/A3YN8WJ5c6LQTKYy9
| ที่อยู่ | Ashikaga Flower Park 607 Hasamacho, Ashikaga, Tochigi |
| การเดินทาง | จากสถานี Ashikaga Flower Park เดินอีกประมาณ 3 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.ashikaga.co.jp/ https://www.ashikaga-kankou.jp/spot/flower_park https://www.tochigiji.or.jp/spot/s2306 |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://www.ashikaga.co.jp/english/ https://www.ashikaga-kankou.jp/en/spot/flower_park https://www.visit-tochigi.com/th/plan-your-trip/things-to-do/4086/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
https://www.japan.travel/th/spot/1473/ https://www.visit-tochigi.com/th/plan-your-trip/things-to-do/4086/ |
สวนดอกวิสทีเรีย โทคาเอ็น (Tokaen Wisteria Garden), ไซตะมะ (Saitama)
สวนดอกวิสทีเรีย โทคาเอ็น (Tokaen Wisteria Garden) ตั้งอยู่ในเมืองคะสุคะเบะ (Kasukabe) จังหวัดไซตะมะ (Saitama) เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของวัดเรนเงะอิน (Renge-in) ในนิกายชิงงอน ก่อนที่วัดจะถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1864 และพื้นที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นสวนเอกชน
ภายในจัดภูมิทัศน์อย่างสวยงาม มีทั้งซุ้มวิสทีเรียขนาดใหญ่ เกาะเล็ก ๆ กลางน้ำ และทะเลสาบที่รายล้อมด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล เช่น ไอริส และดอกกุหลาบพันปี ทำให้บรรยากาศของสวนมีเสน่ห์ และเหมาะสำหรับการเดินชมธรรมชาติอย่างเพลิดเพลิน
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ต้นวิสทีเรียโบราณยามะฟูจิ (Yama Fuji) ซึ่งเชื่อกันว่าปลูกโดยพระโคโบ ไดชิ (Kobo Daishi) ผู้ก่อตั้งนิกายชิงงอน เมื่อราว 1,200 ปีก่อน ได้รับทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติพิเศษของญี่ปุ่นและเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
• ต้นขนาดใหญ่ ฐานรากขนาด 9.2 เมตร
• ช่อดอกที่ยาวเป็นพิเศษ มีความยาวถึง 2 เมตร มีสีม่วงเข้มแบบไลแลค
• กิ่งก้านแผ่ขยายจากรากเดียวขึ้นสู่โครงซุ้มขนาดประมาณ 700 ตารางเมตร ทำให้เมื่อดอกบานเต็มที่ ซุ้มวิสทีเรียแห่งนี้ดูยิ่งใหญ่ และงดงาม • เปิดให้เข้าชมแค่เพียงปีละ 3 อาทิตย์เท่านั้น
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ผู้ใหญ่ : 1,200 เยน
เด็ก : 600 เยน
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://ushijimanofuji.co.jp/en/index.html
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม
เปิดให้เช้าชม 11 เมษายน - 03 พฤษภาคม 2026
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาล คะสุคะเบะ วิสทีเรีย (Kasukabe Wisteria Festival)
(26 เมษายน 2026 เวลา 10:30 น. - 16:00 น.)
เทศกาลชมดอกวิสทีเรียประจำปี ภายในงานมีขบวนพาเหรด และการแสดงต่าง ๆ ตลอดถนน Wisteria Street ระยะทางประมาณ 1.1 กิโลเมตร รวมถึงการแสดงดนตรี การเต้นรำ การตีกลองไทโกะ และร้านค้าบรรยากาศเทศกาลมากมายให้เดินชมอย่างเพลิดเพลิน
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://kasukabe-tmo.org/tmochiiki.html
เทศกาลว่าวยักษ์คาสึคาเบะ (Kasukabe Giant Kite Festival)
(3 และ 5 พฤษภาคม 2026)
ในช่วงสัปดาห์ทองชาวเมืองคาสึคาเบะจะเฉลิมฉลองวันหยุดนี้ด้วยการปล่อยว่าวขนาดใหญ่และหนักลอยเหนือแม่น้ำเอโดะ เพื่อเฉลิมฉลองวันเด็ก ในงานเทศกาลนี้ใช้เวลาสร้างหลายเดือนจากไม้ไผ่และกระดาษ ว่าวที่ใหญ่ที่สุดสองตัวมีความสูง 15 เมตรและกว้าง 11 เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับเสื่อทาทามิ 100 ผืน แต่ละตัวหนัก 800 กิโลกรัม หรือขนาดเล็ก ว่าวขนาดเล็กมีความสูง 15 เมตรและหนัก 150 กิโลกรัม
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://showa-odako.com/
ของฝากที่ห้ามพลาด
• เซมเบ้กรอบโทชิโซ
ขนมเซมเบ้เนื้อกรอบจากร้านเก่าแก่ในเมืองคะสุคะเบะ (Kasukabe) โดดเด่นด้วยรสชาติแบบดั้งเดิม และได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้า “Kasukabe Food Selection”
• โดนัทข้าวแดง & เค้กดอกวิสทีเรีย
ขนมหวานสไตล์ตะวันตกจากร้าน Swan จุดเด่นอยู่ที่เนื้อเค้กสปันจ์ที่นุ่มละเอียด ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของทางร้าน ผสานกับวัตถุดิบคุณภาพดี ทำให้ขนมมีรสชาติกลมกล่อม ที่ใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนการทำ โดยเน้นความเรียบง่ายและรสชาติที่ทานได้ทุกวันไม่เบื่อ
• ฟูจิอุด้ง
อุด้งสีม่วงอ่อนสะดุดตา ได้แรงบันดาลใจจากดอกวิสทีเรีย กลายเป็นเมนูดังหลังออกทีวีในรายการญี่ปุ่น และปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในของขึ้นชื่อที่มาแล้วต้องลอง
รายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.ushijimanofuji.co.jp/omiyage.html
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
ไคเซ็นคัปโป อุโอเก็น (Kaisen Kappo Uogen)
โดดเด่นด้วยอาหารทะเลสดตามฤดูกาล ปรุงอย่างพิถีพิถันในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม บรรยากาศร้านเป็นห้องส่วนตัว เงียบสงบ เหมาะกับทั้งมื้อพิเศษและงานเลี้ยงต่าง ๆ มื้อกลางวันแนะนำเซ็ต ไดเมียววังโกเซ็น (Daimyowangozen) ที่จัดเต็มทั้งรสชาติและความคุ้มค่า ส่วนมื้อเย็นมีคอร์สไคเซกิให้เลือกตามงบประมาณ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.uogen.jp/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/LyV7ov1v8ShDDUnz5
| ที่อยู่ | Tokaen Wisteria Garden Ushijima, Kasukabe, Saitama |
| การเดินทาง | จากสถานี Omiya โดยสารรถไฟ Tobu Noda Line ลงสถานี Fujino-ushijima ใช้เวลา 25 นาที จากนั้นเดินต่อ 10 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
http://ushijimanofuji.co.jp/index.html https://insaitama.com/kasukabe-wisteria-festival-23/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
http://ushijimanofuji.co.jp/en/index.html https://saitama-supportdesk.com/spots/post-33673/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
- |
ศาลเจ้าคาเมโดะเทนจิน (Kameido Tenjin Shrine), โตเกียว (Tokyo)
ศาลเจ้าคาเมโดะ เทนจิน (Kameido Tenjin Shrine) เป็นศาลเจ้าที่ได้รับความนิยมในการมาขอพรเรื่องการเรียน มีจุดเด่นจากสะพานไทโกะบาชิ (Taiko-bashi Bridge) สีแดงโค้งสูง สถานที่ชมดอกวิสเทอเรียที่มีชื่อเสียง ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพพิมพ์อุกิโยเอะ "หนึ่งร้อยทัศนียภาพที่มีชื่อเสียงของเอโดะ" โดยอุตาคาวะ ฮิโรชิเกะ ปัจจุบันยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน "หนึ่งร้อยทัศนียภาพใหม่ของโตเกียว" อีกด้วย
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ที่นี่คือจุดชมดอกวิสทีเรีย อันดับ 1 ของโตเกียว
• บริเวณศาลเจ้ามีต้นวิสทีเรียปลูกอยู่กว่า 50 ต้นครอบคลุมพื้นที่กว้างเหนือพื้นน้ำ และทางเดิน
• ช่อดอกวิสทีเรียสีม่วง ชมพู และขาว บานสะพรั่งเต็มพื้นที่
• ดอกวิสทีเรียที่มีฉากหลังเป็นโตเกียว สกายทรี (Tokyo Skytree) ที่ยิ่งใหญ่
• มีการประดับไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนตั้งแต่ พระอาทิตย์ตก จนถึง 21.00 น.
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ไม่มีค่าใช้จ่าย
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง กลางเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม
งานเทศกาลวันที่ 4 เมษายน - 30 เมษายน 2026
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลชมดอกวิสทีเรีย ศาลเจ้าคาเมโดะ เทนจิน (Kameido Tenjin Wisteria Festival)
(30 เมษายน – 04 พฤษภาคม 2026)
ภายในงานจะคึกคักไปด้วยร้านแผงลอยมากมาย ในช่วงเทศกาลจะมีการประดับไฟส่องสว่างที่ซุ้มดอกวิสทีเรีย และสะพานแดงตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไปจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งจะได้เห็นวิวโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เปิดไฟสว่างไสวเป็นฉากหลัง
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://koto-kanko.jp/event/detail.php?eid=2243
ของฝากที่ห้ามพลาด
เครื่องรางดอกฟูจิ (Wisteria Omamori)
เครื่องรางของศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการเสริมดวงด้านการเรียน และสติปัญญา โดยมีเครื่องรางรุ่นพิเศษที่ปักลวดลายดอกวิสทีเรียสีม่วงอย่างประณีต ในช่วงเทศกาล ทางศาลเจ้าจะมีตราประทับลงสมุดสะสมรุ่นลิมิเต็ดที่เป็นลายดอกวิสทีเรีย และสะพานแดง
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://co-trip.jp/article/611441
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Juuwari Soba Nishida
ร้านโซบะชื่อดังตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าคาเมโดะ (Kameido Tenjin Shrine) ทางร้านใช้เส้นโซบะคุณภาพสูงส่งตรงมาจากจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) มีชื่อว่า ฮิตาชิ อะคิ โซบะ (Hitachi Aki Soba) พร้อมเมนูที่หลากหลายที่มีให้เลือกทานภายในร้าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tabelog.com/tokyo/A1312/A131202/13101731/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/do91B6Nww2VsjVCZA
| ที่อยู่ | Kameido Tenjin Shrine 3 Chome-6-1 Kameido, Koto, Tokyo |
| การเดินทาง | จากสถานี Tokyo โดยสารรถไฟ Sobu Line (Rapid) ลงสถานี Kinshicho ใช้เวลา 8 นาที เดินต่ออีก 16 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://kameidotenjin-sha.jp/ http://10jinja.tokyo/kameidotenjinsha.html |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://www.japan.travel/en/spot/1702/ https://www.gotokyo.org/en/spot/ev197/index.html |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
https://www.japan.travel/th/spot/1702/ |
สวนมันดะระจิ (Mandaraji Park), ไอจิ (Aichi)
สวนมันดะระจิ (Mandaraji Park) ตั้งอยู่ในเมืองโคนัง (Konan) จังหวัดไอจิ (Aichi) อยู่ในบริเวณวัดมันดะระจิ (Mandaraji Temple) วัดเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันอาคารสำคัญของวัดหลายแห่ง ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ
พื้นที่รอบวัดได้รับการพัฒนาเป็นสวนสาธารณะตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1970 และกลายเป็นสถานที่ชมดอกวิสทีเรียที่มีชื่อเสียงของจังหวัดไอจิ (Aichi) ภายในสวนมีบ่อน้ำ ศาลาพักผ่อน และเวทีกลางแจ้ง ท่ามกลางภูมิทัศน์ธรรมชาติที่ร่มรื่น ทำให้ที่นี่เป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของทั้งชาวเมือง และนักท่องเที่ยว
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ซุ้มวิสทีเรียขนาดใหญ่ ซึ่งซุ้มที่ยาวที่สุดมีความยาวถึง 75 เมตร และครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,700 ตารางเมตร
• ภายในสวนมีต้นวิสทีเรียประมาณ 60 ต้น จาก 11 สายพันธุ์ ตั้งแต่พันธุ์ที่บานเร็วไปจนถึงพันธุ์บานช้า
• สามารถชมดอกวิสทีเรียหลากหลายสี เช่น สีม่วง แดง และขาว
• เวลาเดียวกันยังมีดอกโบตั๋น และดอกกุหลายพันปีบานสะพรั่ง ช่วยเพิ่มสีสันให้สวนยิ่งงดงาม
• มีการประดับไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนตั้งแต่ 18:30 - 21:00 น.
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ไม่มีค่าใช้จ่าย
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง กลางเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม
งานเทศกาลวันที่ 17 เมษายน - 03 พฤศภาคม 2569
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลโคนังวิสทีเรีย (Konan Wisteria Festival)
(17 เมษายน – 03 พฤษภาคม 2026)
ที่สวนมันดะระจิ (Mandaraji Park) ในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ภายในงานมีการประดับไฟซุ้มวิสทีเรียในช่วงกลางคืน พร้อมกิจกรรม และการแสดงต่าง ๆ เช่น ดนตรีสด และอีเว้นท์ท้องถิ่น ทำให้บรรยากาศคึกคัก และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั้งใน และนอกจังหวัด
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.konan-kankou.jp/?p=6041
ของฝากที่ห้ามพลาด
มันดะระโมจิ (Mandara Mochi)
ขนมพื้นเมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี ทำด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม ตัวโมจิเคลือบผงคินาโกะ เนื้อนุ่มละเอียด หอมละมุน รสชาติเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นโบราณ แนะนำให้แช่เย็นก่อนทาน จะยิ่งอร่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.kashiwaya-net.com/mandaramochi.html
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
ไดโกะอัน (Daigoan)
ร้านน้ำชาที่อยู่คู่กับวัดมันดะระจิ (Mandaraji Park) ที่ในช่วงเทศกาลดอกวิสทีเรีย ร้านจะเปิดให้บริการทั้งบริเวณใกล้จุดหลักของงาน และภายในวัด (บางพื้นที่ต้องจองล่วงหน้า) พร้อมเมนูแนะนำอย่าง นาเมชิเด็งกาคุ (Nameshi Dengaku) คือ ข้าวที่ผสมกับใบหัวไชเท้าสับละเอียด และเด็งกาคุ (Dengaku) คือเต้าหู้เสียบไม้ย่างทาด้วยซอสมิโสะ (Hatcho Miso)
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.konan-kankou.jp/?page_id=4471
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/yE9oDsSkYyjLKsix58
| ที่อยู่ | Mandaraji Park Teramachi-202 Maehibocho, Konan, Aichi |
| การเดินทาง | จากสถานี Meitetsu-Nagoya โดยสารรถไฟ Meitetsu Inuyama Line Limited Express ลงสถานี Konan ใช้เวลา 15 นาที จากนั้นขึ้นรถบัส Meitetsu สายมุ่งหน้าไป Konan Danchi ลงที่ป้าย Mandaraji ใช้เวลา 15 นาที แล้วเดินต่อประมาณ 3 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://nekonomitiannai.com/archives/16646#google_vignette https://mandaraji.jimdofree.com/藤の花/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://aichinow.pref.aichi.jp/en/spots/detail/180/ https://www.japan.travel/en/japans-local-treasures/mandaraji-park-wisterias-2020/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
https://aichinow.pref.aichi.jp/th/spots/detail/180/ |
วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple), เกียวโต (Kyoto)
วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) วัดพุทธเก่าแก่อายุกว่าพันปีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1052 โดดเด่นด้วยวิหารฟีนิกซ์ (Phoenix Hall) อาคารไม้สีแดงสดที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสระน้ำ เป็นอาคารเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่น
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ต้นวิสทีเรียที่วัดเบียวโดอินมีอายุกว่า 300 ปี
• สายพันธุ์ โนดะฟูจิ (Noda Fuji) ที่ขึ้นชื่อเรื่องพวงดอกยาวสวย โดยสามารถยาวได้มากกว่า 1 เมตร และบางช่อห้อยลงมาเกือบแตะพื้น เมื่อบานเต็มที่จะดูราวกับน้ำตกสีม่วง ที่ไหลพลิ้วอย่างงดงาม
• ซุ้มวิสเทอเรียได้ในสามแห่ง ได้แก่ ภายในบริเวณวัด หน้าประตูหลัก และหน้าประตูทิศใต้
• อีกหนึ่งจุดเด่น คือ ซุ้มวิสทีเรียริมสระน้ำ ที่เมื่อดอกบานสะพรั่งจะเรียงตัวเป็นม่านสีม่วงอ่อน ตัดกับวิหารฟีนิกซ์สีแดงด้านหลังอย่างลงตัว กลายเป็นภาพทิวทัศน์ที่ทั้งโรแมนติกและเป็นเอกลักษณ์ของวัดแห่งนี้
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ค่าเข้าชมพื้นที่วัด และ พิพิธภัณฑ์โฮโชคัง
ผู้ใหญ่ 700 เยน / เด็กมัธยม 400 เยน / เด็กประถม 300 เยน
หากต้องการเข้าชมสถาปัตยกรรม และพระพุทธรูปภายในวิหารฟีนิกซ์ จะต้องซื้อตั๋วเพิ่มด้านในอีก 300 เยน
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง กลางเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม
พยากรณ์การบานของดอกฟูจิ
https://www.byodoin.or.jp/flower/
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลชงชาอุจิ (ฮาจิฮาจิยะ) (Hachijuhachiya Tea Festival)
(02 พฤษภาคม 2026)
ในฐานะที่เป็นแหล่งกำเนิดของชาเขียวญี่ปุ่น อุจิจะเฉลิมฉลองการเปิดฤดูกาลเก็บชาอย่างเป็นทางการด้วยพิธีชงชาและกิจกรรมพิเศษต่างๆ โดยที่ วันที่ 88 ตามปฏิทินญี่ปุ่นดั้งเดิม ซึ่งตรงกับช่วงประมาณวันที่ 1 หรือ 2 พฤษภาคม ถือเป็นวันที่สำคัญสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกชา เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่วันที่ 88 นี้ถือเป็นวันที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นเก็บเกี่ยวชาในฤดูใบไม้ผลิ
เลข 8 ถือเป็นเลขมงคลในญี่ปุ่น ดังนั้นวันที่ 88 จึงเป็นวันโชคดีมาก ดังนั้น ย่านชาเขียวแห่งนี้มรการจัดกิจกรรมพิเศษ ๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://ujicha.or.jp/
ของฝากที่ห้ามพลาด
・เครื่องรางรูปนกฟีนิกซ์ (Phoenix Omamori) เครื่องรางดีไซน์หรูหราปักลายศาลาและนกฟีนิกซ์
・สมุดตราประทับโกะชูอิน (Goshuin) สำหรับสายสะสม ตราประทับของวัดเบียวโดอิน ตราประทับของที่นี่จะใช้การเขียนด้วยพู่กันอย่างปราณีต
・มัทฉะซอฟต์เสิร์ฟ (Matcha Soft Serve) ถนน Omotesando ทางเดินเข้าวัดเต็มไปด้วยร้านชาเขียว ไอศกรีมมัทฉะรสชาติเข้มข้นแท้ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อได้มาเยือน
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Nakamura Tokichi Byodoin Store
ร้านคาเฟ่ และอาหารที่ทำจากชาเขียวชื่อดังระดับตำนานที่ดัดแปลงจากเรียวกังเก่า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอุจิ (Uji River) ใกล้ทางเข้าวัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple) เมนูห้ามพลาดคือ โซบะชาเขียว (Matcha Soba) และขนมหวานอย่าง พาร์เฟต์มัทฉะ (Matcha Parfait) ทานพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศของแม่น้ำอุจิ (Uji River)
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tokichi.jp/english/stores/map_byodoin/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/q5uhPBE3c23co8Qo7
| ที่อยู่ | Byodoin Temple Renge-116 Uji, Kyoto |
| การเดินทาง | จากสถานี Kyoto โดยสารรถไฟ Nara Line ลงสถานี Uji ใช้เวลา 23 นาที เดินต่ออีก 15 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.byodoin.or.jp/en/saijiki/ https://byodoinguide.jp/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://www.kyototourism.org/en/sightseeing/430/ https://www.discoverkyoto.com/places-go/byodo/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
https://byodoinguide.jp/th/ https://www.japan.travel/th/spot/685/ https://www.kintetsu.co.jp/foreign/thai/sightseeing/kyoto/spot02.html |
วัดเบียคุโกจิ (Byakugou-ji Temple), เฮียวโกะ (Hyogo)
วัดเบียคุโกจิ (Byakugou-ji Temple) เป็นวัดพุทธเก่าแก่ในเมืองทัมบะ (Tamba) จังหวัดเฮียวโกะ (Hyogo) สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อประมาณ 1,300 ปีก่อน
บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ มีทั้งสวนแบบญี่ปุ่น สะพานโค้งไทโกะที่ทอดผ่านสระน้ำรูปหัวใจ และทางเดินหิน โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่ทั่วบริเวณถูกแต่งแต้มด้วยม่านดอกวิสทีเรียสีม่วงอ่อนอย่างงดงาม
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ต้นวิสเทอเรียลำต้นยาว ยาวได้ถึง 150 เซนติเมตร ห้อยลงมาจากโครงไม้เลื้อยวิสเทอเรียยาว 120 เมตร
• ดอกวิสเทอเรีย สายพันธุ์ “Kyushaku Fuji” ซึ่งมีช่อดอกยาวเป็นพิเศษ
• บางช่อมีความยาวที่สุด บันทึกไว้มีความยาวถึง 180 เซนติเมตร ห้อยย้อยลงมาราวกับม่านน้ำตก
• เมื่อดอกบานเต็มที่ ภาพของดอกวิสทีเรียสีม่วงอ่อนที่เรียงตัวแน่นตลอดแนวซุ้ม จะดูคล้ายเพดานดอกไม้สุดโรแมนติก จนกลายเป็นหนึ่งในจุดชมวิสทีเรียที่สวยงามของภูมิภาคคันไซ
• มีการประดับไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงเวลา 21:00 น.
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ในฤดูชมดอกวิสทีเรีย ค่าเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไป 500 เยน
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง ปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคมน
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลคิวสะคุ ฟุจิ (Kyushaku Fuji Matsuri)
(ช่วง Golden Week ของทุกปี)
เทศกาลชมดอกวิสทีเรียประจำวัด ซึ่งจัดขึ้นในช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ ภายในงานนักท่องเที่ยวสามารถเดินชมซุ้มดอกไม้สีม่วงที่ทอดยาว ในตอนกลางคืนมีการจัดแสดงไลท์อัพด้วยไฟ LED 5 สี สาดส่องให้ดอกวิสทีเรียเปล่งแสงออร่าเรืองรองสวยงาม
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.tambacity-kankou.jp/english/flowers/08.html
เทศกาลฤดูใบไม้ผลิเทการายามะ (Tegarayama Spring Festival)
(25 เมษายน - 06 พฤษภาคม 2026)
เพื่อส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเทการายามะ (Tegarayama) เมืองฮิเมจิ (Himeji) งานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิเทการายามะจะจัดขึ้นในช่วง Golden Week เป็นหลัก งานเทศกาลนี้จะมีกิจกรรมมากมาย เช่น การสะสมแสตมป์เพื่อเยี่ยมชมสถานีแลกเปลี่ยนเทการายามะ ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเมืองฮิเมจิ สวนพฤกษศาสตร์เรือนกระจกเทการายามะ และพิพิธภัณฑ์สันติภาพเมืองฮิเมจิ รวมถึงการแสดงดนตรีสดเทการายามะที่ลานบนยอดเขา การรวมตัวของยานพาหนะใช้งานขนาดใหญ่ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่ายด้วย ในวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ เข้าชมพิพิธภัณฑ์สันติภาพได้ฟรี
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.himeji-kanko.jp/event/1889/
ของฝากที่ห้ามพลาด
ถั่วดำทันบะ
วัตถุดิบขึ้นชื่อของเมืองทัมบะ (Tamba) มักจะเอาไปทำเป็น ขนมข้าวพองถั่วดำ เซมเบ้ถั่วดำ และโคร็อกเกะถั่วดำ ซึ่งเป็นของฝากที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tamba-obasato.co.jp/
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
WAsabi
ร้านโซบะบรรยากาศอบอุ่นในบ้านโบราณอายุกว่า 150 ปี ที่ดัดแปลงจากอดีตบ้านซามูไร เสิร์ฟโซบะทำมือ และอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมโดยเน้นวัตถุดิบคุณภาพ ไฮไลท์คือเซ็ตมื้อกลางวันที่มาพร้อม อาหารเรียกน้ำย่อย 9 อย่าง ครบทั้งรสชาติ และความหลากหลาย
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.tambacity-kankou.jp/shop/magokoro_37/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/SG9qE61Q6FDpGtL98
| ที่อยู่ | Byakugou-ji Temple 709 Ichijimacho Byakugoji, Tamba, Hyogo |
| การเดินทาง | จากสถานี Ichijima โดยสารแท็กซี่ 10 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.tambacity-kankou.jp/spot/hanameguri_fuji/ https://www.hyogo-tourism.jp/review/detail_659.html |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
- |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
- |
สวนสาธารณะฟูจิวิสทีเรีย (Wake Town Wisteria Park), โอคายาม่า (Okayama)
สวนสาธารณะฟูจิวิสทีเรีย (Fuji Wisteria Park) ตั้งอยู่ในเมืองวาเกะ (Wake) จังหวัดโอคายาม่า (Okayama) เปิดให้บริการในปี 1985 เป็นแหล่งรวมพันธุ์วิสเทอเรียที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นมี พื้นที่ประมาณ 7,000 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยโครงไม้เลื้อยวิสเทอเรียกว้าง 7 เมตร ยาว 500 เมตร ซึ่งรวบรวมวิสเทอเรียชื่อดังจาก 46 จังหวัดทั่วญี่ปุ่น รวมถึงวิสเทอเรียจากฮาโกดาเตะทางภาคเหนือ และวิสเทอเรียจากโบซุในจังหวัดคาโกชิมะ
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ต้นวิสทีเรียจากสายพันธุ์ที่หลากหลาย กว่า 100 สายพันธุ์
• ต้นวิสทีเรีย 140 ต้น ซึ่งรวบรวมมาจากสายพันธุ์วิสเทอเรียที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศ
• "สวนวิสเทอเรียอันดับ 1 ของญี่ปุ่น" เนื่องจากมีวิสเทอเรียหลากหลายสายพันธุ์
• โครงไม้เลื้อยวิสทีเรียนี้กว้างถึง 7 เมตร
• ตื่นตาตื่นใจที่สุดของการมาชมคืออุโมงค์ดอกวิสทีเรียที่ทอดยาวกว่า 500 เมตร
• สีของดอกก็หลากหลาย ตั้งแต่สีม่วงเข้ม สีม่วงอ่อน สีชมพูอ่อน และสีขาวบริสุทธิ์
• มีการประดับไฟส่องสว่างในเวลากลางคืนตั้งแต่ 18:00 - 21:00 น.
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ค่าเข้า 500 เยน ซื้อผ่านเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง ปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลฟุจิ วิสเทอเรีย พาร์ค (Fuji Wisteria Park Festival)
(ปลายเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม (ช่วง Golden Week)) จะมีการจำหน่ายเบนโตะ ร้านขายอาหาร และการแสดงบนเวที มีกิจกรรมการแสดงพื้นบ้านให้ชมใบบางวัน เช่น รำดาบ หรือ กลองไทโกะ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.okayama-kanko.jp/wake/event/detail_12471.html
กิจกรรมปั่นจักรยานชมเมือง
ปั่นจักรยาน สามารถเช่าจักรยานจากสถานี Wake เพื่อปั่นมายังสวนและบริเวณใกล้เคียงได้ด้วย เส้นทางที่แนะนำคือ Katatetsu Roman Kaido Cycling Road ซึ่งเป็นเส้นทางจักรยานเลียบทางหลวงหมายเลข 374 และแม่น้ำโยชิอิ (Yoshii River) 1 ใน 3 แม่น้ำสายหลักของเมืองโอคะยะมะ มาชมดอกวิสทีเรียที่งดงามเบ่งบานพร้อมกันที่นี่ แล้วจะประทับใจไม่รู้ลืม
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.japan.travel/th/experiences-in-japan/1334/
ของฝากที่ห้ามพลาด
ภายในศาลเจ้าวาเกะ (Wake Jinja Shrine) ที่ตั้งอยู่ข้างสวน จะมีเครื่องรางและถุงใส่สมุดโกะชุอินลายดอกวิสทีเรีย และตราประทับให้ได้เก็บสะสมเสริมมงคลด้วยเช่นกัน และภายในงานยังมีบูธร้านค้าร้านอาหารเล็ก ๆ ให้ได้ซื้อกันอีกด้วย
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Tonku
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่นำเสนอเมนูหลากหลายประเภท เช่น ราเมง ข้าวผัด ข้าวห่อไข่ และเมนูอื่น ๆ และยังมีเซ็ทเมนูสุดคุ้มให้เลือกทานที่มาพร้อมกับราคาที่สมเหตุสมผล
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://tabelog.com/okayama/A3301/A330104/33003108/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/46kypVKwJxe23Zif9
| ที่อยู่ | Fuji Wisteria Park 1893 Fujino, Wake, Wake, Okayama |
| การเดินทาง | จากสถานี Okayama โดยสารรถไฟ Sanyo Line ลงสถานี Wake ใช้เวลา 31 นาที จากนั้นโดยสารรถรถแท๊กซี่อีก 7 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.okayama-kanko.jp/okatabi/1467/page https://www.okayama-kanko.jp/wake/spot/detail_11611.html https://www.town.wake.lg.jp/soshiki/sangyoshinko/gyomu/1/92.html |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://www.okayama-japan.jp/en/spot/10662 |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
https://www.japan.travel/th/experiences-in-japan/1334/ |
วัดมันปุคุจิ (Manpukuji Temple), คางาวะ (Kagawa)
วัดมันปุคุจิ (Manpukuji Temple) ตั้งอยู่ในเมืองมิโทโยะ (Mitoyo) ใกล้แม่น้ำไซตะ (Saita River) จังหวัดคางาวะ (Kagawa) เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติย้อนไปถึงปี ค.ศ. 808 และมีความเกี่ยวข้องกับพระคูไค อีกทั้งยังเป็นเป็นหนึ่งในวัดของเส้นทางแสวงบุญซานุกิ 33 คันนอน ภายในวัดประดิษฐานเทพบิชามงเท็น และรายล้อมด้วยบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ
ปัจจุบันวัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “วัดวิสทีเรีย” ด้วยซุ้มดอกไม้สีม่วงที่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ สร้างทัศนียภาพงดงามท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำ
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ต้นวิสทีเรียที่ปลูกมาตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1964
• ปัจจุบันแผ่กิ่งก้านปกคลุมซุ้มขนาดประมาณ 100 ตารางเมตร
• ช่อดอกสีม่วงอ่อนห้อยย้อยสวยงาม มีความยาวเฉลี่ยราว 90 เซนติเมตร และบางช่อยาวได้ถึง 120 เซนติเมตร
• บริเวณใกล้ศาลาหลักยังมีสายพันธุ์ยาเอะโคคุริว (Yaekokuryu) ที่โดดเด่นด้วยสีม่วงเข้ม และกลิ่นหอม
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ไม่มีค่าใช้จ่าย
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วง กลางเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
Setouchi Triennale 2026
เทศกาลมักแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง
เทศกาลศิลปะร่วมสมัย เป็นเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติที่จัดขึ้นทุก 3 ปี บริเวณเกาะต่าง ๆ ในทะเลเซโตะ โดยจะมีกิจกรรมนิทรรศการพิเศษตลอดปี 2026 เน้นงานศิลปะร่วมสมัย การฟื้นฟูชุมชน และการสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านงาน สถานที่: จัดขึ้นบนเกาะต่าง ๆ อาทิ นาโอชิมะ (Naoshima), เทชิมะ (Teshima), โชโดชิมะ (Shodoshima) และเกาะอื่น ๆ ในทะเลเซโตะ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://setouchi-artfest.jp/en/
เทศกาลปราสาทมารุกาเมะ (Marugame Castle Festival)
(03 - 04 พฤษภาคม 2026)
เทศกาลปราสาทมารุกาเมะ จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1950 เพื่อเฉลิมฉลองการบูรณะปราสาทเสร็จสมบูรณ์ และประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เทศกาลนี้จัดต่อเนื่องมานานกว่า 70 ปี และกลายเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองมารุกาเมะ จัด ในบริเวณรอบปราสาทมารุกาเมะมีกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นมากมาย รวมถึงการแสดงบนเวที และขบวนพาเหรดใหญ่
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.tourism-alljapanandtokyo.org/festival-en/f-37-02?lang=en
ของฝากที่ห้ามพลาด
Takarada no sato
แหล่งจำหน่ายของฝากจากร้านท้องถิ่นที่รวบรวม ผัก และผลไม้สดใหม่จากเกษตรกรในพื้นที่ ไฮไลท์คือ ไอศกรีมผลไม้ตามฤดูกาล ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นแท้ ๆ และเคยคว้ารางวัลระดับภูมิภาคชิโกกุ เหมาะสำหรับแวะเติมความสดชื่นหลังเดินชมดอกวิสทีเรีย
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.mitoyo-kanko.com/facility/takaradanosato/
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Cafe Saisai
คาเฟ่วีแกนในบ้านญี่ปุ่นโบราณ ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกจากท้องถิ่น ปรุงแบบไม่ใช้เนื้อสัตว์ และสารปรุงแต่ง ไฮไลท์คือ Vegetable Sushi และเมนูจาก Soy Meat ที่โปรตีนสูง ไขมันต่ำ พร้อมเมนูสุขภาพอย่างข้าวกล้องหมัก และชาสมุนไพร
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.saisai.info/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/a72sGSzHBjx2eTkc7
| ที่อยู่ | Manpukuji Temple 3519 Saitacho Saitakami, Mitoyo, Kagawa |
| การเดินทาง | จากสถานี JR Takase โดยสารรถบัสสาย Zaita–Takase Line แล้วลงที่ป้าย JA Zaita Kami Branchจากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.mitoyo-kanko.com/eng/facility/manpukuji/ https://shikoku-tourism.com/spot/24497 |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://www.mitoyo-kanko.com/eng/facility/manpukuji/ https://shikoku-tourism.com/en/see-and-do/24497 |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
- |
คาวาจิ ฟุจิ วิสทีเรีย การ์เด้น (Kawachi Fujien Wisteria Garden), ฟุกุโอกะ (Fukuoka)
คาวาจิ ฟุจิ วิสทีเรีย การ์เด้น (Kawachi Fujien Wisteria Garden) ตั้งอยู่ในคิตะคิวชู (Kitakyushu) จังหวัดฟุคุโอกะ (Fukuoka) สวนดอกวิสทีเรียที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น สวนแห่งนี้เป็นสวนส่วนบุคคลที่คุณมาซาโอะ ฮิคุจิ (Masao Higuchi) และครอบครัวได้ดูแลมาอย่างดีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1968 จนถึงปัจจุบัน ด้วยความสวยงามขนาดนี้ จึงได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 31 สถานที่ที่สวยงามที่สุดในประเทศญี่ปุ่นจาก CNN อีกด้วย
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• อุโมค์ดอกวิสทีเรียมีจำนวน 2 อุโมงค์ ความยาว 110 เมตร และ 80 เมตร
• บริเวณซุ้มดอกวิสทีเรียที่มีพื้นที่แผ่ขยายไปกว่า 3,300 ตารางเมตร
• ดอกวิสเทอเรียมีทั้งหมด 22 สายพันธุ์
• ต้นวิสเทอเรียออกดอกหลากหลายเฉดสี ทั้งม่วงเข้ม ม่วงอ่อน ขาว และชมพู
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
500 – 1,600 เยน *อัตราค่าเข้าจะเปลี่ยนแปลงตามสภาพการบานของดอกไม้
**จำเป็นต้องจองตั๋วล่วงหน้าทางเว็บไซต์เท่านั้น
https://webket.jp/pc/ticket/index?fc=52543&ac=9000
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลฮากาตะดงทาคุ (Hakata Dontaku Port Festival)
(03 - 04 พฤษภาคมของทุกปี)
เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองฟุกุโอกะ จัดขึ้นเป็นประจำทุก ช่วง Golden Week มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 840 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมชมและขบวนพาเหรดมากกว่า 2 ล้านคน ไฮไลท์คือการเต้นรำไปตามท้องถนน ขบวนพาเหรดสีสันสดใส และชุดแต่งกายดั้งเดิม
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.japan.travel/th/spot/1972/
ของฝากที่ห้ามพลาด
หากมาเที่ยวคิตะคิวชูแล้วกำลังมองหาของฝากครบจบในที่เดียว แนะนำ Kitakyushu Omiyagekan เป็นร้านที่ดำเนินการโดยสมาคมการท่องเที่ยวคิตะคิวชู จึงมั่นใจได้ว่าคัดสรรของดีประจำเมืองมาไว้อย่างครบครัน
ภายในร้านมีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นชื่อดังอย่าง ข้าวแกงกะหรี่ย่างสไตล์โมจิโกะ, ยากิอุด้งต้นตำรับโคคุระ, และ คาชิวะอุด้ง ไปจนถึงเมนูพื้นบ้านอย่าง ปลาต้มมิโสะรำข้าว
นอกจากนี้ยังมีของฝากแนวงานฝีมือ เช่น ผ้าลายโคคุระชิมะชิมะ, ว่าวมะโกจิ, รวมถึงสินค้าใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง สบู่ชะบงดามะ และเครื่องดื่มท้องถิ่นอย่าง คราฟต์เบียร์โมจิโกะ และสาเกท้องถิ่นต่าง ๆ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://kitakyushucity.guide/spots/detail/8da71ffd-de69-480c-887f-895dc0adb8f0
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Yahata no Champon Honten
ร้านขายจัมปงสูตรเฉพาะตัวที่ทำจากซุปกระดูกไก่รสชาติเข้มข้น ที่มีจุดเด่นพิเศษจากการใช้ไก่ชุบแป้งทอดโปะไปด้านบนของชามแบบพูน ๆ ทานพร้อมเส้นและผักให้รสชาติที่เข้ากัน และยากิโซบะสูตรพิเศษที่มีไก่ทอดและราดด้วยไข่ดิบ คลุกเคล้าให้เข้ากันจนกลายเป็นยากิโซบะสูตรเฉพาะตัวของร้าน
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://hakata.livedoor.biz/archives/2192931.html
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/vHYj2h62jjEHVAP57
| ที่อยู่ | Kawachi Fujien S2 Chome-2-48 Kawachi, Yahatahigashi, Kitakyushu, Fukuoka |
| การเดินทาง | จากสถานี Yahata จากนั้นโดยสารแท็กซี่อีก 20 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://kawachi-fujien.com/ https://kitakyushucity.guide/spots/detail/1cfaaee7-9189-45c6-9b1e-3cc27845c895 https://otanisanso.co.jp/calendar/kawachi-fujien-fukuoka/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://www.japan.travel/en/spot/785/ https://kitakyushucity.guide/en/spots/detail/1cfaaee7-9189-45c6-9b1e-3cc27845c895 |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
https://www.japan.travel/th/spot/785/ |
ปราสาทคะระสึ (Karatsu Castle), ซากะ (Saga)
ปราสาทคะระสึ (Karatsu Castle) ตั้งอยู่ริมทะเลในจังหวัดซากะ (Saga) โดดเด่นด้วยทำเลที่โอบล้อมด้วยทั้งทะเลเก็นไค และปากแม่น้ำมัตสึอุระ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1602 ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 7 ปี โดยอาศัยเทคนิคก่อสร้างหิน และแรงงานจากหลายแคว้นในคิวชู ตัวปราสาทในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1966 และเปิดเป็นจุดชมวิว โดยจากชั้นบนสามารถมองเห็นวิวทะเล และอ่าวได้แบบพาโนรามา
ไฮไลท์ที่น่าสนใจ
• ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ซุ้มดอกวิสทีเรียในสวนไมซุรุ (Maizuru Park) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ปราสาท
• มีต้นวิสทีเรียอายุกว่า 100 ปี แผ่ขยายเป็นซุ้มขนาดประมาณ 500 ตารางเมตร และมีดอกมากกว่า 50,000 ช่อ
• ช่วงพีค ดอกสีม่วงจะห้อยย้อยลงมาราวกับม่านขนาดใหญ่ ตัดกับฉากหลังของปราสาทคะระสึ อย่างงดงาม
• มีการประดับไฟส่องสว่างในช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตก จนถึง 22:00 น.
ราคา และการซื้อตั๋วเข้าชม
ไม่มีค่าใช้จ่าย
*หากต้องการเข้าชมปราสาท มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ช่วงเวลาชมดอกวิสทีเรีย
ดอกวิสทีเรียจะบานในช่วง ปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม
กิจกรรม หรือ เทศกาลที่น่าสนใจ
เทศกาลคะระสึ ยากิมง (Karatsu Yakimon Festival)
(29 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2026)
เทศกาลเครื่องปั้นดินเผา และอาหารที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วง Golden Week ณ ใจกลางเมืองคะระสึ จังหวัดซากะ โดดเด่นด้วยแนวคิดการจับคู่อาหารท้องถิ่นจานอร่อย กับเครื่องปั้นดินเผาคะระสึ (Karatsu-yaki) ที่มีเอกลักษณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานศิลปิน การจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผา เวิร์กช็อป และคาเฟ่พิเศษ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://karatsu-yakimon.com/
ของฝากที่ห้ามพลาด
บริเวณชั้น 1 ของปราสาทมีโซนของฝากให้เลือกซื้อของดีท้องถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั้นดินเผาคะระสึ (Karatsu ware) และ เครื่องเขินคะระสึ ที่เป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิม โดดเด่นด้วยลวดลายเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์
นอกจากนี้ยังมีผลไม้ตระกูลส้มจากเมืองคะระสึ ขนมท้องถิ่น รวมถึงโกะชุอิน (Goshuin) ลายพิเศษของปราสาท ที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่ เหมาะสำหรับเป็นของฝากและเก็บเป็นที่ระลึกจากการมาเยือน
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.karatsu-kankou.jp/en/sp/guide/products/
ร้านอาหาร หรือ เมนูอาหารแนะนำ
Nagisakan Kimura (Karatsu)
ห้องอาหารที่อยู่ในเรียวกังริมทะเลมองเห็นวิวอ่าวคาราสึ พร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสด โดยเฉพาะ ปลาหมึกเป็น (อิคะอิคิซึคุริ) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสด เด้ง และหวาน บรรยากาศเป็นห้องส่วนตัว วิวทะเลทุกห้อง เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 130 ปี เหมาะทั้งพักค้างคืน หรือแวะมื้อพิเศษ
รายละเอียดเพิ่มเติม
https://hpdsp.jp/nagisakan-kimura/
ที่ตั้ง: https://maps.app.goo.gl/PGap52PCYF3G4jKe8
| ที่อยู่ | Karatsu Castle 8-1 Higashijonai, Karatsu, Saga |
| การเดินทาง | จากสถานี Karatsu โดยสารรถแท็กซี่ 8 นาที |
| เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น) |
https://www.asobo-saga.jp/events/detail/df3b4885-2b4d-48f1-8bbd-4ab6518d745c https://karatsujo.com/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาอังกฤษ) |
https://karatsujo.com/en/ https://www.japan.travel/en/spot/762/ |
| เว็บไซต์ (ภาษาไทย) |
- |
เพจที่เกี่ยวข้อง